Last updated: 6 ก.พ. 2569 | 185 จำนวนผู้เข้าชม |
"IEA ระบุ โลกกำลังเข้าสู่ Age of Electricity” ยุคแห่งไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ! ไม่ใช่แค่การเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้า แต่เป็นการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจทั้งระบบให้ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า โดยมีแรงขับเคลื่อนที่สำคัญที่สุดคือ รถยนต์ไฟฟ้า เตือนไทยหากเร่งการเติบโตของอุตสาหกรรม EV โดยไม่ลงทุน grid ไปพร้อมๆกันจะเจอปัญหาคอขวด ขณะเดียวกันมีโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ไม่ใช่แค่ขายรถยนต์ไฟฟ้า แต่รวมถึงการสร้างสถานีชาร์จอัจฉริยะ ระบบจัดการโหลด โซลูชันแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน และซอฟต์แวร์บริหาร demand response
คำถามไม่ใช่ “EV จะโตหรือไม่” แต่คือ “ระบบไฟฟ้าจะพร้อมรองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วของ EV ได้แค่ไหน?”...นั่นคือโจทย์ใหญ่ของทศวรรษนี้
"รายงาน Electricity 2026 ของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA)" คาดการณ์ว่า ความต้องการไฟฟ้าโลกจะเติบโตเฉลี่ย 3.6% ต่อปีระหว่าง 2026–2030 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยในรอบทศวรรษที่ผ่านมาอย่างมีนัยสำคัญ และที่สำคัญกว่านั้นคือ ไฟฟ้าจะเติบโตเร็วกว่า GDP โลกอย่างต่อเนื่อง เป็นปรากฏการณ์ที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
EV คือหนึ่งในตัวแปรหลักที่ทำให้สมการพลังงานของโลกเปลี่ยนไป
EV ไม่ใช่แค่ “โหลดเล็กๆ” อีกต่อไป
IEA ระบุชัดว่า ภาคขนส่งซึ่งรวมรถยนต์ไฟฟ้า จะมีสัดส่วนมากกว่า 10% ของการเติบโตของความต้องการใช้ไฟฟ้าโลกในช่วงปี 2025–2030 เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากช่วงห้าปีก่อนหน้า
นี่สะท้อนว่า EV กำลังเปลี่ยนจาก “ทางเลือก” เป็น “โครงสร้างพื้นฐานของดีมานด์ไฟฟ้า” ใหม่
ยิ่งไปกว่านั้น ความต้องการไฟฟ้าไม่ได้มาจากการชาร์จรถเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึง:
สหภาพยุโรป: EV คือกลไกสำคัญในการฟื้นดีมานด์ไฟฟ้า
ในยุโรป IEA คาดว่าภาคขนส่งจะเพิ่มความต้องการไฟฟ้ากว่า 100 TWh ภายในปี 2030 จากการเร่ง adoption ของ EV
หลังวิกฤตราคาพลังงานที่ทำให้ดีมานด์อุตสาหกรรมหดตัวในปี 2022–2023 EV กลายเป็นหนึ่งในตัวชดเชยสำคัญของดีมานด์ที่หายไป
นอกจากนี้ การเติบโตของ heat pumps และการขยาย data centres ยังช่วยเร่ง electrification ของเศรษฐกิจยุโรป
แบตเตอรี่: จากชิ้นส่วนรถ EV สู่เสาหลักความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้า
รายงาน Electricity 2026 ให้ความสำคัญกับเรื่อง “Flexibility” อย่างมาก โดยเฉพาะการเติบโตของ Utility-scale batteries
ภูมิภาคที่แบตเตอรี่ขนาดใหญ่เติบโตแรง ได้แก่: California , Germany , South Australia , Texas และ United Kingdom
แบตเตอรี่ในยุคใหม่มีบทบาทสองด้าน:
1.เป็นโหลดเมื่อชาร์จ
2.เป็นแหล่งจ่ายไฟเมื่อระบบต้องการเสถียรภาพ
ในโลกที่สัดส่วน Solar และพลัง'งานลม (Wind) จะเพิ่มจาก 17% เป็น 27% ของการผลิตไฟฟ้าโลกภายในปี 2030 แบตเตอรี่จะกลายเป็นเครื่องมือหลักในการรักษาเสถียรภาพ...EV จึงเชื่อมโยงโดยตรงกับตลาด storage
สถานีชาร์จและโครงข่าย: คอขวดของยุค EV
IEA เตือนว่า ปัจจุบันมีโครงการพลังงานและโหลดขนาดใหญ่กว่า 2,500 GW ติดค้างในคิวเชื่อมต่อโครงข่ายทั่วโลก
เพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น การลงทุนโครงข่ายต้องเพิ่มขึ้นราว 50% ภายในปี 2030 จากระดับประมาณ USD 400 billion ต่อปี เป็นราว USD 600 billion ต่อปี
EV, data centres และ heat pumps คือโหลดใหม่ที่ทำให้ระบบต้อง อัปเกรดสายส่ง / ใช้ grid-enhancing technologies / พัฒนา smart demand response และขยาย smart meter deployment
IEA ชี้ว่า การใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายและการเชื่อมต่อแบบ non-firm อาจปลดล็อกกำลังเชื่อมต่อได้ถึง 1,200–1,600 GW
ความต้องการใช้ไฟฟ้าจะโตเร็วกว่า GDP: สัญญาณโครงสร้างใหม่ของเศรษฐกิจโลก
ปี 2024 เป็นปีแรกในรอบสามทศวรรษที่ความต้องการไฟฟ้าโลกเติบโตเร็วกว่าการเติบโตเศรษฐกิจในปีปกติ IEA คาดว่าแนวโน้มนี้จะดำเนินต่อไปถึงปี 2030 โดยความต้องการใช้ไฟฟ้าจะเติบโตอย่างน้อย 2.5 เท่า...เร็วกว่าอุปสงค์พลังงานรวม
EV คือหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้ความสัมพันธ์ดั้งเดิมระหว่าง GDP และไฟฟ้าเปลี่ยนไป
มุมมองเชิงกลยุทธ์สำหรับอุตสาหกรรม EV
จากรายงาน Electricity 2026 สามารถสรุปได้ว่า:
อ้างอิง : รายงาน Electricity 2026: Analysis and forecast to 2030 ของ IEA
หมายเหตุกองบรรณาธิการ : บทความนี้ใช้ ChatGPT ในการคัดย่อจากข้อมูลฉบับเต็มของ IEA