X

ช ทวี จับมือ เอเชีย แค็บ เจรจากับ LEVC ผลิตรถแท็กซี่ไฟฟ้า

Last updated: 21 ก.พ. 2567  |  494 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ช ทวี จับมือ เอเชีย แค็บ เจรจากับ LEVC ผลิตรถแท็กซี่ไฟฟ้า

ช ทวี จับมือ เอเชีย แค็บ เจรจากับ LEVC เพื่อผลิตรถแท็กซี่ EV รุ่น TX4 ในประเทศไทย และนำเข้ารถแท็กซี่ไฟฟ้ารุ่น TX 5 ป้อนให้กับลูกค้าของ ASIA CAB โดยมีแผนผลิตรถแท็กซี่วีไอพีพลังงานไฟฟ้าพวงมาลัยขวาให้บริการในประเทศไทยภายในไตรมาส 2 ปีนี้  และส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศในปี 2567

คุณสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย (ซ้ายสุด) กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) (CHO) พร้อมด้วย คุณศฤงคาร สุทัศน์ชูโต (ขวาสุด) กรรมการ บริษัท เอเชีย แค็บ จำกัด และ Mr. Moe Wang (ที่ 2 จากขวา) General Manager of LEVC International Corporation ถ่ายภาพร่วมกันภายหลังเจราธุรกิจกับ LEVC (London Electric Vehicle Company Ltd.) เพื่อเตรียมการผลิตรถแท็กซี่ไฟฟ้า รุ่น TX 4 ในประเทศไทย และนำเข้ารถแท็กซี่ไฟฟ้ารุ่น TX 5 เพื่อป้อนให้กับลูกค้าของ ASIA CAB เมื่อเร็วๆ นี้

บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญในด้านการออกแบบ สร้างสรรค์ ผลิตตัวถัง ติดตั้งระบบวิศวกรรมทางยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ ให้บริการเทคโนโลยีระบบราง รวมทั้งผลิตและให้บริการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ สินค้าและบริการของบริษัทฯ เช่น รถบรรทุก รถพ่วง รถบัส รถลำเลียงอาหารสำหรับเครื่องบิน รถดับเพลิง รถกู้ภัย รถหุ้มเกราะ รถลำเลียงพล บริหารโครงการสร้างเรือรบหลวง เป็นต้น

บริษัท เอเชีย แค็บ จำกัด เป็นผู้ให้บริการแท็กซี่วีไอพี CABB Taxi ที่สามารถเรียกใช้บริการได้ทั้งจากแอปพลิเคชัน CABB หรือโทรศัพท์เข้าคอลล์เซ็นเตอร์ โดยปัจจุบันมีรถแท็กซี่วีไอพีให้บริการ 400 คันทั่วกรุงเทพและปริมณฑล และมีแผนจะเพิ่มรถเป็น 600 คันภายในสิ้นปีนี้ รวมทั้งตั้งเป้าเพิ่มจำนวนรถ CABB Bangkok Taxi เป็น 1,200 คัน ภายในปี 2024

ปี 2566 นี้ “เอเชีย แค็บ” ได้มีการเตรียมความพร้อมที่จะบุกตลาดรถ EV ด้วยการการลงนามบันทึกข้อตกลงโครงการเทคโนโลยีรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าสำหรับรถแท็กซี่เพื่ออนาคต (CABB EV) รวมไปถึงลงนามในสัญญาอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรกับผู้รับจ้างประกอบและซัพพลายเออร์ในการผลิตรถ “CABB EV” หรือ “แท็กซี่วีไอพีพลังงานไฟฟ้า” โดยมีเป้าหมายที่จะผลิตเพื่อใช้ภายในประเทศไทยในช่วงไตรมาสที่ 2 และมีแผนผลิตเพื่อจำหน่ายไปยังต่างประเทศ ที่ใช้รถพวงมาลัยขวา ภายในปี 2567 คาดว่าจะมียอดจำหน่ายไม่ต่ำกว่า 1,000 คันต่อปี

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้