X

ตลาด BEV ไทยโตสวนวิกฤตโลก ยอดขาย 4 เดือนทะลุ 64,000 คัน ดัน EV วิ่งบนถนนไทยสะสมแตะ 4.47 แสนคัน

Last updated: 25 พ.ค. 2569  |  127 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ตลาด BEV ไทยโตสวนวิกฤตโลก

แม้อุตสาหกรรมยานยนต์โลกจะเผชิญแรงกดดันจากสงครามในตะวันออกกลาง การปิดช่องแคบฮอร์มุซ และภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในหลายประเทศ แต่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ หรือ BEV (Battery Electric Vehicle) ในประเทศไทยกลับยังเดินหน้าขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง สะท้อนจากทั้งยอดขาย ยอดจดทะเบียนใหม่ และจำนวนรถ EV สะสมที่เติบโตต่อเนื่องในปี 2569

ข้อมูลจาก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ระบุว่า ช่วงเดือนมกราคม – เมษายน 2569 ตลาดรถยนต์ในประเทศมียอดขายรวม 230,477 คัน เพิ่มขึ้น 15.02% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ “รถยนต์นั่ง BEV” กลายเป็นหนึ่งในเซ็กเมนต์ที่เติบโตโดดเด่นที่สุด โดยมียอดขายสะสม 64,109 คัน เพิ่มขึ้นถึง 90.61% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 และคิดเป็นสัดส่วน 27.82% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมดในประเทศ

เฉพาะเดือนเมษายน 2569 ตลาดรถยนต์นั่ง BEV มียอดขาย 13,882 คัน เพิ่มขึ้น 27.35% จากปีก่อน คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 29% ของตลาดรถยนต์รวมในเดือนเดียวกัน สะท้อนว่า EV ไม่ใช่ตลาดเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “เมนสตรีม” ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างชัดเจน

อีกหนึ่งสัญญาณสำคัญคือ “ยอดจดทะเบียนใหม่” ของรถ BEV ที่ยังเติบโตอย่างร้อนแรง เดือนเมษายน 2569 มียานยนต์ไฟฟ้า BEV จดทะเบียนใหม่รวม 12,512 คัน เพิ่มขึ้น 55.84% จากปีก่อน โดยเป็นรถยนต์นั่งมากถึง 9,974 คัน ขณะที่ยอดสะสมช่วง 4 เดือนแรกของปีอยู่ที่ 75,493 คัน เพิ่มขึ้น 88.64% จากปีก่อนหน้า




เมื่อเจาะเฉพาะรถยนต์นั่ง BEV พบว่า ช่วงมกราคม – เมษายน 2569 มีจดทะเบียนใหม่ถึง 65,278 คัน เพิ่มขึ้นกว่า 111.82% ซึ่งถือเป็นการเติบโตในระดับ “ก้าวกระโดด” ของตลาด EV ไทย

ขณะเดียวกัน จำนวน “รถ BEV สะสม” ที่วิ่งอยู่บนถนนไทย ณ วันที่ 30 เมษายน 2569 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 447,351 คัน เติบโต 67.63% จากปีก่อน แบ่งเป็นรถยนต์นั่งกว่า 336,360 คัน และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าอีก 92,877 คัน

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า ไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุค EV อย่างเต็มตัว และเริ่มเห็น “ฐานผู้ใช้จริง” ขยายตัวในวงกว้าง ไม่ใช่เพียงยอดจองหรือกระแสชั่วคราว

EV โตสวน ICE ตลาดเริ่มเปลี่ยนผ่านชัดเจน

ในอีกด้านหนึ่ง รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) กลับเผชิญแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง โดยช่วง 4 เดือนแรกของปี รถยนต์นั่ง ICE มียอดขายเพียง 37,957 คัน ลดลง 21.54% จากปีก่อน ขณะที่ยอดขายเดือนเมษายนลดลงแรงถึง 35.18%

นั่นหมายความว่า พฤติกรรมผู้บริโภคไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจากรถใช้น้ำมันเข้าสู่รถพลังงานไฟฟ้าอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์นั่ง ที่ EV เริ่มมีบทบาทมากขึ้นทั้งในแง่ราคา เทคโนโลยี และต้นทุนการใช้งาน

ปัจจัยสำคัญที่ช่วยเร่งตลาด BEV ในไทย ประกอบด้วย

  • การแข่งขันด้านราคาจากแบรนด์จีน
  • โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายในงานมอเตอร์โชว์
  • ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
  • การขยายตัวของสถานีชาร์จ
  • การมีรุ่นรถให้เลือกหลากหลายขึ้น ตั้งแต่ Eco EV ไปจนถึง Premium EV

นอกจากนี้ ตลาดยังเริ่มเห็นการเติบโตของ EV ในกลุ่มอื่น เช่น รถกระบะไฟฟ้า รถบรรทุกไฟฟ้า และ REEV (Range-Extended EV) แม้ตัวเลขยังไม่สูงมาก แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการขยายตัวในเชิงอุตสาหกรรม

ไทยกำลังกลายเป็นฐาน EV สำคัญของภูมิภาค

นอกจากยอดขายในประเทศแล้ว ภาคการผลิตและส่งออก EV ของไทยก็เริ่มขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน

ช่วงมกราคม – เมษายน 2569 ไทยส่งออกรถยนต์นั่ง BEV ได้ 7,156 คัน เพิ่มขึ้นถึง 984.24% จากปีก่อน ขณะที่เดือนเมษายนเพียงเดือนเดียว ส่งออกได้ 1,924 คัน เพิ่มขึ้น 191.52%

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า ไทยไม่ได้เป็นเพียง “ตลาดผู้ใช้ EV” แต่กำลังก้าวสู่การเป็น “ฐานการผลิต EV” เพื่อส่งออกในภูมิภาค โดยเฉพาะหลังจากค่ายรถจีนหลายรายเข้ามาตั้งโรงงานในประเทศไทย

ขณะเดียวกัน การผลิตรถยนต์นั่ง BEV ในไทยช่วง 4 เดือนแรกของปีอยู่ที่ 15,211 คัน เพิ่มขึ้น 7.98% จากปีก่อน แม้ภาพรวมการผลิตรถยนต์บางกลุ่มจะชะลอตัวจากภาวะเศรษฐกิจโลกก็ตาม

แนวโน้มตลาด EV ไทยครึ่งปีหลัง 2569

นักวิเคราะห์มองว่า ครึ่งหลังของปี 2569 ตลาด EV ไทยยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง แม้อาจเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อในประเทศ แต่ “โมเมนตัม EV” ยังแข็งแรงจากหลายปัจจัย ได้แก่

1.การเปิดตัวรถรุ่นใหม่จำนวนมาก โดยเฉพาะจากจีน

2.การแข่งขันด้านราคาเข้มข้นขึ้น

3.การลงทุนสถานีชาร์จที่ครอบคลุมมากขึ้น

4.ผู้บริโภคเริ่มมั่นใจเรื่องแบตเตอรี่และบริการหลังการขาย

5.ต้นทุนการใช้งาน EV ต่ำกว่ารถน้ำมันอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ตลาดอาจเริ่มเข้าสู่ “ช่วงคัดกรอง” มากขึ้น โดยแบรนด์ที่มีเครือข่ายบริการแข็งแรง มีอะไหล่พร้อม และมีความมั่นคงด้านธุรกิจ จะได้เปรียบในระยะยาว

อีกประเด็นสำคัญคือ การแข่งขันในตลาด HEV และ PHEV ที่ยังคงร้อนแรง โดยเฉพาะ HEV ที่มียอดจดทะเบียนสะสมสูงถึง 665,034 คัน ณ สิ้นเดือนเมษายน 2569 สูงกว่า BEV อยู่พอสมควร สะท้อนว่า ผู้บริโภคจำนวนมากยังมอง Hybrid เป็น “ทางผ่าน” ก่อนเข้าสู่ EV เต็มรูปแบบ

ในภาพรวม ตลาด EV ไทยปี 2569 กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากยุค “ทดลองตลาด” ไปสู่ยุค “แข่งขันเต็มรูปแบบ” และหากแนวโน้มการเติบโตยังดำเนินต่อเนื่อง ไทยอาจกลายเป็นหนึ่งในตลาด EV ที่เติบโตเร็วที่สุดในอาเซียนภายในไม่กี่ปีข้างหน้า

ดูข้อมูลฉบับเต็ม คลิก https://www.fti.or.th/News/details?id=1334


ที่มา : สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้