Last updated: 11 เม.ย 2569 | 272 จำนวนผู้เข้าชม |
"Honda Motor ประกาศแผนวางขายรถยนต์ไฟฟ้าขนาดคอมแพกต์รุ่น Honda Super-ONE ในประเทศญี่ปุ่น" ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2026 โดยรถรุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับการเดินทางในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้น เน้น “ความสนุกในการขับขี่” ด้วยฟีเจอร์ที่กระตุ้นประสาทสัมผัสของผู้ขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นระบบเกียร์จำลอง 7 สปีด และระบบ Active Sound Control เพื่อสร้างเสียงเครื่องยนต์ที่ทรงพลังและฟีลการเปลี่ยนเกียร์เสมือนขับรถเครื่องยนต์สันดาปแบบเกียร์หลายจังหวะ
โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น, 10 เมษายน 2026 – บริษัท Honda Motor Co., Ltd. ประกาศแผนเริ่มวางจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าคอมแพกต์รุ่น Honda Super-ONE ในประเทศญี่ปุ่นช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2026 โดยรถรุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับการเดินทางในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและสร้างแรงบันดาลใจ ก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ Honda จะเริ่มเปิดรับจองล่วงหน้าที่โชว์รูม Honda Cars ทั่วประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน 2026

แนวคิดหลัก: “e: Dash BOOSTER”
Super-ONE ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิดหลัก “e: Dash BOOSTER” ในฐานะรถยนต์ไฟฟ้าคอมแพกต์ระดับ A-segment ที่ออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนการเดินทางในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและสร้างแรงบันดาลใจ ด้วยการนำฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่ช่วยเพิ่มความสนุกในการใช้งานภายในรถมาใช้ ชื่อ “Super-ONE” สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Honda ในการสร้างรถยนต์ที่ก้าวข้ามกรอบเดิมของ EV และมาตรฐานรถขนาดเล็ก (“super”) พร้อมมอบคุณค่าเฉพาะตัวในแบบฉบับ Honda (“one and only”)
นอกเหนือจากสมรรถนะด้านสิ่งแวดล้อมและความสะดวกในการใช้งานในชีวิตประจำวันแล้ว Super-ONE ยังมุ่งเน้น “ความสนุกในการขับขี่” อันเป็นเอกลักษณ์ของ Honda โดยเพิ่มฟีเจอร์ที่กระตุ้นประสาทสัมผัสของผู้ขับขี่ทุกด้าน เพื่อเสริม “ความสุขในการขับขี่” ที่เกิดจากสมรรถนะสไตล์สปอร์ตซึ่งรถ EV ขนาดเล็กสามารถมอบได้
Super-ONE มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สปอร์ต แต่ยังคงความมั่นคงและคล่องตัว ด้วยแพลตฟอร์มน้ำหนักเบาที่พัฒนาจาก N Series และช่วงล้อที่กว้างขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีโหมด BOOST Mode ที่พัฒนาขึ้นเฉพาะสำหรับรุ่นนี้ ซึ่งเพิ่มกำลังขับเคลื่อนให้ระบบส่งกำลังสามารถแสดงศักยภาพสูงสุด พร้อมทำงานร่วมกับระบบเกียร์จำลอง 7 สปีด และระบบ Active Sound Control เพื่อสร้างเสียงเครื่องยนต์ที่ทรงพลังและฟีลการเปลี่ยนเกียร์ที่เฉียบคม เสมือนขับรถเครื่องยนต์สันดาปแบบเกียร์หลายจังหวะ

โครงสร้างและสมรรถนะการขับขี่
Super-ONE ใช้แชสซีเฉพาะที่มีช่วงล้อกว้างขึ้น ทำให้ตัวรถมีความกว้างมากกว่า N Series พร้อมวางแบตเตอรี่แบบบางใต้พื้นตรงกลาง เพื่อรวมศูนย์น้ำหนักและลดจุดศูนย์ถ่วง
ผลลัพธ์คือ น้ำหนักตัวรถเพียง 1,090 กิโลกรัม ซึ่งถือว่าเบาที่สุดระดับต้น ๆ ในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับผู้โดยสารในตลาดญี่ปุ่น*1 และมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปขนาดคอมแพกต์ทั่วไป
คุณลักษณะเหล่านี้ช่วยให้ Super-ONE มีการควบคุมที่ตอบสนองต่อผู้ขับขี่ได้อย่างแม่นยำ สร้างความมั่นใจในการขับขี่
น้ำหนักที่เบายังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานไฟฟ้า โดยสามารถวิ่งได้ระยะทาง 274 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (มาตรฐาน WLTC)*2 ซึ่งตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและความสนุกในการขับขี่
การออกแบบ
ดีไซน์ภายนอกถูกออกแบบเพื่อสร้างความรู้สึกตื่นเต้นและคาดหวังต่อประสบการณ์การขับขี่ที่แท้จริง ขณะที่ภายในถูกออกแบบให้เพิ่มความรู้สึกอยากขับ และทำให้ผู้ขับสามารถโฟกัสกับการขับขี่ได้อย่างเต็มที่
ซุ้มล้อแบบ blister ที่ครอบล้อขนาดใหญ่ช่วยเน้นภาพลักษณ์ตัวรถที่เตี้ยและกว้าง สื่อถึงความสปอร์ตและไดนามิก
ดีไซน์แอโรไดนามิกเฉพาะรุ่น พร้อมช่องลมด้านหน้าและหลัง ผสานทั้งความสวยงามเชิงฟังก์ชันและประสิทธิภาพการขับขี่
มีสีตัวถังให้เลือก 5 สี รวมถึงสีใหม่ Boost Violet Pearl ที่พัฒนาขึ้นเฉพาะรุ่น โดยได้แรงบันดาลใจจากปรากฏการณ์ “blue jets” หรือสายฟ้าที่พุ่งขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศตอนบน สีม่วงเข้มนี้ถูกออกแบบเพื่อสร้างความรู้สึกตื่นเต้นทันทีที่มองเห็น

เบาะนั่งสปอร์ตถูกออกแบบเฉพาะรุ่น ช่วยยึดตัวผู้ขับให้อยู่ในตำแหน่งที่มั่นคง ขณะที่การตกแต่งภายในแบบไม่สมมาตรด้วยโทนสีน้ำเงินเพิ่มความสนุกสนาน

แผงหน้าปัดแนวนอนช่วยเพิ่มทัศนวิสัย ทำให้ผู้ขับโฟกัสกับถนนได้มากขึ้น
BOOST Mode — โหมดขับขี่เฉพาะรุ่น
Super-ONE มาพร้อม BOOST Mode ที่พัฒนาเฉพาะรุ่น เพื่อยกระดับความสนุกในการขับขี่ โดยเพิ่มกำลังสูงสุดจาก 47 kW ในโหมดปกติ เป็น 70 kW เพื่อให้เร่งความเร็วได้แรงและเฉียบคม
ระบบเกียร์จำลอง 7 สปีด ทำงานร่วมกับ Active Sound Control ที่สร้างเสียงเครื่องยนต์เสมือนจริงตามการกดคันเร่งและเบรก ทำให้ผู้ขับรู้สึกเหมือนขับรถสปอร์ตเครื่องยนต์สันดาป แต่ยังคงข้อดีของ EV
ผู้ขับสามารถเปลี่ยนเกียร์ผ่าน paddle shift ที่พวงมาลัย เพื่อเพิ่มความสนุกในการขับขี่
หน้าปัดดิจิทัลแบบ triple-gauge แสดงอุณหภูมิแบตเตอรี่ รอบเครื่องยนต์จำลอง และกำลังไฟ โดยออกแบบให้คล้ายมาตรวัดแบบอะนาล็อก
เมื่อเปิด BOOST Mode ไฟ ambient จะเปลี่ยนจากสีน้ำเงินเป็นสีม่วง
ฟีเจอร์ทั้งหมดนี้ช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสของผู้ขับ ทั้งภาพ เสียง และความรู้สึกจากแรงเร่ง
ระบบเสียง BOSE Premium Sound System
Super-ONE มาพร้อมระบบเสียง BOSE*3 แบบ 8 ลำโพงเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งพัฒนาร่วมกับ Bose Corporation โดยเป็นครั้งแรกในรถคอมแพกต์ของ Honda ในญี่ปุ่น
เทคโนโลยี Dynamic Speed Compensation จะปรับระดับเสียงและโทนเสียงอัตโนมัติตามความเร็วรถ
ซับวูฟเฟอร์ขนาด 13.1 ลิตรในพื้นที่เก็บสัมภาระ ให้เสียงเบสหนักแน่นและเสียงแหลมคมชัด มอบประสบการณ์เสียงระดับคอนเสิร์ต
ก่อนเปิดรับจองล่วงหน้าในวันที่ 16 เมษายน Super-ONE จะถูกนำไปจัดแสดงในบูธ Honda ภายในงาน AUTOMOBILE COUNCIL 2026 ที่จัดขึ้น ณ Makuhari Messe ระหว่างวันที่ 10–12 เมษายน 2026
