X

เอกชนไทย มองอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทยในมุมไหน?

Last updated: 14 พ.ค. 2569  |  101 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เอกชนไทย มองอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทยในมุมไหน?

หลายปีมานี้การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า EV ในประเทศไทยได้ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงมากมาย จนเกิดคำถามตามมามากมายว่าอุตสาหกรรม EV ควรขับเคลื่อนไปในทิศทางใด?

คำถามนี้มิเพียงรอคำตอบจากคนไทยทุกคน หากแต่มีมุมมองที่น่าสนใจจากภาคเอกชนที่อยู่ในธุรกิจนี้จากเวทีเสวนา “Global Smart Mobility Transformation: Technology, Supply Chain and Thailand’s Strategic Position”  ภายในงาน SUBCON Thailand 2026

มุมมองดังกล่าวคือความคิดเห็นจากผู้บริหารระดับสูงจากสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT), BYD, Bulletrux, Isuzu, Bosch และ Autoliv ซึ่งอาจจะมิได้เป็นคำตอบ หากแต่แนวทางที่อาจจุดประกายให้เกิดการสร้างสรรค์ใหม่ๆ ขึ้นในวงการยานยนต์ไทย
 
นายสุโรจน์ แสงสนิท นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) กล่าวว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ยุคใหม่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียง “การผลิตรถยนต์” แต่กำลังก้าวสู่ระบบอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี พลังงาน ข้อมูล และความยั่งยืน โดยหัวใจสำคัญคือการสร้าง EV Ecosystem ที่ครบวงจร ตั้งแต่มาตรฐาน การทดสอบ โครงสร้างพื้นฐานพลังงาน ไปจนถึงการพัฒนาบุคลากรคุณภาพสูง ผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยจำเป็นต้องเร่งปรับตัวจากการผลิตชิ้นส่วนแบบดั้งเดิม ไปสู่ชิ้นส่วนเทคโนโลยีมูลค่าสูง เชื่อมโยงกับผู้พัฒนาเทคโนโลยีระดับโลก และลงทุนด้านนวัตกรรมอย่างจริงจัง เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรักษาความแข็งแกร่งของฐานการผลิต และก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าและ Green Mobility ของภูมิภาคในระยะ 10–15 ปีข้างหน้า

นาย Yubin Ke ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ยุค xEV จากแรงกดดันด้านพลังงานและต้นทุนเชื้อเพลิง ประเทศไทยต้องเร่งขยายสถานีชาร์จ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ให้สามารถรองรับการขยายตัวของ xEV ในอนาคต และต้องเร่งยกระดับอุตสาหกรรมไปสู่การผสานระหว่างอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด ยานยนต์ และซอฟต์แวร์ เพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางยานยนต์อัจฉริยะ

นอกจากนี้ รถยนต์ PHEV จะเป็นกุญแจสำคัญของช่วงเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่พลังงานใหม่ พร้อมเสนอให้ภาครัฐเพิ่มการสนับสนุนรถยนต์กลุ่มดังกล่าวมากขึ้น เนื่องจากรถยนต์ PHEV มีการใช้ชิ้นส่วนจำนวนมาก สามารถช่วยรักษาฐานการผลิตและส่งเสริมอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ภายในประเทศได้ ทั้งยังช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวเข้าสู่เทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคตได้อย่างราบรื่นและยั่งยืน

Li Liang รองประธานฝ่าย Corporate Partners บริษัท Bulletrux กล่าวว่า ในช่วงสามปีข้างหน้าปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ผลักดันการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยจะเข้ามาเสริมศักยภาพอย่างรอบด้านให้กับการพัฒนารถยนต์อัจฉริยะ ระบบชาร์จไฟ และเทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเธียม รวมถึงช่วยเร่งการพัฒนารถยนต์อัจฉริยะ (Smart Car) อย่างเต็มรูปแบบ ขณะเดียวกันผลกระทบของปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้า จะทำให้ห่วงโซ่อุปทานโลกยังคงผันผวนอย่างต่อเนื่อง และฐานการผลิตกำลังเร่งย้ายเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“ประเทศไทยได้กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญในระยะยาว การพัฒนาอุตสาหกรรม xEV (ยานยนต์พลังงานทางเลือก/ยานยนต์พลังงานใหม่) จำเป็นต้องดำเนินควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบพลังงาน โดยเฉพาะการพัฒนาพลังงานสะอาดและพลังงานชีวมวล ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดขีดความสามารถในการแข่งขันในอนาคต ดังนั้นประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนาห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมที่ครอบคลุมทั้งพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีเกิดใหม่ เพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรมยานยนต์สีเขียวเติบโตอย่างยั่งยืน”

Suguru Shimaya ผู้เชี่ยวชาญด้านเชื้อเพลิงชีวภาพ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่าไทยมีจุดแข็งสำคัญ คือนโยบายภาครัฐที่เปิดกว้างและมีแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน รวมถึงเครือข่ายซัพพลายเชนที่แข็งแกร่งในทุกระดับ (Tier 1-3) อย่างไรก็ตาม ไทยต้องเร่งพัฒนาซัพพลายเชนของ EV ควบคู่ไปกับการพัฒนาพลังงานสะอาด เช่น Biofuel และเทคโนโลยีต้นน้ำ เพื่อยกระดับสู่ “อุตสาหกรรมสีเขียว” และใช้ศักยภาพ ICE เดิมให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อขับเคลื่อนสู่ Green Mobility และเสริมความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว

Joseph Ngo Hong กรรมการผู้จัดการ บริษัท Bosch กล่าวว่า อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากแรงขับเคลื่อนของเทคโนโลยี โดยเฉพาะซอฟต์แวร์ อิเล็กทรอนิกส์ และ AI ที่ถูกผนวกรวมเข้าด้วยกันมากขึ้น ทำให้ซัพพลายเออร์ต้องเร่งปรับตัวและเลือกโฟกัสเทคโนโลยีที่ชัดเจน ขณะเดียวกัน บทบาทของภาครัฐมีความสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งในด้านนโยบายสนับสนุน เช่น เซมิคอนดักเตอร์ เป็นต้น การสร้างระบบนิเวศ และการเปิดรับเทคโนโลยีใหม่เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรม

Christian Swahn รองประธานบริหาร ด้าน Global Supply Chain Management บริษัท Autoliv กล่าวว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมีพัฒนาการสอดคล้องกับแนวโน้มโลก โดยเฉพาะการยกระดับผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศ ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญของไทยในการเชื่อมโยงสู่ซัพพลายเชนระดับโลก อย่างไรก็ตาม ไทยยังต้องเร่งยกระดับเทคโนโลยีในสายการผลิต เพื่อรักษาบทบาทในซัพพลายเชนยานยนต์โลกยุคใหม่

ทั้งหมดคือมุมมองและความคิดเห็นจากผู้บริหารระดับสูงจากสมาคม EVAT และเอกชนในวงการยานยนต์ไทย ที่ฉายภาพอนาคตยานยนต์ไฟฟ้าตามประสบการทำงานในธุรกิจเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ในหลายๆ ด้าน

ที่มา : บีโอไอ

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้