X

ปอร์เช่ จะผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 100% Macan all-electric ปี 67

Last updated: 20 ส.ค. 2566  |  421 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ปอร์เช่ จะผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 100% Macan all-electric  ปี 67

ปอร์เช่ ตั้งเป้าผลิตรถไฟฟ้า 100% “all-electric” มากกว่า 80% ภายในปี 2573 ด้วยแผนกลยุทธ์ electrification strategy เตรียมส่งมอบรถไฟฟ้า 100% รุ่น Macan all-electric ปี 2567 เผยยอดขายไตรมาสแรกของปี 2566 ในตลาดทั่วโลกสูงถึง 80,767 คัน

ปอร์เช่ เผยยังมุ่งมั่นเดินหน้าตามแผนกลยุทธ์ด้านยานพาหนะพลังงานไฟฟ้า หรือ electrification strategy ควบคู่ไปกับแผนกลยุทธ์อื่น ๆ โดยมีปอร์เช่ คาเยนน์ (Cayenne) ขุมพลังไฟฟ้า 100% เป็นตัวตอบโจทย์แผนกลยุทธ์ดังกล่าว ขณะเดียวกันขั้นตอนการพัฒนา ปอร์เช่ มาคันน์ (Macan) รุ่นไฟฟ้า all-electric ก็เป็นไปตามแผนงาน และจะพร้อมส่งมอบให้กับลูกค้าได้ในปี 2567 ส่วน ปอร์เช่ 718 รุ่นไฟฟ้า all-electric มีแผนเปิดตัวในช่วงกลางทศวรรษนี้

สำหรับแผนในระยะกลาง ปอร์เช่จะมีการเปิดตัวเฉพาะรถยนต์รุ่นไฟฟ้าล้วน all-electric เริ่มจากปอร์เช่ คาเยนน์ (Cayenne) ขุมพลังไฟฟ้า 100% all-electric เจเนอเรชั่นที่ 4 รถสปอร์ต SUV รุ่นสำคัญที่มีส่วนนำพาปอร์เช่บรรลุเป้าหมายยอดส่งมอบรถยนต์ใหม่ โดยตั้งเป้าส่งมอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าล้วน หรือ all-electric ในอัตราส่วนมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี 2573



นอกจากนี้ ปอร์เช่ยังมีแผนที่จะขยายขอบเขตของผลิตภัณฑ์ยานยนต์ให้หลากหลายยิ่งขึ้น เริ่มจากรถยนต์ SUV all-electric ซึ่งอยู่ในตลาดที่เหนือกว่า คาเยนน์ (Cayenne) รถยนต์รุ่นใหม่นี้มีแนวทางการออกแบบดีไซน์ที่นำเสนอสมรรถนะระดับสูง และฟังก์ชั่นการขับขี่อัตโนมัติ โดยยังคงไว้ซึ่งรูปทรงอันเป็นอมตะสไตล์ดั้งเดิมของรถสปอร์ตจากปอร์เช่ พร้อมส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ด้วยภายในห้องโดยสารรูปแบบใหม่หมดจด

รถยนต์รุ่นดังกล่าวจะได้รับการพัฒนาขึ้นภายใต้แพลตฟอร์ม SSP Sport “เรายังคงเน้นย้ำ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งในฐานะยนตรกรรมสปอร์ต ที่เปี่ยมไปด้วยความหรูหรา เรากำลังอยู่ระหว่างการสำรวจอัตราการเติบโตของส่วนแบ่งผลกำไรในรถยนต์กลุ่มนี้ โดยเฉพาะในตลาดประเทศจีน และสหรัฐอเมริกา” Oliver Blume ซีอีโอของปอร์เช่ กล่าว

ปี 2566 ได้มีการเปิดตัว ปอร์เช่ คาเยนน์ (Cayenne) รุ่นปรับโฉมครั้งประวัติศาสตร์ของปอร์เช่ การอัพเกรดรถสปอร์ต SUV เจเนอเรชั่นที่ 3 นี้ รวมถึงการพัฒนาขุมพลัง plug-in hybrids ให้มีระยะทางขับขี่ที่เพิ่มขึ้น มาจากระบบช่วงล่างใหม่ที่ให้สมรรถนะการขับขี่ที่รับมือได้กับทุกสถานการณ์ เปี่ยมไปด้วยดุลยภาพ ทั้งประสิทธิภาพบนเส้นทาง on-road ที่แฟนปอร์เช่คุ้นเคย ความสะดวกสบายสำหรับการโดยสารระยะทางไกลๆ รวมทั้งศักยภาพการบุกตะลุยบนเส้นทางทุรกันดารสไตล์ off-road

นอกจากนั้นปอร์เช่ยังมีเป้าหมายในการพัฒนาอย่างยั่งยืน ภายใต้กรอบของแผนกลยุทธ์ดังกล่าว บริษัทกำลังดำเนินการเพื่อบรรลุโครงการ net carbon neutral ตลอดทั้ง value chain สำหรับกระบวนการผลิตรถยนต์ภายในปี 2573 ซึ่งรวมไปถึง net carbon neutral สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า BEV ที่จะตามมาในอนาคต (อ้างอิงจากสมมติฐานระยะทางรวม 200,000 กิโลเมตรต่อรถยนต์หนึ่งคัน)

ด้านผลประกอบการนั้น ปอร์เช่สร้างสถิติใหม่เผยยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รายได้จากการขายในปี 2565 มีมูลค่ากว่า 37.6 พันล้านยูโร คิดเป็นอัตราการเติบโต 13.6 เปอร์เซ็นต์ (ปี 2564 มีมูลค่า 33.1 พันล้านยูโร) ผลกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 6.8 พันล้านยูโร สูงกว่าสถิติเดิมของปีที่แล้วถึง 1.5 พันล้านยูโร (เพิ่มขึ้น 27.4 เปอร์เซ็นต์) ยอดส่งมอบรถยนต์ใหม่ และเงินเดินสะพัดจากผลิตภัณฑ์ยานยนต์ในปี 2565 ทำตัวเลขสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา

Porsche AG สามารถบริหารและจัดการกับยอดจองรถยนต์ได้เป็นอย่างดี และยังสร้างตัวเลขยอดส่งมอบรถใหม่ส่งมอบลูกค้าได้สูงถึง 309,884 คัน ตลอดปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากสงครามที่เกิดขึ้นในประเทศยูเครน ความท้าทายจากวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า และปัญหาการขาดแคลน supply chain ทั่วโลก โดยยอดจำหน่ายดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วนถึง 2.6 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2564 (ยอดจำหน่าย 301,915 คัน)



ด้านยอดขายช่วง 3 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทผู้ผลิตรถสปอร์ตสัญชาติเยอรมนี สามารถจำหน่ายรถยนต์ให้แก่ลูกค้าในตลาดทั่วโลกได้สูงถึง 80,767 คัน สูงขึ้น 18 เปอร์เซ็นต์

ในทวีปยุโรป ปอร์เช่มียอดส่งมอบรถยนต์ใหม่ในช่วงไตรมาสแรก สูงถึง 18,420 คัน คิดเป็นสัดส่วนเพิ่มขึ้น 14 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2565 สำหรับตลาดในบ้านเกิด ประเทศเยอรมนี ตัวเลขยอดจำหน่ายยังคงมีทิศทางเพิ่มสูงขึ้น โดยทำได้ที่ 8,247 คัน หรือเพิ่มขึ้นถึง 19 เปอร์เซ็นต์

ในประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของปอร์เช่ บริษัทผู้ผลิตรถสปอร์ตชั้นนำของโลกมียอดส่งมอบรถยนต์ใหม่ในประเทศจีนสูงถึง 21,365 คัน ในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม หรือคิดเป็นอัตราส่วนเพิ่มขึ้นสูงถึง 21% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เหตุผลหลักคือการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของประเทศจีน หลังจากผ่านพ้นวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส

ในทวีปอเมริกาเหนือ ปอร์เช่มียอดส่งมอบรถยนต์อยู่ที่ 19,651 คัน เพิ่มขึ้นสูงถึง 30 เปอร์เซ็นต์ สำหรับภูมิภาคอื่น และตลาดเกิดใหม่ ตัวเลขยอดจำหน่ายรถยนต์ใหม่ทำได้ที่ 13,084 คัน เพิ่มขึ้น 5 เปอร์เซ็นต์ โดยภูมิภาคที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Porsche Asia Pacific สร้างสถิติยอดจำหน่ายสูงสุดเท่าที่เคยมีมา อัตราการเติบโตปรับตัวสูงขึ้นถึง 31 เปอร์เซ็นต์ ในไตรมาสแรกของปี 2566 แซงหน้าสถิติในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2565



รถสปอร์ต SUV ยังคงได้รับความนิยมสูงสุดในกลุ่มลูกค้ารถยนต์ปอร์เช่ ด้วยยอดส่งมอบรวมกว่า 23,880 คัน ของปอร์เช่ มาคันน์ (Macan) (เติบโตขึ้น 30 เปอร์เซ็นต์) ปอร์เช่ คาเยนน์ (Cayenne) สร้างยอดจำหน่ายสูงถึง 23,387 คัน (เติบโตขึ้น 23 เปอร์เซ็นต์) รถสปอร์ตตัวแรงระดับตำนาน ปอร์เช่ 911 ยังคงเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้า โดยมียอดส่งมอบถึงมือลูกค้าทั่วโลก 11,063 คัน ( เติบโตขึ้น 19 เปอร์เซ็นต์) ตามด้วยปอร์เช่ พานาเมร่า (Panamera) ที่มียอดจำหน่ายรวม 8,479 คัน (เติบโตขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์)

ที่มา: เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้