Last updated: 28 ม.ค. 2569 | 115 จำนวนผู้เข้าชม |
ส.อ.ท. เผย “สถิติยอดขายรถยนต์ปี 2568” (ม.ค.-ธ.ค. 2568) มี 621,166 คัน เป็นรถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้า (BEV) 120,301 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้ว 80.27% แชร์ส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ทั้งหมด 19.37% ยอดผลิต BEV ทั้งปีทะลุ 70,914 คัน เพิ่มขึ้น 631.98% ยอดจดทะเบียนสะสมรถ BEV ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 มีทั้งสิ้น 372,662 คัน เป็นยอดเก๋ง BEV ล้วนๆ 272,828 คัน
ส.อ.ท. ตั้งเป้าผลิตรถยนต์ปี 2569 ที่ 1.5 ล้านคัน และรถจักรยานยนต์ 2 ล้านคัน คาดแรงหนุนจากอัตราดอกเบี้ยขาลง การลงทุนจากต่างประเทศ และการขยายตัวของตลาด EV จะช่วยผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ไฮไลต์ :
วันพุธที่ 28 มกราคม 2569 นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยตัวเลขการผลิต ยอดขาย และการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เดือนธันวาคม 2568 ว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยส่งสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน
ปี 2568 มียอดผลิตรถยนต์รวม 1,455,569 คัน สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เติบโตโดดเด่น ขณะที่ยอดขายรถยนต์ในประเทศเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้นกว่า 39% ทำสถิติสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี สะท้อนความเชื่อมั่นของตลาดที่ทยอยกลับมา
สำหรับปี 2569 ส.อ.ท. ตั้งเป้าผลิตรถยนต์ 1.5 ล้านคัน และรถจักรยานยนต์ 2 ล้านคัน คาดแรงหนุนจากอัตราดอกเบี้ยขาลง การลงทุนจากต่างประเทศ และการขยายตัวของตลาด EV จะช่วยผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง
การผลิต
จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนธันวาคม 2568 มีทั้งสิ้น 113,855 คัน ลดลงจากเดือนพฤศจิกายน 2568 ร้อยละ 12.57 แต่เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 8.56 เนื่องจากการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อชดเชยการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าตามมาตรการสนับสนุนฯ ส่งผลให้ผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้าได้ถึง 10,714 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 794.32 เพื่อส่งออกและขายในประเทศ และส่งผลให้ผลิตเพื่อส่งออก 86,194 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 28.26 มีสัดส่วนถึงร้อยละ 75.71 ผลิตเพื่อขายในประเทศแค่ 27,661 คัน ลดลงร้อยละ 26.58 มีสัดส่วนเพียงร้อยละ 24.29
จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม - ธันวาคม 2568 มีจำนวนทั้งสิ้น 1,455,569 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม - ธันวาคม 2567 ร้อยละ 0.91 แต่มากกว่าเป้าที่ตั้งไว้ที่ 1,450,000 คัน โดยมากกว่า 5,569 คัน หรือมากกว่าร้อยละ 0.38
รถยนต์นั่ง เดือนธันวาคม 2568 ผลิตได้ 45,859 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 18.35 โดยแบ่งเป็น
• รถยนต์นั่ง Internal Combustion Engine มีจำนวน 18,210 คัน ลดลงจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 4.79
• รถยนต์นั่ง Battery Electric Vehicle มีจำนวน 10,714 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 794.32
• รถยนต์นั่ง Plug-in Hybrid Electric Vehicle มีจำนวน 375 คัน ลดลงจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 85.17
• รถยนต์นั่ง Hybrid Electric Vehicle มีจำนวน 16,560 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 4.18
ยอดผลิตของรถยนต์นั่ง ตั้งแต่เดือนมกราคม - ธันวาคม 2568 มีจำนวน 550,456 คัน เท่ากับร้อยละ 37.82 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนมกราคม - ธันวาคม 2567 ร้อยละ 1.43 โดยแบ่งเป็น
• รถยนต์นั่ง Internal Combustion Engine มีจำนวน 247,929 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม - ธันวาคม 2567 ร้อยละ 29.15 เพราะมีการยกเลิกผลิตบางรุ่น
• รถยนต์นั่ง Battery Electric Vehicle มีจำนวน 70,914 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - ธันวาคม 2567 ร้อยละ 631.98 เพราะต้องเร่งผลิตตามมาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า
• รถยนต์นั่ง Plug-in Hybrid Electric Vehicle มีจำนวน 17,296 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - ธันวาคม 2567 ร้อยละ 116.71
• รถยนต์นั่ง Hybrid Electric Vehicle มีจำนวน 214,317 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - ธันวาคม 2567 ร้อยละ 12.30
รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนธันวาคม 2568 ผลิตได้ทั้งหมด 66,475 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 2.01 และตั้งแต่เดือนมกราคม - ธันวาคม 2568 ผลิตได้ทั้งสิ้น 893,921 คัน เท่ากับร้อยละ 61.41 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – ธันวาคม 2567 ร้อยละ 0.02 โดยแบ่งเป็น
• รถกระบะบรรทุก 140,121 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม - ธันวาคม 2567 ร้อยละ 1.20
• รถกระบะดับเบิลแค็บ 571,903 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม - ธันวาคม 2567 ร้อยละ 3.48
• รถกระบะดับเบิลแค็บ BEV 555 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - ธันวาคม 2567 ร้อยละ 100
• รถกระบะ PPV 181,342 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - ธันวาคม 2567 ร้อยละ 13.81
ยอดขาย
ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนธันวาคม 2568 มีจำนวนทั้งสิ้น 75,121 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤศจิกายน 2568 ร้อยละ 47.17 และเพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 39.07 เป็นเดือนแรกในรอบ 33 เดือนที่มียอดขายรถยนต์ 75,121 คัน สอดคล้องกับยอดจองรถยนต์ 75,246 คันในงานมหกรรมยานยนต์เดือนธันวาคม พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายที่ต้องจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าในโครงการ EV 3.0 รถยนต์นั่งจึงเพิ่มขึ้นร้อยละ 21.4 และรถยนต์ SUV เพิ่มขึ้นร้อยละ 106.3 รถ PPV ยังคงขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 21.5 เพราะปีนี้มีผู้ผลิตรายใหม่เพิ่มขึ้นมา แต่รถกระบะยังคงมียอดขายทรงตัวที่ระดับต่ำที่ 14,965 คัน เพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 3.9 จากการเข้มงวดปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินจากหนี้ครัวเรือนที่ยังสูงและเศรษฐกิจในประเทศเติบโตในอัตราต่ำ ส่งผลให้กำลังซื้ออ่อนแอ
รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ มีจำนวน 51,962 คัน เท่ากับร้อยละ 69.17 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 60.85
• รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์สันดาปภายใน (ICE) 11,656 คัน เท่ากับร้อยละ 15.52 ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วที่ร้อยละ 18.91
• รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้า (BEV) 19,748 คัน เท่ากับร้อยละ 26.29 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วที่ร้อยละ 273.38
• รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสมแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) 601 คัน เท่ากับร้อยละ 0.80 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 109.41
• รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ REEV (Range-Extended Electric Vehicle) 250 คัน เท่ากับร้อยละ 0.33 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 100
• รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสม (HEV) 19,707 คัน เท่ากับร้อยละ 26.23 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 59.51
รถกระบะมีจำนวน 14,883 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 3.28 รถกระบะไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 80 ในปีที่แล้วไม่มียอดจำหน่าย รถกระบะ REEV มีจำนวน 2 คัน ในปีที่แล้วไม่มียอดจำหน่าย
ตั้งแต่เดือนมกราคม - ธันวาคม 2568 รถยนต์มียอดขาย 621,166 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 8.47 แยกเป็น
รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ มีจำนวน 404,845 คันเท่ากับร้อยละ 65.18 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 18.39
• รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์สันดาปภายใน (ICE) 128,893 คัน เท่ากับร้อยละ 20.75 ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วที่ร้อยละ 16.87
• รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้า (BEV) 120,301 คัน เท่ากับร้อยละ 19.37 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วที่ร้อยละ 80.27
• รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสมแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) 8,621 คัน เท่ากับร้อยละ 1.39 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 260.56
• รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ REEV (Range-Extended Electric Vehicle) 971 คัน เท่ากับร้อยละ 0.16 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 100
• รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสม (HEV) 146,059 คัน เท่ากับร้อยละ 23.51 ของยอดขายรถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 24
รถกระบะมีจำนวน 143,072 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 12.41 รถกระบะไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 726 คัน ปีที่แล้วไม่มียอดจำหน่าย รถกระบะ REEV มีจำนวน 19 คัน ปีที่แล้วไม่มียอดจำหน่าย รถ PPV มีจำนวน 43,916 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 19.20 รถบรรทุก 5 – 10 ตัน มีจำนวน 15,305 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 4.62 และรถประเภทอื่นๆ มีจำนวน 13,283 คัน ลดลงจากเดือนช่วงกันในปีที่แล้ว 8.29
ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 1,711,846 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – ธันวาคม 2567 ร้อยละ 1.70
การส่งออก
รถยนต์สำเร็จรูป เดือนธันวาคม 2568 ส่งออกได้ 84,963 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนที่แล้วร้อยละ 7.97 และเพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 11.29 เป็นอีกเดือนหนึ่งที่ส่งออกมากกว่าเวลาเดียวกันของปีที่แล้วจากการเร่งส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าซึ่งจะถูกนับเป็นการผลิตชดเชยที่ 1.5 เท่า ตามมาตรการสนับสนุนฯ จึงส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าได้ถึง 6,360 คัน มีส่วนแบ่งร้อยละ 7.49 ของยอดส่งออก ปีที่แล้วยังไม่มีรถยนต์ไฟฟ้าส่งออก รถกระบะไฟฟ้าส่งออก 76 คัน ปีที่แล้วยังไม่มีการผลิตรถกระบะไฟฟ้าในประเทศไทย รถกระบะดีเซลยังคงส่งออกมีส่วนแบ่งมากที่สุดทีร้อยละ 61.85 จำนวน 52,550 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.25 รถยนต์นั่งเครื่องยนต์สันดาปภายในส่งออก 10,673 คัน ลดลงร้อยละ 15.06 เพราะมีการเลิกผลิตรถยนต์บางรุ่นเพื่อส่งออก ส่งผลให้ตลาดส่งออกรถยนต์นั่งลดลง เช่น ตลาดเอเชีย ยุโรป อเมริกาเหนือ ส่วนตลาดรถกระบะเพิ่มขึ้นเช่น ตลาดออสเตรเลียและโอเชียเนีย ตลาดตะวันออกกลาง ตลาดแอฟริกา ตลาดอเมริกากลางและอเมริกาใต้
ประเภทรถยนต์ส่งออกเดือนธันวาคม 2568 แบ่งเป็น
• รถกระบะ 52,550 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 61.85 ของการส่งออกทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 5.25
• รถกระบะ BEV 76 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 0.09 ของการส่งออกทั้งหมด ในปี 2567 ไม่มีการส่งออก
• รถยนต์นั่ง ICE 10,673 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 12.56 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2567ร้อยละ 15.06
• รถยนต์นั่ง BEV 6,360 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 7.49 ของการส่งออกทั้งหมด ในปี 2567 ไม่มีการส่งออกรถยนต์นั่ง BEV
• รถยนต์นั่ง PHEV 271 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 0.32 ของการส่งออกทั้งหมด ในปี 2567 ไม่มีการส่งออกรถยนต์นั่ง PHEV
• รถยนต์นั่ง HEV 6,669 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 7.85 ของการส่งออกทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 47.84
• รถ PPV 8,364 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 9.84 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2567 ร้อยละ 10.43
มูลค่าการส่งออกรถยนต์ 53,679.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 2.41
รถยนต์สำเร็จรูป
เดือนมกราคม – ธันวาคม 2568 ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 935,750 คัน ลดลงจากช่วงระยะเวลาเดียวกันร้อยละ 8.19 แบ่งเป็น
• รถกระบะ 571,804 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 61.11 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2567 ร้อยละ 2.02
• รถกระบะ BEV 363 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 0.04 ของการส่งออกทั้งหมด ในปี 2567 ไม่มีการส่งออก
• รถยนต์นั่ง ICE 159,851 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 17.08 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2567 ร้อยละ 36.11
• รถยนต์นั่ง BEV 12,695 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 1.36 ของการส่งออกทั้งหมด ในปี 2567 ไม่มีการส่งออก
• รถยนต์นั่ง PHEV 1,678 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 0.18 ของการส่งออกทั้งหมด ในปี 2567 ไม่มีการส่งออก
• รถยนต์นั่ง HEV 55,091 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 5.89 ของการส่งออกทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 11.43
• รถ PPV 134,268 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 14.35 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2567 ร้อยละ 1.14
มูลค่าการส่งออกรถยนต์ 621,662.18 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม – ธันวาคม 2567 ร้อยละ 11.08
รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนมกราคม – ธันวาคม 2568 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 880,450.84 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม – ธันวาคม 2567 ร้อยละ 7.57
ปี พ.ศ.2569 เป้าผลิตรถยนต์ 1,500,000 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.05
เป้าผลิตรถจักรยานยนต์ 2,000,000 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.37
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยตัวเลขประมาณการการผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของสมาชิกกลุ่มฯ ในปี พ.ศ.2569 โดยแยกเป็นการผลิตเพื่อการส่งออก และการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ ดังนี้
รถยนต์
ประมาณการการผลิตรถยนต์ในปี พ.ศ.2569 ประมาณ 1,500,000 คัน มากกว่าปี พ.ศ.2568 ซึ่งมีจำนวน 1,455,569 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.05 โดยแบ่งเป็นการผลิตเพื่อการส่งออกประมาณ 950,000 คัน เท่ากับร้อยละ 63.33 ของยอดการผลิตทั้งหมด และผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศประมาณ 550,000 คัน เท่ากับร้อยละ 36.67 ของยอดการผลิตทั้งหมด
ข้อมูลจดทะเบียนที่ใช้เชื้อเพลิงต่างๆ เดือนธันวาคม 2568 (เฉพาะ รย.1) เดือนธันวาคม 2568 มียานยนต์ใช้เชื้อเพลิงประเภทต่างๆ จำนวน 38,791 คัน โดยแบ่งเป็น
• ประเภทไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 14,194 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 36.59
• ประเภทน้ำมันเบนซิน มีจำนวน 7,338 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 18.92
• ประเภทน้ำมันดีเซล มีจำนวน 8,053 มีสัดส่วนร้อยละ 20.76
• ประเภทน้ำมันผสมไฟฟ้า (HEV) มีจำนวน 8,248 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 21.16
• ประเภทน้ำมันผสมไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) มีจำนวน 869 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 2.24
• ประเภทอื่นๆ มีจำนวน 89 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 0.23
ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท BEV เดือนธันวาคม 2568
เดือนธันวาคม 2568 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 18,478 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคมปีที่แล้วร้อยละ 158.58 โดยแบ่งเป็น
• รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 14,511 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 171.13 แยกเป็นรถยนต์นั่งจำนวน 14,194 คัน รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คนจำนวน 307 คัน
• รถกระบะ รถแวนมีทั้งสิ้น 106 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 202.86
• รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 3,813 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 131.37%
• รถยนต์สามล้อมีทั้งสิ้น 3 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 50
• รถโดยสารมีทั้งสิ้น 4 คัน ลดลงจากเดือนธันวาคมปีที่แล้วร้อยละ 94.94
• รถบรรทุกมีทั้งสิ้น 41 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคมปีที่แล้วร้อยละ 36.67
"เดือนมกราคม - ธันวาคม 2568 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน 147,522 คัน" เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - ธันวาคมปีที่แล้วร้อยละ 52.74 โดยแบ่งเป็น
• รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 122,123 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - ธันวาคม 2567 ร้อยละ 74.70 แบ่งเป็น รถยนต์นั่ง 118,725 คัน รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คนจำนวน 3,186 คัน ฯลฯ
• รถกระบะ รถแวนมีทั้งสิ้น 662 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม - ธันวาคม 2567 ร้อยละ 9.60
• รถยนต์สามล้อมีทั้งสิ้น 25 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม - ธันวาคม 2567 ร้อยละ 82.99
• รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 24,163 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม - ธันวาคม 2567 ร้อยละ 3.81
• รถโดยสารมีทั้งสิ้น 133 คัน ลดลงเดือนมกราคม - ธันวาคม 2567 ร้อยละ 64.53
• รถบรรทุกมีทั้งสิ้น 416 คัน ลดลงเดือนมกราคม - ธันวาคม 2567 ร้อยละ 3.93
ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท HEV เดือนธันวาคม 2568
เดือนธันวาคม 2568 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (HEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 8,264 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคมปีที่แล้วร้อยละ 38.06 โดยแบ่งเป็น
• รถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 8,264 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 39.19 ส่วนใหญ่เป็นรถยนต์นั่ง จำนวน 8,248 คัน
เดือนมกราคม - ธันวาคม 2568 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (HEV) จดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน 137,588 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - ธันวาคมปีที่แล้วร้อยละ 8.15 โดยแบ่งเป็น
• รถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 136,706 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – ธันวาคม 2567 ร้อยละ 7.94 เป็นรถยนต์นั่งจำนวน 136,355 คัน รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คนจำนวน 33 คัน ฯลฯ
• รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 882 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – ธันวาคม 2567 ร้อยละ 55.28 เป็นรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลจำนวน 882 คัน
ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท PHEV เดือนธันวาคม 2568
เดือนธันวาคม 2568 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (PHEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 869 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคมปีที่แล้วร้อยละ 66.79 โดยแบ่งเป็น
• รถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 869 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคมปีที่แล้วร้อยละ 66.79 เป็นรถยนต์นั่งทั้ง 869 คัน
"เดือนมกราคม - ธันวาคม 2568 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (PHEV) จดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน 18,416 คัน" เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - ธันวาคมปีที่แล้วร้อยละ 96.48 โดยแบ่งเป็น
• รถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 18,416 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - ธันวาคมปีที่แล้วร้อยละ 96.48 เป็นรถยนต์นั่งจำนวน 18,388 คัน
"ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท BEV ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 มีกี่คัน?"
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท BEV มีจำนวนทั้งสิ้น 372,662 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 63.83 โดยแบ่งประเภทได้ ดังนี้
• รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 280,731 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2567 ร้อยละ 76.27 แยกเป็นรถยนต์นั่งมีจำนวน 272,828 คัน รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คนมีจำนวน 5,730 คัน
• รถกระบะและรถแวนมีจำนวน 1,540 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2567 ร้อยละ 77.22
• รถยนต์ 3 ล้อมีจำนวนทั้งสิ้น 1,042 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2567 ร้อยละ 2.46
• รถจักรยานยนต์มีจำนวนทั้งสิ้น 85,223 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2567 ร้อยละ 36.07
ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท HEV ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท HEV มีจำนวนทั้งสิ้น 604,997 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 28.85 โดยแบ่งประเภทได้ ดังนี้
• รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 594,982 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2567 ร้อยละ 29.29 แยกเป็นรถยนต์นั่งมีจำนวน 593,250 คัน รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารฯ มีจำนวน 512 คัน
• รถจักรยานยนต์มีจำนวนทั้งสิ้น 10,012 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2567 ร้อยละ 6.94
ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท PHEV ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท PHEV มีจำนวนทั้งสิ้น 81,367 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 28.78 โดยแบ่งประเภทได้ ดังนี้
• รถยนต์นั่ง 81,286 คัน
อ่านข่าวฉบับเต็มได้ที่ https://www.fti.or.th/News/details?id=1155
ที่มา : สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)