ส.อ.ท. เผย "ยอดจดทะเบียนใหม่สะสมของยานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV)" ทุกประเภท ช่วง 2 เดือนแรกของปี (ม.ค. - ก.พ. 2569) ทะลุ 51,412 คัน ถ้าโฟกัสเฉพาะยอดจดทะเบียนใหม่ป้ายแดงรถยนต์นั่งไฟฟ้า 100% มียอดสะสมแล้วกว่า 45,219 คัน อย่างไรก็ตาม ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในเดือน ก.พ. 2569 มีเพียง 6,168 คัน ลดลง 18.56% เพราะสิ้นสุดโครงการ EV 3.0
ส.อ.ท. จับตาสงครามจะดันเทรนด์ไฟฟ้าโตหรือไม่?ไฮไลต์ :- ยอดขายเก๋ง EV ช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 ทิ้งห่างยอดขายรถเก๋งสันดาปเกือบ 2 เท่า แชร์ส่วนแบ่งตลาดเฉียด 1 ใน 3 โดยยอดขายรถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้า (BEV) ระหว่าง ม.ค. - ก.พ. 2569 มี 38,067 คัน เท่ากับ 31.15% ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้ว 160.79% ขณะที่ยอดขายรถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์สันดาปภายใน (ICE) มีเพียง 19,840 คัน เท่ากับ 16.23% ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้ว 16.08%
- ยอดจดทะเบียนสะสมยานยนต์ไฟฟ้าประเภท BEV ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 มี 423,615 คัน เพิ่มขึ้น 69.90% เป็นรถยนต์นั่งไฟฟ้า 100% ถึง 317,327 คัน เพิ่มขึ้น 83.12% มียอดรถยนต์ไฟฟ้ารับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ปรากฎ 1,983 คัน เพิ่มขึ้น 243.08%
วันอังคารที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569 : นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประเทศ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ว่ายอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 48,242 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม 2569 ร้อยละ 34.75 และลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 2.17 เพราะรถยนต์ไฟฟ้าขายลดลงร้อยละ 18.56 จากเดือนเดียวกันของปี 2568 เพราะสิ้นสุดโครงการ EV 3.0
การผลิต
จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีทั้งสิ้น 117,952 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม 2569 ร้อยละ 0.37 แต่เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 3.43 เพราะผลิตรถยนต์นั่งส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 22.83 และผลิตรถกระบะเพื่อขายในประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 55.98
จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 236,338 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 6.87
รถยนต์นั่ง เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ผลิตได้ 34,951 คัน ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 8.47 โดยแบ่งเป็น
- รถยนต์นั่ง Internal Combustion Engine (ICE) มีจำนวน 15,396 คัน ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 3.79
- รถยนต์นั่ง Battery Electric Vehicle (BEV) มีจำนวน 3,846 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 71.54
- รถยนต์นั่ง Plug-in Hybrid Electric Vehicle (PHEV) มีจำนวน 770 คัน ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 65.42
- รถยนต์นั่ง Hybrid Electric Vehicle (HEV) มีจำนวน 14,939 คัน ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 15.67
ยอดผลิตของรถยนต์นั่ง ตั้งแต่เดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2569 มีจำนวน 76,486 คัน เท่ากับร้อยละ 32.36 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 3.50 โดยแบ่งเป็น
- รถยนต์นั่ง Internal Combustion Engine มีจำนวน 34,171 คัน เพิ่มขึ้น ร้อยละ 6.87
- รถยนต์นั่ง Battery Electric Vehicle (BEV) มีจำนวน 5,533 คัน เพิ่มขึ้น ร้อยละ 41.62
- รถยนต์นั่ง Plug-in Hybrid Electric Vehicle (PHEV) มีจำนวน 2,495 คัน ลดลง ร้อยละ 43.19
- รถยนต์นั่ง Hybrid Electric Vehicle (HEV) มีจำนวน 34,287 คัน เพิ่มขึ้น ร้อยละ 1.96
รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ผลิตได้ทั้งหมด 81,545 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 8.80 และตั้งแต่เดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2569 ผลิตได้ทั้งสิ้น 157,013 คัน เท่ากับร้อยละ 66.44 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 7.87 โดยแบ่งเป็น
- รถกระบะบรรทุก 23,653 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 20.44
- รถกระบะดับเบิลแค็บ 102,833 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 19.06
- รถกระบะดับเบิลแค็บ BEV 889 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 100
- รถกระบะ PPV 29,638 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 0.62
ยอดขาย
ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 48,242 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม 2569 ร้อยละ 34.75 และลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 2.17 ลดลงเพราะรถยนต์ไฟฟ้าขายลดลงร้อยละ 18.56 จากเดือนเดียวกันปี 2568 เพราะสิ้นสุดโครงการ EV 3.0 และรถกระบะกับรถยนต์นั่งเครื่องยนต์สันดาปภายในขายลดลงจากความเข้มงวดของสถาบันการเงินเพราะเศรษฐกิจในประเทศเติบโตในอัตราต่ำ กำลังซื้ออ่อนแอ
เหตุการณ์การสู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอลกับอิหร่านซึ่งยังไม่ทราบว่าจะนานแค่ไหน สร้างความกังวลในเรื่องการส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์จากราคาพลังงานที่สูงขึ้น ส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อไปทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยซึ่งอาจกระทบต่อกำลังซื้อที่อ่อนแออยู่แล้วทรุดลงไปอีก ผู้เชี่ยวชาญหลายสำนักคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตราวๆ 1.2% ซึ่งอาจกระทบยอดขายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในประเทศด้วย
รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ มีจำนวน 28,635 คัน เท่ากับร้อยละ 59.36 ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 6.84
- รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์สันดาปภายใน (ICE) 9,330 คัน เท่ากับร้อยละ 19.34 ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วที่ร้อยละ 20.24
- รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้า (BEV) 6,168 คัน เท่ากับร้อยละ 12.79 ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วที่ร้อยละ 18.56
- รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสมแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) 352 คัน เท่ากับร้อยละ 0.73 ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 55.33
- รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ REEV (Range-Extended Electric Vehicle) 79 คัน เท่ากับร้อยละ 0.16 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 100
- รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสม (HEV) 12,706 คัน เท่ากับร้อยละ 26.34 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 18.98
รถกระบะมีจำนวน 12,998 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 1.41 รถกระบะไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 94 เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 168.57 รถกระบะ HEV มีจำนวน 5 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 100 รถ PPV มีจำนวน 4,277 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 43.76 รถบรรทุก 5 – 10 ตัน มีจำนวน 1,282 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 12.95 รถบรรทุก 5 – 10 ตันไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 12 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 100 และรถประเภทอื่นๆ มีจำนวน 939 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว 24.64
ตั้งแต่เดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2569 รถยนต์มียอดขาย 122,218 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 25.49 แยกเป็น
รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ มีจำนวน 84,635 คันเท่ากับร้อยละ 69.25 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 38.11
- รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์สันดาปภายใน (ICE) 19,840 คัน เท่ากับร้อยละ 16.23 ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วที่ร้อยละ 16.08
- รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้า (BEV) 38,067 คัน เท่ากับร้อยละ 31.15 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วที่ร้อยละ 160.79
- รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสมแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) 1,251 คัน เท่ากับร้อยละ 1.02 ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 28.64
- รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ REEV (Range-Extended Electric Vehicle) 142 คัน เท่ากับร้อยละ 0.12 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 100
- รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสม (HEV) 25,335 คัน เท่ากับร้อยละ 20.73 ของยอดขายรถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 18.99
รถกระบะมีจำนวน 24,502 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 3.69 รถกระบะไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 173 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 343.69 รถกระบะ HEV มีจำนวน 8 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 100 รถบรรทุก 5 – 10 ตันไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 14 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 100 และรถประเภทอื่นๆ มีจำนวน 2,011 คัน
ข้อมูลจดทะเบียนที่ใช้เชื้อเพลิงต่างๆ เดือนกุมภาพันธ์ 2569 (เฉพาะ รย.1)เดือนกุมภาพันธ์ 2569 มียานยนต์ใช้เชื้อเพลิงประเภทต่างๆ จำนวน 41,491 คัน โดยแบ่งเป็น
- ประเภทไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 4,767 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 11.49
- ประเภทน้ำมันเบนซิน มีจำนวน 9,445 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 22.76
- ประเภทน้ำมันดีเซล มีจำนวน 11,692 มีสัดส่วนร้อยละ 28.18
- ประเภทน้ำมันผสมไฟฟ้า (HEV) มีจำนวน 14,566 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 35.11
- ประเภทน้ำมันผสมไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) มีจำนวน 1,021 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 2.46
ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท BEV เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เดือนกุมภาพันธ์ 2569 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 5,744 คัน ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้วร้อยละ 22.12 โดยแบ่งเป็น
- รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 4,805 คัน ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 6.90 แยกเป็น รถยนต์นั่ง 4,776 คัน รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน 27 คัน
- รถกระบะ รถแวนมีทั้งสิ้น 25 คัน ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 21.88
- รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 868 คัน ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 59.44
- รถยนต์สามล้อมีทั้งสิ้น 5 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 150
- รถโดยสารมีทั้งสิ้น 16 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้วร้อยละ 100
- รถบรรทุกมีทั้งสิ้น 25 คัน ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้วร้อยละ 21.88
เดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2569 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่สะสม 51,412 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ปีที่แล้วร้อยละ 52.74 โดยแบ่งเป็น
- รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 46,941 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 167.35 แยกเป็น รถยนต์นั่ง 45,219 คัน รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน 1,701 คัน
- รถกระบะ รถแวนมีทั้งสิ้น 98 คัน รถยนต์สามล้อมีทั้งสิ้น 12 คัน รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 4,247 คัน รถโดยสารมีทั้งสิ้น 19 คัน รถบรรทุกมีทั้งสิ้น 95 คัน
ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท HEV เดือนกุมภาพันธ์ 2569
เดือนกุมภาพันธ์ 2569 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (HEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 14,641 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้วร้อยละ 21.50 โดยแบ่งเป็น
- รถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 14,572 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 21.46 เป็นรถยนต์นั่ง 14,566 คัน
- รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 69 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 30.19
เดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2569 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (HEV) จดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน 31,865 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ปีที่แล้วร้อยละ 24.50 โดยแบ่งเป็น
- รถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 31,749 คัน เป็นรถยนต์นั่ง 31,730 คัน รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน 3 คัน รถยนต์บริการธุรกิจ 7 คัน รถยนต์บริการทัศนาจร 9 คัน
- รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 116 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 11.45
ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท PHEV เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เดือนกุมภาพันธ์ 2569 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (PHEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 1,021 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้วร้อยละ 0.10 โดยแบ่งเป็น
- รถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 1,021 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้วร้อยละ 0.10
เดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2569 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (PHEV) จดทะเบียนใหม่สะสม 2,996 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ปีที่แล้วร้อยละ 43.08 เป็นรถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ ทั้งสิ้น 2,996 คัน
ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท BEV ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท BEV มีจำนวนทั้งสิ้น 423,615 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 69.90 โดยแบ่งประเภทได้ ดังนี้
- รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 327,376 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 85.22 แยกเป็นรถยนต์นั่ง 317,327 คัน รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน 7,499 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 186.88
- รถกระบะและรถแวนมีจำนวน 1,637 คัน
- รถยนต์ 3 ล้อมีจำนวนทั้งสิ้น 1,051 คัน แยกเป็นรถยนต์สามล้อส่วนบุคคล 141 คัน รถยนต์รับจ้างสามล้อมีจำนวน 910 คัน
- รถจักรยานยนต์มีจำนวนทั้งสิ้น 89,301 คัน รถโดยสารมี 2,901 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 3.64
- รถบรรทุกมีจำนวนทั้งสิ้น 1,349 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 42.60
ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท HEV ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท HEV มีจำนวนทั้งสิ้น 636,407 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 28.61 โดยแบ่งประเภทได้ ดังนี้
- รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 626,322 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 29.03 แยกเป็น รถยนต์นั่งมีจำนวน 624,491 คัน รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารฯ มีจำนวน 514 คัน รถยนต์บริการธุรกิจ 254 คัน รถยนต์บริการทัศนาจร 360 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 54.51 รถยนต์บริการให้เช่า มีจำนวน 11 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 120 รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มีจำนวน 692 คัน
- รถกระบะและรถแวนมีจำนวน 1 คัน เท่ากับช่วงเวลาเดียวกันปี 2568
- รถจักรยานยนต์มีจำนวนทั้งสิ้น 10,082 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 7.10
ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท PHEV ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569
ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท PHEV มีจำนวนทั้งสิ้น 84,294 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 29.18 โดยส่วนใหญ่เป็นรถยนต์นั่ง มี 84,206 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 29.20
อ่านข้อมูลฉบับเต็ม คลิก https://www.fti.or.th/News/details?id=1250
ที่มา : สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)