Last updated: 11 พ.ค. 2569 | 176 จำนวนผู้เข้าชม |
หากใครกำลังคิดจะออกรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) มาไว้ใช้งานเพื่อความมั่นคงทางการเงินในกระเป๋าสักคัน แต่ก็เกรงว่าค่าใช้จ่ายในการเช็กระยะและบำรุงรักษาจะสูงเกินไปจนไม่คุ้มกับค่าเชื้อเพลิงที่ลดลง หรือบางคนอาจจะมั่นใจว่าค่าใช้จ่ายส่วนนี้น่าจะไม่สูงมากนักเพราะรถ BEV ไม่มีเครื่องยนต์ ไม่ต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ก็ไม่น่าจะต้องนำรถไปเซ็กระยะเป็นประจำเหมือนรถเครื่องยนต์สันดาป
ไม่ว่าจะมีความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร? ต้องยอมรับความจริงว่ารถพลังงานใดๆ ก็ตามล้วนต้องมีการสึกหรอหรือเสื่อมสภาพตามการใช้งาน ดังนั้นรถ BEV ถึงแม้ไม่มีเครื่องยนต์แต่ก็ยังมีความจำเป็นต้องเช็กระยะตามวงจรปกติทุก 10,000 – 20,000 กิโลเมตร หรือทุก 1 ปี เพื่อความปลอดภัยของแบตเตอรี่

สำหรับผู้ที่เกรงว่ารายจ่ายเช็กระยะของรถ BEV จะสูงกว่ารถสันดาปนั้น สบายใจได้เลยเพราะรายการหลัก ๆ ที่ต้องเช็กและเปลี่ยนตามระยะของรถ BEV มีน้อยกว่ารถน้ำมันถึง 60-70% โดยมีจุดสำคัญดังนี้
สรุปตารางค่าใช้จ่ายโดยประมาณ (เปรียบเทียบ)
จากตัวเลขที่สรุปมาเบื้องต้น จะเห็นได้ว่าการเช็กระยะรถ BEV ในไทย ปัจจุบันมีราคาประหยัดกว่ารถน้ำมันอย่างเห็นได้ชัด
สิ่งที่สำคัญที่สุดของการเข้าศูนย์เช็กระยะรถ BEV ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนอะไหล่ แต่คือการ "คงสิทธิการรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี" หากขาดการเช็กระยะเพียงครั้งเดียว อาจส่งผลให้การเคลมแบตเตอรี่ (ที่มีมูลค่าหลักแสน) ทำได้ยากขึ้น ดังนั้นจึงอย่าละเลยการดูแลรักษารถ BEV อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถใช้งานได้ปลอดภัย และมีความคุ้มค่าในระยะยาว