X

การเช็กระยะรถยนต์ไฟฟ้า100% ต้องทำอย่างไร จ่ายแค่ไหน? เรื่องที่ควรรู้ก่อนออกรถ BEV

Last updated: 11 พ.ค. 2569  |  168 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เช็กระยะรถยนต์ไฟฟ้า 100% เรื่องที่ควรรู้ก่อนออกรถ BEV มาไว้ใช้งาน

หากใครกำลังคิดจะออกรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) มาไว้ใช้งานเพื่อความมั่นคงทางการเงินในกระเป๋าสักคัน แต่ก็เกรงว่าค่าใช้จ่ายในการเช็กระยะและบำรุงรักษาจะสูงเกินไปจนไม่คุ้มกับค่าเชื้อเพลิงที่ลดลง หรือบางคนอาจจะมั่นใจว่าค่าใช้จ่ายส่วนนี้น่าจะไม่สูงมากนักเพราะรถ BEV ไม่มีเครื่องยนต์ ไม่ต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ก็ไม่น่าจะต้องนำรถไปเซ็กระยะเป็นประจำเหมือนรถเครื่องยนต์สันดาป

ไม่ว่าจะมีความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร? ต้องยอมรับความจริงว่ารถพลังงานใดๆ ก็ตามล้วนต้องมีการสึกหรอหรือเสื่อมสภาพตามการใช้งาน ดังนั้นรถ BEV ถึงแม้ไม่มีเครื่องยนต์แต่ก็ยังมีความจำเป็นต้องเช็กระยะตามวงจรปกติทุก 10,000 – 20,000 กิโลเมตร หรือทุก 1 ปี เพื่อความปลอดภัยของแบตเตอรี่



สำหรับผู้ที่เกรงว่ารายจ่ายเช็กระยะของรถ BEV จะสูงกว่ารถสันดาปนั้น สบายใจได้เลยเพราะรายการหลัก ๆ ที่ต้องเช็กและเปลี่ยนตามระยะของรถ BEV มีน้อยกว่ารถน้ำมันถึง 60-70% โดยมีจุดสำคัญดังนี้

  • ระบบของเหลว : แม้ไม่มีน้ำมันเครื่อง แต่ยังมี น้ำยาหล่อเย็นแบตเตอรี่ (Battery Coolant), น้ำมันเกียร์ (สำหรับมอเตอร์) และ น้ำมันเบรก ที่ต้องเปลี่ยนตามรอบ
  • ระบบกรองอากาศ : กรองอากาศแอร์ (Cabin Filter) ควรเปลี่ยนทุก 1-2 ปี เพื่อความสะอาดในห้องโดยสาร
  • ระบบช่วงล่างและเบรก : ตรวจสอบผ้าเบรกและจานเบรก (สึกหรอช้ากว่ารถปกติเพราะมีระบบ Regenerative Braking) รวมถึงการสลับยางและถ่วงล้อ
  • การตรวจสอบด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ช่างจะเสียบเครื่องมือเพื่อเช็กสุขภาพแบตเตอรี่ (SOH) และอัปเดตซอฟต์แวร์ (Firmware) ของตัวรถ

 

สรุปตารางค่าใช้จ่ายโดยประมาณ (เปรียบเทียบ)

  • ระยะ 10,000 - 20,000 กม. ค่าบริการประมาณ 800 - 1,500 บาท (ส่วนใหญ่เป็นค่าแรงและกรองแอร์)
  • ระยะ 40,000 - 50,000 กม. ค่าบริการประมาณ 3,000 - 5,000 บาท (เริ่มมีการเปลี่ยนน้ำมันเบรกหรือน้ำยาหล่อเย็น)
  • รวม 5 ปีแรก ค่าบำรุงรักษาเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 10,000 - 20,000 บาท (รถน้ำมันอาจสูงถึง 30,000 - 50,000 บาท)

จากตัวเลขที่สรุปมาเบื้องต้น จะเห็นได้ว่าการเช็กระยะรถ BEV ในไทย ปัจจุบันมีราคาประหยัดกว่ารถน้ำมันอย่างเห็นได้ชัด

สิ่งที่สำคัญที่สุดของการเข้าศูนย์เช็กระยะรถ BEV ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนอะไหล่ แต่คือการ "คงสิทธิการรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี" หากขาดการเช็กระยะเพียงครั้งเดียว อาจส่งผลให้การเคลมแบตเตอรี่ (ที่มีมูลค่าหลักแสน) ทำได้ยากขึ้น ดังนั้นจึงอย่าละเลยการดูแลรักษารถ BEV อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถใช้งานได้ปลอดภัย และมีความคุ้มค่าในระยะยาว

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้