Last updated: 13 พ.ค. 2569 | 198 จำนวนผู้เข้าชม |
"MGC-ASIA" สร้างสถิติสูงสุดใหม่ มีกำไรสุทธิ 323 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 488% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รับแรงหนุน Premium EV และ New Growth Engine ประเมินอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคตจะแข่งขันระบบนิเวศที่สามารถเชื่อมโยง และสร้าง recurring relationship และต่อยอดมูลค่าได้ตลอดวัฏจักรลูกค้า
บมจ. มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) หรือ "MGC-ASIA" เดินหน้าสู่รอบการเติบโตครั้งใหม่ (New Growth Cycle) หลังผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 สร้างสถิติสูงสุดใหม่โดยมีกำไรสุทธิ 323 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 488% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเติบโตต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 6,080 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.6% (YoY) และ EBITDA เติบโต 88.1% (YoY) แตะระดับ 813 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากการรับรู้ผลประกอบการของ Neo Mobility Asia เต็ม 100% ประกอบกับกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า ที่ได้รับแรงหนุนจากความผันผวนของราคาพลังงานและต้นทุนน้ำมันในระดับสูง ส่งผลให้ผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมจากรถยนต์สันดาปภายใน สู่รถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียมมากขึ้น
ขณะเดียวกัน กระแสตอบรับรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มแบรนด์ของบริษัทฯ ภายในงาน บางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง หลังการเปิดตัว XPENG X9 และ BMW iX3 รุ่นใหม่ ทั้งนี้รถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่ม Premium Intelligent EV อาทิ ZEEKR 009, BMW i5 และรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นต่างๆ ได้รับการตอบรับที่โดดเด่นจากผู้บริโภค และสร้างยอดจองในระดับสูง สะท้อนความนิยมของรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ยอดจองค้าง (Backorder) ของบริษัทฯ อยู่ในระดับสูงกว่า 2,000 คัน สะท้อนถึงความพร้อมในการเตรียมเร่งสปีดการเติบโตตั้งแต่ไตรมาส 2 และต่อเนื่องตลอดครึ่งปีหลัง
ปี 2569 นับเป็นอีกปีที่ "MGC-ASIA" เดินหน้าต่อยอดการเติบโตอย่างต่อเนื่อง หลังการวางรากฐานธุรกิจมายาวนาน จนปัจจุบันบริษัทฯ ก้าวสู่การเป็น Premium Mobility Ecosystem เต็มรูปแบบ ครอบคลุมทั้งรถยนต์กลุ่มพรีเมียม ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ บริการทางการเงิน ประกันภัย รถเช่ารถมือสอง บริการหลังการขาย และ Loyalty Ecosystem ซึ่งทุกธุรกิจเริ่มเชื่อมโยงระหว่างกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมผลักดันสัดส่วนรายได้จากธุรกิจที่มี high margin และ recurring income เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนผ่านการเติบโตของทุกกลุ่มธุรกิจ และการขยายตัวของ New Growth Engine ที่ชัดเจนมากขึ้น

"MGC-ASIA" เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการโมบิลิตี้ อีโคซิสเทม ระดับพรีเมียม (Premium Mobility Ecosystem) ของประเทศไทย ที่มีฐานลูกค้าคุณภาพและกำลังซื้อสูง ถือเป็น strategic asset สำคัญในการต่อยอดธุรกิจในระยะยาว โดยหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือ ‘MOBILIFE’ แพลตฟอร์ม Loyalty Ecosystem ที่เชื่อมทุกบริการของลูกค้าไว้ในระบบนิเวศเดียว ผ่านการสะสมคะแนนเพื่อแลกรับสินค้าและบริการจากแบรนด์ชั้นนำ ที่บริษัทฯ คัดสรรมาโดยเฉพาะ รวมถึงแลกตั๋วเครื่องบินผ่าน MGC Aviation ได้โดยตรง ซึ่งช่วยสร้างความภักดีของลูกค้า และเพิ่มการใช้บริการภายในระบบนิเวศของกลุ่มอย่างต่อเนื่อง
"MGC-ASIA" เติบโตทุกกลุ่มธุรกิจ
Neo Mobility Asia หนุน EV Ecosystem
การรับรู้ผลประกอบการของ Neo Mobility Asia เต็ม 100% เริ่มสะท้อนเข้ามาอย่างชัดเจน ปัจจุบัน Neo Mobility Asia มีแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมอย่าง XPENG และ ZEEKR อยู่ภายใต้พอร์ตโฟลิโอธุรกิจของบริษัทฯ และกำลังทยอยส่งมอบรถตาม Backorder จำนวนกว่า 2,000 คัน
Alpha X–Howden Maxi
ธุรกิจการเงินผ่าน Alpha X เติบโตจากกลุ่ม Wealth Lending ลูกค้าระดับพรีเมียม มีส่วนแบ่งกำไร 11.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,765.3% (YoY) ขณะที่ธุรกิจประกันภัย Howden Maxi เติบโตจากการขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
MASTER CAR RENTAL และ SIXT รถเช่า ประเทศไทย รับอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้นตัว
ธุรกิจรถเช่ามีรายได้ 489 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.7% (YoY) จากการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวและความต้องการใช้รถจากลูกค้าองค์กร พร้อมเสริมพอร์ตรถยนต์พรีเมียมและรถยนต์ไฟฟ้า 100% เพื่อรองรับความต้องการที่เติบโตมากขึ้น
ธุรกิจรถมือสอง หนุน Margin เติบโต
ธุรกิจรถยนต์มือสองมีรายได้ 273.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.6% (YoY) โดยยังคงรักษา marginได้ในระดับที่ดี จากการบริหารรถในสต็อกและต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
Aftersales–MMS สร้างรายได้ประจำแข็งแกร่ง
ธุรกิจบริการหลังการขายมีรายได้ 931 ล้านบาท ผ่านเครือข่ายศูนย์บริการในกลุ่ม BMW, MINI, Honda, XPENG, ZEEKR, Rolls-Royce, BMW Motorrad, Harley-Davidson และ MMS ตอกย้ำความแข็งแกร่งของ Premium Mobility Ecosystem ทั่วประเทศ พร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้การขยายโชว์รูมและศูนย์บริการ BMW Millennium Auto จังหวัดอุดรธานี เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของเครือข่ายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพิ่มเติมจากจังหวัดอุบลราชธานี คือภาพสะท้อนศักยภาพในการขยายฐานลูกค้าพรีเมียมในหัวเมืองเศรษฐกิจสำคัญ หลังบริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการสร้างเครือข่าย BMW Millennium Auto ที่แข็งแกร่งในโซนภาคใต้ ทั้งภูเก็ต สุราษฎร์ธานี และหาดใหญ่
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าขยายศักยภาพการบริการด้านศูนย์ซ่อมสี–ตัวถัง ผ่าน MMS เพื่อรองรับปริมาณรถยนต์ premium และ EV ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ มองว่า ธุรกิจบริการหลังการขายของรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต ต้องอาศัยทั้งเทคโนโลยี มาตรฐานความปลอดภัย และทีมช่างที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมในปัจจุบัน

ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม "MGC-ASIA" กล่าวว่า “อุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคตจะไม่ได้แข่งขันกันเพียงยอดขายรถยนต์อีกต่อไป แต่จะเป็นการแข่งขันของระบบนิเวศที่สามารถเชื่อมโยงลูกค้า สร้าง recurring relationship และต่อยอดมูลค่าได้ตลอดวัฏจักรของลูกค้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ MGC-ASIA ได้วางรากฐานยาวนานเป็นเวลากว่า 25 ปีที่ผ่านมา โดยมุ่งเน้นการเติบโตด้วยคุณภาพของสินค้าและบริการ เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันในรูปแบบสงครามราคา และเริ่มสะท้อนผ่านผลประกอบการที่เติบโตอย่างมีคุณภาพมากขึ้น”
ที่มา: มิลเลนเนียม กรุ๊ป