X

หรูและใหม่มาก! The New All-Electric Lexus RZ 450e

Last updated: 20 ก.ค. 2566  |  572 จำนวนผู้เข้าชม  | 

หรูและใหม่มาก! The New All-Electric Lexus RZ 450e

หากใครกำลังมองหายนตรกรรมพลังไฟฟ้าเกรดพรีเมียมที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% ในระดับราคาประมาณ 3-4 ล้าน ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 นี้ เชื่อว่า The New All-Electric Lexus RZ 450e น่าจะติดโผอยู่ในระดับต้น ๆ ด้วยความใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวครั้งแรก มีส่วนอย่างยิ่งที่ดึงดูดใจให้ไปสัมผัสความหรูหราที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีระดับโลก และสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย



RZ (อาร์-ซี) 450e ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นรถยนต์ไฟฟ้าอย่างแท้จริง ด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ไฮบริดชนิดลิเธียม-ไอออนขนาด 71.4 กิโลวัตต์ สามารถชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ให้ถึงระดับ 80% ได้ภายในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมง ให้กำลังรวมทั้งระบบ 308 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 5.3 วินาที วิ่งได้ไกล 470 กม. ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน มีให้เลือกทั้งเกรด Luxury ราคา 3,870,000 บาท และเกรด Premium ราคา 4,190,000 บาท

 
แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนของอาร์-ซี 450อี  มีแรงดันไฟฟ้าสูงสุด 355.2 โวล์ต ความจุแบตเตอรี่ 201 แอมแปร์/ชั่วโมง จำนวนเซลล์แบตเตอรี่ 96 เซลล์ กำลังแบตเตอรี่ 71.4 กิโลวัตต์ /ชั่วโมง รองรับหัวชาร์จ AC/DC (ด้านซ้ายหน้า) Type 2 (11kW) / CCS (150kW) ใช้เวลาในการชาร์จประจุกระแสสลับ (AC) 6.5 ชั่วโมง ถ้าชาร์จประจุแบบเร็ว (DC) ใช้เวลาแค่ 30 นาที มีการรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร
 
The All New Lexus RZ 450e ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าชนิด Synchronous Alternating current Motor (Permanent magnet type) มอเตอร์หน้ามีกำลังสูงสุด 201/204/150 กิโลวัตต์/แรงม้า แรงบิดสูงสุด 226.3 นิวตัน-เมตร มอเตอร์หลังมีกำลังสูงสุด 107/109/80 กิโลวัตต์/แรงม้า แรงบิดสูงสุด 168.5 นิวตัน-เมตร กำลังรวมทั้งระบบ 308 / 312 /230 กิโลวัตต์

เรื่องสมรรถนะในการขับขี่ต้องบอกว่า ไม่ธรรมดา อัตราการเร่ง 5.3 กิโลเมตร/วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ 160 กิโลเมตร/ชั่วโมง ระยะทางสูงสุดโดยเฉลี่ย 470 กิโลเมตร* (*มาตรฐาน NEDC) ขณะที่มีค่าเฉลี่ยมลพิษ Co2 เพียง 0 กรัม/กิโลเมตร

 
จุดเด่นของรถยนต์ไฟฟ้า 100% คันนี้คือยังคงใช้เทคโนโลยีโครงสร้างตัวถังแบบ e-TNGA ที่เลกซัสพัฒนาขึ้นอย่างประณีต รวมถึงการออกแบบจุดวางตำแหน่งแบตเตอรีไฟฟ้าที่เหมาะสม ทำให้ได้จุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ ประกอบกับระบบส่งกำลังแบบ DIRECT4 AWD ใน LEXUS RZ (อาร์-ซี) ที่ช่วยกระจายแรงขับให้ล้อหน้าและล้อหลังตามสภาวะการขับขี่ ทำให้สามารถตอบสนองการขับขี่ได้อย่างเฉียบคมทุกการสั่งการ



LEXUS RZ  โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ด้วยแนวคิดในการออกแบบ "Seamless E-Motion" สะท้อนความพริ้วไหว ในแบบของรถยนต์ไฟฟ้า ส่วนของกระจังด้านหน้าผ่านการตีความใหม่ภายใต้แนวคิดแบบ Spindle Body ผสมผสานศิลปะการออกแบบเข้ากับเทคโนโลยีการผลิตที่ล้ำสมัยจนได้ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว



ดีไซน์ด้านหลังเน้นความเรียบง่าย แต่โดดเด่นด้วยเส้นไฟ LED ที่ลากยาวดูเฉียบคม ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความรู้สึกเชื่อมต่อกับธรรมชาติ มาพร้อมกับหลังคากระจกพาโนรามา พร้อมฟังก์ชันปรับลดแสงอัจฉริยะ ช่วยให้ภายในห้องโดยสารดูโอ่โถง โปร่งสบาย และคอนโซลด้านหน้าออกแบบภายใต้แนวคิด TAZUNA COCKPIT เน้นให้ผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง ใช้งานได้อย่างเป็นธรรมชาติ ควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย

นอกจากนี้ LEXUS RZ ยังเพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยี และสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับโลกอย่าง LEXUS Safety System Plus เช่น ระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะที่ช่วยให้ผู้ขับเข้าจอดได้สะดวกยิ่งขึ้น และระบบป้องกันการเปิดประตูเมื่อมีรถวิ่งสวนมาด้วย Safe Exit Assist 

ส่วนของเบาะนั่งเจาะจงใช้วัสดุหุ้มเบาะ Ultra-suede ที่ผลิตจากพืช (Bio-based sustainable material) เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ให้ผิวสัมผัสที่หรูหราคล้ายกับหนังกลับคุณภาพสูง  

ดีไซน์ภายนอก เน้นสร้างเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำใคร

กระจังหน้าทรง Spindle Grill เป็นเอกลักษณ์ของเลกซัสมายาวนาน ถูกออกแบบใหม่ให้เป็นตัวถังแบบ Spindle Body ผสมผสานศิลปะการออกแบบเข้ากับเทคโนโลยีการผลิตที่ล้ำสมัย จนเป็นบังโคลนหน้ารูปทรงสามมิติที่โอบรับมาถึงกึ่งกลางตัวถังทั้งสองด้าน พร้อมโคมไฟหน้าและไฟสูง-ต่ำโปรเจกเตอร์เดี่ยวแบบ Bi-AHS (Adaptive High-beam System) ช่วยกระจายแสงได้อย่างทั่วถึงและชัดเจน มีไฟเลี้ยวที่ดูลุ่มลึกและขับรูปทรงตัว L ของไฟ DRL (Daytime Running Light) พร้อมกับไฟท้ายที่ทอดตัวยาวตลอดแนวขวางเป็นเส้นเพรียวบาง เสริมความเป็น Lexus ให้เด่นชัดยิ่งขึ้น

ดีไซน์ภายใน ควบคุมง่ายได้อย่างใจกับแนวคิดแบบ TAZUNA 

แผงตกแต่งภายในรถยนต์ แผงควบคุมจัดวางในระดับต่ำไม่รบกวนสายตา แผงคอนโซลระหว่างเบาะนั่งคู่หน้าดูเรียบง่าย โปร่งโล่งสะอาดตา พร้อมสัมผัสที่ละเมียดละไมแบบ Omotenashi ด้วยเบาะหนัง Ultrasuede* นุ่มสบาย และพื้นผิวลายไม้ประณีต



 พื้นที่ภายในห้องโดยสาร ฐานล้อที่ยาวขึ้นทำให้พื้นที่บริเวณเบาะหลังกว้างขวาง มีระยะห่างระหว่างตำแหน่งนั่งด้านซ้าย และขวาถึง 39.3 นิ้ว ทรวดทรงของตัวถังที่หลังคาด้านท้ายยกขึ้นสูงช่วยเพิ่มพื้นที่เหนือศีรษะ และให้ความรู้สึกโอ่โถง เสริมด้วยหลังคาพาโนรามา* ตั้งแต่เหนือเบาะคู่หน้าไปถึงเบาะคู่หลัง ให้ความรู้สึกเปิดกว้างยิ่งขึ้น

 
หน้าจอสัมผัสบริเวณกลางคอนโซล พร้อม Apple CarPlay แบบไร้สาย ขนาด 14 นิ้ว สามารถสั่งการฟังก์ชันได้หลากหลายด้วยสวิตช์ในจอ และใช้งานได้อย่างสะดวกเป็นธรรมชาติ ด้วยการออกแบบที่ละเอียดรอบคอบ ทั้งขนาด รูปทรง องศาของจอ ตำแหน่งการติดตั้ง รูปแบบการแสดงข้อมูล และความถี่ในการเรียกใช้ฟังก์ชันต่างๆ



 ตำแหน่งการนั่งขับภายในแนวคิดแบบ Tazuna Cockpit ความหมายของ Tazuna คือการควบคุมบังเหียนม้า เป็นการวางตำแหน่งให้ผู้ควบคุมนั่งอยู่บริเวณกึ่งกลางของทุกสิ่ง วางทุกอย่างให้โอบล้อมผู้ขับสามารถเอื้อมใช้งานได้อย่างเป็นธรรมชาติ พวงมาลัยมาพร้อมกับสวิตช์ที่เชื่อมต่อหน้าจอ Head-up Display* ทำให้ผู้ขับมีสมาธิ สามารถควบคุมการนำทาง และเสียง ไปจนถึงฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย

 

หน้าจอ Head-up Display แบบสี* แสดงผลโดยฉายข้อมูลไปยังบริเวณด้านล่างของกระจกหน้ารถ เน้นแสดงข้อมูลสำคัญในการขับขี่ให้อยู่ตรงกับมุมมองของผู้ขับขณะขับรถได้อย่างพอดี โดยไม่รบกวนการมองถนน และสภาพรอบรถ พร้อมเลือกโหมดการแสดงผลได้ 3 รูปแบบ

ปุ่มควบคุมพวงมาลัยแบบสัมผัส* ปุ่มควบคุมบนพวงมาลัยมีเซนเซอร์จับตำแหน่งของนิ้วมือว่าผู้ขับกำลังวางนิ้วมืออยู่บนปุ่มใด โดยแสดงแผนผังของปุ่ม และตำแหน่งนิ้วมือบนหน้าจอ Head-up Display เพื่อให้ผู้ขับเลือกกดปุ่มต่างๆ ได้โดยไม่ต้องก้มมองพวงมาลัย

มาตรวัด* รายละเอียดต่างๆ บนจอถูกออกแบบมาให้อยู่ในตำแหน่งที่อ่านได้ง่ายในขณะขับขี่ ข้อมูลทั้งหมดแม่นยำเชื่อถือได้ นอกจากนั้นยังมาพร้อมจอแสดงผลระบบนำทางแบบต่อเนื่อ งซึ่งจะคำนวณเวลาโดยประมาณที่จะไปถึงจุดหมาย รวมทั้งบอกสถานะของระบบช่วยขับ และระยะทางในการขับขี่

การตกแต่งด้วยมิติของแสงและเงา สวยงามอย่างแตกต่าง ด้วยการใช้แสงและเงาตกแต่งแผงประตู สร้างมิติที่แตกต่างกันขณะที่ประตูเปิด และปิด เพิ่มความรู้สึกลุ่มลึก และมอบความพิเศษให้ห้องโดยสาร

ปุ่มควบคุมเกียร์แบบหมุน ติดตั้งอยู่บริเวณคอนโซลกลาง เปลี่ยนเกียร์ได้สะดวกสบายด้วยการกดและหมุนไปตามตำแหน่งที่ต้องการ สั่งการด้วยระบบ Shift-by-Wire ให้ความรู้สึกมั่นคง และแม่นยำ พร้อมมอบเอกลักษณ์แบบรถไฟฟ้า BEV อย่างแท้จริง



แสงสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร ดีไซเนอร์ของเลกซัสอาศัยแรงบันดาลใจจากปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่สวยงามมาสร้างเป็นธีมสีสำหรับสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารทั้งหมด 14 ธีม โดยแสงไฟจะเรืองออกมาจากบริเวณคอนโซลอย่างนุ่มนวลสบายตา นอกจากนั้นหน้าจอแสดงผลกลางคอนโซลยังสามารถเลือกเปลี่ยนสีได้อีกถึง 50 สีอีกด้วย



พลังงานขับเคลื่อนไฟฟ้า ช่วยขับเคลื่อน Lexus Driving Signature ให้ก้าวไปไกลยิ่งขึ้น

หนึ่งในคุณสมบัติพื้นฐานของรถยนต์เลกซัสทุกคันคือ Lexus Driving Signature หรือประสบการณ์การขับขี่ที่เลกซัสตั้งใจปรับแต่งให้รู้ใจผู้ขับ ควบคุมได้ตามใจปรารถนา ตอบสนองอย่างเฉียบคมทุกการสั่งการ มอบความเพลิดเพลินในทุกการขับขี่ ทั้งขณะเหยียบคันเร่ง บังคับพวงมาลัย และลดความเร็ว

ถ้าหากนำคุณสมบัติเหล่านี้มาผนวกกับเทคโนโลยีของยานยนต์ไฟฟ้าที่พัฒนาขึ้นอย่างประณีต จะได้รับความรู้สึกเป็นธรรมชาติเมื่อขับเลกซัส RZ ทั้งจากการควบคุมแรงบิดของมอเตอร์ด้วยความแม่นยำสูง การวางตำแหน่งมอเตอร์ และแบตเตอรีไฟฟ้าที่เหมาะสม ส่งผลให้รถมีการกระจายน้ำหนักที่สมดุล และตอบสนองได้อย่างฉับไว การส่งกำลังแบบ DIRECT4 AWD (ขับเคลื่อนสี่ล้อ) ที่กระจายแรงขับให้ล้อหน้าและล้อหลังได้ตามสภาพการขับขี่ในแต่ละขณะ นี่คือรถยนต์ที่จะใช้งานได้อย่างใจ และนี่คือ Lexus Driving Signature ในรูปแบบใหม่ที่น่าประทับใจยิ่งกว่าเคย

ระบบ DIRECT4 ควบคุมการกระจายแรงขับโดยประมวลข้อมูลจากความเร็วล้อ การเร่ง และเซ็นเซอร์องศาพวงมาลัย เพื่อปรับอัตราการกระจายแรงขับระหว่างล้อหน้า และล้อหลังให้อยู่ระหว่าง 100:0 และ 20:80 (ล้อหน้า:ล้อหลัง) ช่วยให้รถออกตัวได้อย่างปราดเปรียว เพิ่มเสถียรภาพในการควบคุมรถ และลดการใช้พลังงาน รวมทั้งยังช่วยให้ผู้ขับ และผู้โดยสารไม่ต้องเปลี่ยนมุมมองไปมาโดยไม่จำเป็นขณะรถเคลื่อนตัว จึงลดความเหนื่อยล้าในการขับขี่ และเพิ่มความสบายในการโดยสาร เมื่อออกตัวขณะจอดหรือทำความเร็วในทางตรง ระบบ DIRECT4 จะช่วยให้ทะยานไปข้างหน้าได้อย่างเฉียบคม ขณะเข้าโค้งระบบจะปรับการจ่ายกำลังขับเพื่อช่วยให้ควบคุมรถได้อย่างมั่นคง รวมทั้งเพลิดเพลินกับสมรรถนะการเข้าโค้งที่นุ่มนวล

การควบคุมการทรงตัวขณะเบรก ระบบเบรกของ RZ ควบคุมไฮดรอลิกด้วยไฟฟ้า แยกอิสระจากกันทั้ง 4 ล้อ และประสานการป้อนกำลังไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ไฟฟ้าจากการเบรกของล้อหน้าและล้อหลังได้อย่างราบรื่น ส่วนระบบควบคุมการทรงตัวขณะเบรกจะช่วยเพิ่มความมั่นใจ ผ่านการควบคุมเบรกที่ไปตามแรงกดของเท้าอย่างแม่นยำ รวมทั้งเพิ่มความรู้สึกมั่นคงผ่านการกระจายแรงเบรกระหว่างล้อหน้าและล้อหลังที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้รถยึดเกาะถนนได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนั้น การที่ระบบช่วยควบคุมรถให้นิ่งยังช่วยให้ผู้ขับไม่ต้องส่ายสายตาไปมา จึงควบคุมรถได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้นอีกด้วย

ระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี (BEV) ให้สมรรถนะที่ทรงพลังพร้อมระยะทางการขับที่เพียงพอต่อการใช้งานจริง ขับเคลื่อนด้วยระบบ 4 ล้อไฟฟ้า โดยใช้เพลาขับไฟฟ้า eAxles ทั้งกับล้อคู่หน้า และคู่หลัง และพละกำลังจากแบตเตอรีลิเธียม-ไอออนความจุสูงที่มาพร้อมระบบหล่อเย็นที่มีประสิทธิภาพ เพลาขับไฟฟ้า eAxles ของ RZ เป็นการควบรวมทั้งมอเตอร์ เพลาส่งกำลังไฟฟ้า และตัวแปลงไฟเข้าด้วยกันเป็นหน่วยเดียว มีขนาดกะทัดรัดเพื่อลดน้ำหนัก เพิ่มระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และเอื้อพื้นที่ให้ห้องโดยสาร รวมทั้งดีไซน์ภายนอกที่โฉบเฉี่ยว

 

เพลา eAxle ที่ล้อหน้าประกอบอยู่ในกล่องทรงสั้น วางตัวตามแนวยาว ส่วนที่ล้อหลังติดตั้งอยู่ต่ำเพื่อเพิ่มพื้นที่ให้ห้องโดยสาร และที่เก็บสัมภาระท้ายรถ แบตเตอรีไฟฟ้าแม้จะมีขนาดใหญ่แต่ถูกออกแบบให้เป็นส่วนเดียวกับโครงสร้างตัวถัง จึงช่วยดึงจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถให้ต่ำ เพิ่มความแข็งแรงของตัวถัง และยังเพิ่มพื้นที่ให้ห้องโดยสาร พร้อมด้วยระบบหล่อเย็นที่ติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสม ทำให้ทำความเย็นได้ดีเยี่ยม และยังช่วยด้านความปลอดภัย เพิ่มประสิทธิภาพในการให้กำลัง และการชาร์จไฟ รวมทั้งยืดอายุแบตเตอรี่ให้ยาวนาน ที่พิเศษคือ เพื่อการใช้งานในประเทศทีมีสภาพอากาศหนาวเย็น จะมีระบบทำความร้อนให้แบตเตอรี่ที่จะช่วยให้ชาร์จไฟได้รวดเร็วท่ามกลางอากาศหนาวเย็น

การชาร์จไฟฟ้า ชุดชาร์จไฟของของ RZ ติดตั้งมาพร้อมตัวรถ มาพร้อมมาตรวัดระดับการชาร์จ ไฟแจ้งสถานะการชาร์จ ระบบล็อคฝาปิดช่องชาร์จขณะจอด และระบบล็อคหัวชาร์จติดกับช่องชาร์จเพื่อการชาร์จที่ปลอดภัยสำหรับทั้งไฟกระแสตรง (DC) และกระแสสลับ (AC) นอกจากนั้นยังมีโหมด My Room สำหรับเปิดใช้อุปกรณ์ต่างๆ เช่น ระบบปรับอากาศและเครื่องเสียงในขณะชาร์จไฟรถ โดยไม่ต้องกังวลว่าไฟในแบตเตอรี่จะหมด 

*โหมดมายรูมไม่สามารถใช้งานได้ขณะชาร์จแบบ V2H หรือชาร์จด้วยแหล่งพลังงาน V2H

การชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ช่องเสียบหัวชาร์จแบบ DC เป็นแบบควิกชาร์จ ติดตั้งอยู่ที่บังโคลนหน้าด้านซ้าย รองรับกำลังไฟได้สูงสุดถึง 150kW จึงชาร์จไฟได้อย่างรวดเร็ว

การชาร์จด้วยไฟกระแสสลับ (AC) ช่องเสียบหัวชาร์จแบบ AC ติดตั้งอยู่ที่บังโคลนหน้า สามารถเสียบสายชาร์จเข้ากับปลั๊กไฟบ้านที่ใช้ไฟฟ้ากระแสสลับ หรือเสียบกับแท่นชาร์จไฟกระแสสลับแล้วชาร์จไฟเข้ารถได้ตามปกติ สามารถตั้งเวลาการชาร์จไฟอัตโนมัติได้ 2 รูปแบบ คือ ตั้งเวลาเริ่มชาร์จ ระบบจะเริ่มชาร์จไฟตามเวลาที่กำหนด หรือตั้งเวลาที่จะออกเดินทาง ระบบจะชาร์จไฟให้เต็มภายในเวลาที่กำหนด

ความแข็งแกร่งของตัวถังรถ ข้อต่อ และจุดเชื่อมของโครงสร้างตัวถังใช้การยึดด้วยสกรูว์และหมุดเลเซอร์ (Laser Screw Welding และ Laser Pinning Welding) เพื่อให้แข็งแกร่ง และช่วยเพิ่มความมั่นคงในการควบคุมรถรวมทั้งความสบายขณะโดยสาร และยังป้องกันการบิดตัวของกรอบประตูฝาท้ายโดยการใช้โครงสร้างแบบวงแหวนสองชั้นร่วมกับโฟมความแข็งแกร่งสูง

ตัวถังน้ำหนักเบา ตัวถังของ RZ มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่งสูง โดยเสาคู่หน้า คู่กลาง และรางคู่หน้าทำจากโครงสร้างชนิดผสมผสานที่นำโลหะแรงดึง 1.8GPa และ 1.5GPa มาทับซ้อนกันและเชื่อมเข้าด้วยกันขณะเป็นแผ่นเรียบ แล้วจึงนำมาปั๊มขึ้นรูปร้อนตามทรงที่ต้องการ ส่วนแกนกลางหลังคาใช้เหล็กแผ่นค่าความต้านทานแรงดึงสูง 1,470MPa ฝากระโปรงหน้าใช้อะลูมินัมน้ำหนักเบา ประตู ซุ้มล้อ และวัสดุตกแต่งประตูฝาท้ายขึ้นรูปจากโฟมเรซิ่นที่มีน้ำหนักเบาเช่นกัน

ระบบกันสะเทือน ด้านหน้าเป็นแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท และด้านหลังเป็นแบบปีกนกคู่พร้อมเทรลลิงอาร์ม ระบบกันสะเทือนหน้าใช้ตัวดูดซับแรงกระแทกชนิด FRD II ที่ปรับการรองรับแรงสั่นสะเทือนจากแกนโช้คได้หลายระดับตามแต่ละสภาพพื้นผิวถนน ทั้งช่วยให้รถมีความมั่นคง ควบคุมได้ง่าย และยังนุ่มนวลนั่งสบายอีกด้วย ซึ่งการนำตัวดูดซับแรงกระแทก FRD มาใช้กับโครงสร้างที่ออกแบบมาเพื่อรถ BEV โดยเฉพาะทำให้เลกซัสสามารถคงเอกลักษณ์ของ Lexus Driving Signature เอาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม

อากาศพลศาสตร์ RZ ถูกออกแบบมาให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้า BEV โดยกำเนิดการลดค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (ค่า Cd) จึงมีผลต่อระยะการวิ่งต่อการชาร์จหนึ่งครั้งโดยด้านบนหลังคาของ RZ มีสปอยเลอร์ที่ช่วยสร้างลมหมุนตามยาวเพื่อลดแรงลมต้านบนตัวถัง และลมขวาง ช่วยให้ตัวรถนิ่ง และมั่นคงขณะขับขี่ กึ่งกลางหลังคาออกแบบให้ไล่ลมจากกระจกหลังไปยังท้ายรถได้อย่างราบรื่น ที่ด้านท้ายมีสปอย์เลอร์สั้น (duck tail) ที่คอยกระจายลมด้านท้ายอย่างสมดุล พร้อมทั้งกดท้ายรถให้นิ่งขณะใช้ความเร็ว

ใต้ท้องรถปิดด้วยฝาครอบแบบเรียบเพื่อลดแรงต้านลม พร้อมรอยบุ๋มเพื่อสร้างลมหมุนขนาดเล็กใต้ท้องรถ ช่วยเพิ่มความรู้สึกเกาะถนน และเพิ่มความมั่นคงในการขับขี่ นอกจากนั้นฝากระโปรงหน้าที่อยู่ต่ำ และการไม่จำเป็นต้องมีช่องดักลมที่กระจังหน้า ยังช่วยให้อากาศพลศาสตร์ของ RZ มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

เงียบสบาย พร้อมเสียงสังเคราะห์พิเศษจากเลกซัส

เพื่อความเงียบสบายสูงสุด ห้องโดยสารของรถเลกซัสทุกคันต้องปราศจากเสียงรบกวนอันไม่พึงประสงค์ เลกซัสใส่ใจในทุกรายละเอียดเพื่อสร้างบรรยากาศที่เงียบสบายอย่างสูงสุด ตั้งแต่การควบคุมการไหลของอากาศรอบๆ ตัวรถเพื่อช่วยลดเสียงลมปะทะต่างๆ การวางแบตเตอรี่ไฟฟ้าไว้ที่พื้นรถก็เพื่อเพิ่มการดูดซับเสียงจากถนน ทำให้การโดยสารรถเลกซัสเต็มไปด้วยบรรยากาศที่ผ่อนคลาย เอื้อต่อการสนทนา ทั้งระหว่าง  ผู้ขับ ผู้โดยสารเบาะหน้า และผู้โดยสารเบาะหลัง แม้ในขณะใช้ความเร็วสูง

ความเงียบในห้องโดยสาร แบตเตอรีไฟฟ้าของ RZ ถูกจัดวางไว้ใต้พื้นห้องโดยสารเพื่อดักเสียงรบกวนจากถนน พร้อมการอุดช่องโหว่ระหว่างฝากระโปรงรถ และตัวรถอย่างแน่นหนาเพื่อไม่ให้มีเสียงเล็ดลอดออกมา กระจกที่ประตูคู่หน้า และคู่หลังเป็นแบบอะคูลติกสะท้อนเสียงรบกวน เสริมด้วยยางขอบประตูแนวขวาง ช่วยกรุขอบกระจกให้ยิ่งเงียบสนิท รวมทั้งแทรกตัวซับเสียงและแรงสั่นสะเทือนไว้ในแผงหลังคา เคลือบโฟมที่ฐานของเสาคู่หน้า และคู่กลาง ติดตั้งตัวซับเสียงใต้บังโคลน และที่ช่องระหว่างฝากระโปรง และกระจกหน้า รวมทั้งใต้ฝากระโปรง และซุ้มล้อ

ASC ระบบสร้างและควบคุมเสียงอัตโนมัติ ความเงียบที่ดีที่สุดสำหรับรถยนต์ไม่ใช่การปราศจากเสียงใดๆ ไปเสียทั้งหมด เพราะผู้ขับยังคงต้องการสื่อสารกับรถในขณะขับขี่ วิศวกรของเลกซัสจึงได้สร้างเสียงพิเศษให้กับห้องโดยสารเพื่อเพิ่มความสนุกเร้าใจในการขับขี่ เมื่อคุณอยู่ใน Lexus RZ คุณจะได้ยินเสียงที่เปลี่ยนไปตามความเร็วของรถเพื่อให้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติขณะใช้สมรรถนะ และความเร็ว รวมทั้งเสียงของระบบส่งกำลังที่ผ่านการปรับจูนให้รื่นรมย์ขณะขับขี่

สร้างพื้นที่แห่งความสบาย ด้วยฟังก์ชันที่ละเอียดอ่อนของ Lexus

เครื่องกระจายความอุ่น* ติดตั้งอยู่ใต้คอพวงมาลัย และแผงหน้าปัดส่วนล่าง ช่วยเพิ่มความอุ่นให้บริเวณขาของผู้ขับขี่ และผู้โดยสารด้านหน้า โดยจะปิดระบบอัตโนมัติ และลดอุณหภูมิลงทันทีเมื่อเกิดการสัมผัสจากผู้ใช้งาน ทำงานร่วมกับเครื่องทำความอุ่นบริเวณที่นั่ง และระบบปรับอากาศโดยไม่เพิ่มภาระให้การใช้แบตเตอรี่ไฟฟ้า

ระบบควบคุมการปรับอากาศอัจฉริยะ ทำงานร่วมกับระบบปรับอากาศอัตโนมัติ โดยตรวจวัดอุณหภูมิจากจุดสัมผัสต่างๆ เช่น เบาะคู่หน้า พวงมาลัย และเบาะหลัง แล้วปรับอุณหภูมิแบบแยกอิสระ 3 โซนตามความเหมาะสม

หลังคากระจกพาโนรามา พร้อมฟังก์ชันปรับลดแสงอัจฉริยะ* เสริมบรรยากาศในห้องโดยสารให้โปร่งสบาย พร้อมกระจก Low-e ช่วยป้องกันความร้อนและรังสียูวีได้ 99% เพิ่มความสบายแม้ขณะอยู่กลางแดด ฟังก์ชันลดแสงจะทำงานโดยอัตโนมัติ จึงไม่จำเป็นต้องใช้ม่านบังแดด



ระบบกลอนประตูอัจฉริยะ e-latch  สร้างโดยแรงบันดาลใจจากความสะดวกในการเลื่อนบานประตูกระดาษสาของชาวญี่ปุ่น เมื่อต้องการขึ้นรถ เพียงเอื้อมมือมาแตะสวิตช์ด้านในมือจับประตูนอกตัวรถ ประตูจะแง้มออกเพื่อให้ดึงเปิดได้ทันที และเมื่อต้องการลงจากรถก็เพียงกดสวิตช์ที่มือจับภายในรถพร้อมกับผลักประตูออกได้ในขั้นตอนเดียว ในกรณีที่ระบบไฟฟ้าไม่ทำงานสามารถดึงมือจับสองครั้งเพื่อเปิดด้วยวิธีปกติได้



แท่นชาร์จแบบไร้สายสำหรับสมาร์ทโฟน ซ่อนอยู่ในกล่องเก็บของด้านหน้าคอนโซลกลาง เพียงวางโทรศัพท์หรืออุปกรณ์ที่รองรับการชาร์จแบบไร้สายลงบนแท่นชาร์จ

พื้นที่เก็บของใต้คอนโซล เพิ่มพื้นที่สำหรับใส่คู่มือรถหรือวางของอเนกประสงค์ พร้อมทั้งเพิ่มพื้นที่วางขาให้แก่ผู้โดยสารข้างหน้า โดยคอนโซลที่พาดผ่านระหว่างที่นั่งคนขับและผู้โดยสารช่วยเพิ่มความรู้สึกสะอาดตาและโล่งกว้าง

สร้างอากาศสดชื่นด้วย nanoeX ระบบปรับอากาศของเลกซัส RZ มาพร้อมเทคโนโลยี nanoeX ที่มีตัวปล่อยประจุลบนาโนอี เพื่อช่วยฟอกอากาศในห้องโดยสาร เพิ่มความสดชื่นให้การเดินทาง

กล่องคอนโซลด้านหลัง ด้านหลังกล่องคอนโซลกลางติดตั้งช่องชาร์จ USB-C จำนวน 2 ช่อง DC12V และ AC ที่แผงด้านล่างของส่วนท้ายคอนโซล เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานอุปกรณ์ดิจิทัลเมื่อนั่งอยู่ที่เบาะด้านหลัง

ห้องเก็บสัมภาระ ให้พื้นที่กว้างขวางสำหรับรถยนต์ BEV โดยสามารถบรรจุถุงกอล์ฟเต็มขนาดได้ถึง 3 ใบ หรือกระเป๋าเดินทางขนาด 140 ลิตร และ 90 ลิตรพร้อมกันได้อย่างง่ายดาย การวางระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าในตำแหน่งที่เหมาะสมช่วยให้ RZ มีพื้นที่เก็บของเพียงพอต่อความต้องการ นอกจากนั้นม่านปิดห้องเก็บสัมภาระยังเปิด และปิดโดยอัตโนมัติเมื่อเปิดหรือปิดฝาท้าย หรือสามารถถอดเก็บได้เมื่อต้องการบรรทุกของที่มีความสูง พร้อมให้ความสว่างด้วยไฟ LED บริเวณด้านข้างและที่ฝาท้าย

เทคโนโลยีความปลอดภัยระดับโลก

ระบบป้องกันก่อนการชน เมื่อเรดาร์และเซ็นเซอร์ตรวจพบยานพาหนะ คนเดินเท้า หรือสิ่งแปลกปลอม ด้านหน้ารถ และประเมินว่าอาจเกิดการชน ระบบจะแจ้งเตือนคนขับด้วยเสียงสัญญาณและข้อความบนจอแสดงผล พร้อมเพิ่มแรงเบรกให้โดยอัตโนมัติ หรือหากระบบประเมินว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดการชนกับยานพาหนะที่ใกล้เข้ามา ระบบจะส่งสัญญาณเตือนผู้ขับขี่ และเบรกให้โดยอัตโนมัติเพื่อบรรเทาความเสียหายที่จะเกิดขึ้น

ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (ทุกช่วงความเร็ว) ระบบจะควบคุมความเร็วของรถตามที่ผู้ขับตั้งค่าโดยไม่ต้องเหยียบคันเร่ง และหากเรดาร์และเซ็นเซอร์กล้องที่หน้ารถตรวจพบว่ามียานพาหนะอื่นๆ อยู่ด้านหน้า ระบบจะลดหรือเพิ่มความเร็วโดยอัตโนมัติเพื่อรักษาระยะห่างที่เหมาะสม

ระบบติดตามช่องทางการวิ่ง พร้อมระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน เมื่อเปิดใช้งานระบบจะช่วยรักษารถให้อยู่ในเส้นทางเพื่อความปลอดภัย โดยหากรถเริ่มเฉออกจากเลนหรือแนวถนนระบบจะส่งสัญญาณเตือนผู้ขับ และช่วยหน่วงพวงมาลัยเพื่อนรักษาแนวการวิ่งของรถ และหากขับขี่บนทางหลวงหรือทางเฉพาะรถยนต์โดยเปิดใช้ระบบ Dynamic Radar Cruise Control และใช้ความเร็วเต็มระดับที่ตั้งค่าไว้ ระบบ LTA จะช่วยสนับสนุนโดยควบคุมพวงมาลัยเพื่อรักษารถให้วิ่งอยู่

ระบบช่วยเปลี่ยนเลน ทำงานร่วมกับระบบ LTA เพื่อช่วยควบคุมการเลี้ยวขณะเปลี่ยนเลน พร้อมตรวจสอบยานพาหนะในเลนที่จะไป เริ่มทำงานเมื่อผู้ขับเปิดสัญญาไฟเลี้ยว และเมื่อเปลี่ยนเลนเรียบร้อยไฟเลี้ยวจะดับโดยอัตโนมัติ โดยจะทำงานเมื่ออยู่บนทางหลวง หรือเส้นทางเฉพาะรถยนต์ซึ่งมีเส้นแบ่งเลนชัดเจน

ระบบไฟหน้าปรับสูง-ต่ำอัจฉริยะ* จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้การขับขี่ตอนกลางคืน โดยคอยตรวจหาลำแสงจากไฟหน้าของรถที่แล่นสวนมา จากไฟท้ายของรถคันหน้า หรือจากแหล่งกำเนิดแสงไฟสูงของเลกซัส RZ ระบบก็จะเลือกดับไฟ LED แต่ละดวงในชุดไฟสูงแต่ละข้าง เพื่อตัดแสงไม่ให้รบกวนยานพาหนะคันอื่นๆ และจะเปิดไฟเหล่านั้นอีกครั้งเมื่อยานพาหนะคันดังกล่าวเคลื่อนออกจากรัศมีไฟสูงของเลกซัส RZ

ระบบไฟสูงอัตโนมัติ** เพิ่มความสะดวกให้การเดินทางตอนกลางคืน ด้วยระบบไฟสูงอัตโนมัติที่จะสลับเป็นไฟต่ำให้เมื่อตรวจพบยานพาหนะคันอื่นที่ด้านหน้าหรือในเลนตรงข้าม และจะสลับกลับเป็นไฟสูงเมื่อยานพาหนะดังกล่าวเคลื่อนออกไป

ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ Lexus Teammate Advanced Park ช่วยให้คุณจอดรถได้ง่ายขึ้นเมื่อเข้าจอดในที่พื้นที่เปิด เริ่มใช้งานโดยหยุดรถข้างจุดที่ต้องการจอดแล้วกดปุ่มเปิดระบบ พื้นที่จอดจะปรากฏขึ้นบนจอเพื่อยืนยัน เมื่อตรวจสอบสภาพแวดล้อมแล้ว ให้ผู้ขับกดปุ่ม “เริ่มจอด” แล้วปล่อยพวงมาลัย และถอนเบรก ระบบจะนำรถเข้าจอดให้เองโดยอัตโนมัติ โดยควบคุมทั้งพวงมาลัย คันเร่ง เบรก และเกียร์ พร้อมแสดงภาพมุมสูงเพื่อให้เห็นสภาพแวดล้อมโดยรวมของจุดจอด ตัวรถ และสิ่งกีดขวางต่างๆ และจะส่งสัญญาณเตือนพร้อมเบรกโดยอัตโนมัติเมื่อเข้าใกล้สิ่งกีดขวางที่อาจชนได้ระบบตรวจสอบจุดอับสายตา BSM ช่วยให้เปลี่ยนเลนได้อย่างปลอดภัย โดยใช้เรดาร์บริเวณมุมกันชนท้ายตรวจสอบยานพาหนะในเลนข้าง ๆ ที่อยู่ในจุดอับสายตา และมองเห็นได้ยากจากกระจกมองข้าง พร้อมสั่นเตือน และส่งสัญญาณเตือนบนกระจกมองข้างด้านนั้นๆ

ระบบความปลอดภัยขณะเปิดประตู ทำงานร่วมกับระบบตรวจสอบจุดอับสายตา (BSM) เพื่อตรวจสอบว่ามียานพาหนะหรือจักรยานแล่นเข้ามาทางด้านหลังรถหรือไม่ หากพบจะส่งสัญญาณเตือนบนกระจกมองข้างด้านนั้นๆ เพื่อไม่ให้ผู้ขับหรือผู้โดยสารเปิดประตูออกไป หรือหากมีการพยายามเปิดประตู ระบบ e-Latch จะไม่เปิดให้พร้อมแสดงสัญญาณเตือนด้วยไฟกระพริบที่กระจกมองข้างและบนหน้าจอ

ระบบช่วยเบรกขณะถอยออกจากที่จอด PKSB ช่วยตรวจหาทั้งวัตถุคงที่รอบๆ รถและยานพาหนะรวมทั้งคนเดินเท้าที่กำลังเข้าใกล้ท้ายรถ*1 ได้ในวงกว้าง ขณะกำลังถอยออกจากที่จอด และหากตรวจพบระบบจะช่วยควบคุมทั้งเบรก และคันเร่ง เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ และให้คุณถอยรถได้อย่างปลอดภัย

จอแสดงภาพรอบทิศทาง ประมวลข้อมูลจากกล้องบริเวณด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลังของตัวรถ เพื่อแสดงภาพจำลองมุมสูง ช่วยให้เห็นสภาพแวดล้อมได้รอบคันรถ โดยเฉพาะจุดที่สังเกตเห็นได้ยากจากเบาะคนขับ เลือกการแสดงผลได้ 3 แบบคือ แบบ see-through มองทะลุตัวรถได้ แบบ side clearance ช่วยกะระยะ 2 ข้างของตัวรถ และแบบ cornering แสดงตำแหน่งรถขณะเลี้ยวรถในทางแคบ เพื่อป้องกันการชนสิ่งกีดขวาง

*สำหรับเกรด Premium เท่านั้น **สำหรับเกรด Luxury เท่านั้น

The All New Lexus RZ 450e มีให้เลือก 6 สี Sonic Quartz , Sonic Chrome , Sonic Iridium ,Graphite Black Glass Flake , Sonic Copper ,  Aether Metallic

สีภายใน RZ 450e 2 สี Hazel และ Grayscale รุ่น Luxury Grade (Synthetic leather)            

และรุ่น Premium (Ultrasuede)      

สะดวกยิ่งขึ้นกับการบริการ KINTO ONE บริการเช่ารถระยะยาวที่ ครอบคลุมทุกค่าใช้จ่าย สามารถเลือกระยะเวลา และระยะทางได้หลากหลาย โดยค่าบริการสำหรับ Lexus RZ เริ่มต้นเพียง 69,990 บาทต่อเดือน

และเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ชีวิตที่เหนือกว่า สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์เลกซัสทุกรุ่นจากผู้แทนจำหน่ายเลกซัสอย่างเป็นทางการ รับสิทธิ์เป็นสมาชิก Lexus Club รวมทั้งสิทธิพิเศษจาก Lexus Privilege ผ่าน Mobile Application “Lexus Elite Club”

อุ่นใจทุกการเดินทางด้วยบริการจากเลกซัส เซอร์วิส คอร์เนอร์ ในศูนย์บริการโตโยต้าที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการด้วยมาตรฐานเลกซัส ทั้ง 15 แห่ง ทั่วประเทศ พร้อมบริการ Home Visit Mobility Service โดยส่งช่างผู้เชี่ยวชาญของเลกซัส เพื่อมอบบริการสำหรับลูกค้าทั่วประเทศ

นอกจากนี้เพื่อเอกสิทธิ์เหนือระดับ... ให้คุณมั่นใจทุกที่ทุกเวลากับ Lexus Exclusive Package

Lexus Exclusive Package คือโปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง มาพร้อมบริการ Lexus Concierge Service เลขาส่วนตัว และ การช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ดูแลช่วยเหลือให้คุณสะดวกสบายด้วยเอกสิทธิ์เหนือระดับ ให้คุณมั่นใจทุกที่ทุกเวลา รวมถึงค่าบำรุงรักษารถยนต์ตลอดระยะเวลา 5   ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

เลกซัส ออกแบบทางเลือกประเภทของโปรแกรม เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานของคุณ และช่วยคุณประหยัดค่าใช้จ่ายระยะยาว

STANDARD ครอบคลุมค่าแรงตลอด 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (50,000 บาท)
PLUS ครอบคลุมการบำรุงรักษารถยนต์ทั้งค่าแรงและค่าอะไหล่ตลอด 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (ยกเว้นอะไหล่เสื่อมสภาพ) (70,000 บาท)
PREMIUM ครอบคลุมการบำรุงรักษารถยนต์ทั้งค่าแรงและค่าอะไหล่ตลอด 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร รวมอะไหล่เสื่อมสภาพ (90,000 บาท)
ราคา (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) The New All-Electric Lexus RZ 450e

เกรด   Luxury                      3,870,000 บาท
เกรด   Premium                   4,190,000 บาท
 

ข้อมูลทางเทคนิค The All New Lexus RZ 450e  

มอเตอร์ไฟฟ้าชนิด Synchronous Alternating current Motor (Permanent magnet type)

มอเตอร์หน้า      กำลังสูงสุด 201 / 204 / 150 กิโลวัตต์/แรงม้า

แรงบิดสูงสุด    226.3 นิวตัน-เมตร

มอเตอร์หลัง      กำลังสูงสุด 107/ 109 / 80 กิโลวัตต์/แรงม้า 

แรงบิดสูงสุด 168.5 นิวตัน-เมตร

กำลังรวมทั้งระบบ 308 / 312 /230 กิโลวัตต์

แบตเตอรี่ไฮบริดชนิดลิเธียมไอออน   

แรงดันไฟฟ้าสูงสุด 355.2 โวล์ต

ความจุแบตเตอรี่ 201 แอมแปร์/ชั่วโมง

จำนวนเซลล์แบตเตอรี่ 96 เซลล์

กำลังแบตเตอรี่ 71.4 กิโลวัตต์ /ชั่วโมง

รองรับหัวชาร์จ AC/DC (ด้านซ้ายหน้า) Type 2 (11kW) / CCS (150kW)

เวลาในการชาร์จประจุกระแสสลับ (AC) 6.5 ชั่วโมง

เวลาในการชาร์จประจุแบบเร็ว (DC) 30 นาที

สมรรถนะ

ความเร็วสูงสุด 160 กิโลเมตร/ชั่วโมง

อัตราการเร่ง 5.3 กิโลเมตร/วินาที

ค่าเฉลี่ยมลพิษ Co2 0 กรัม/กิโลเมตร

ระยะทางสูงสุดโดยเฉลี่ย 470 กิโลเมตร* (*มาตรฐาน NEDC)

 

ติดตามข้อมูลข่าวสารของเลกซัสเพิ่มเติมได้ที่  www.lexus.co.th

และ ช่องทางออนไลน์ Official Account : Lexus Thailand

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้