Last updated: 5 มิ.ย. 2569 | 112 จำนวนผู้เข้าชม |
สถาบันยานยนต์ ร่วมกับสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) และสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) เยือนกรุงโฮจิมินห์ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม แลกเปลี่ยนเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ ภายใต้โครงการพัฒนา NEVs ล้านช้าง-แม่โขง
นายชาลี ขันศิริ ผู้อำนวยการกองเศรษฐกิจอุตสาหกรรมระหว่างประเทศ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม พร้อมด้วย ดร. เกรียงศักดิ์ วงศ์พร้อมรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ และ นายสุโรจน์ แสงสนิท นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย นำคณะเข้าพบหน่วยงานเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ ณ กรุงโฮจิมินห์ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ภายใต้การดำเนินโครงการ “The State of Preparedness of the Lancang-Mekong Region’s Market Adoption for New Energy Vehicles (NEVs) and Smart Mobility” (โครงการประเมินความพร้อมของตลาดในภูมิภาคล้านช้าง-แม่โขง สำหรับการใช้งานยานยนต์พลังงานใหม่ และยานยนต์อัจฉริยะ) เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569

คณะฯได้เข้าพบหอการค้าไทยในเวียดนาม (ThaiCham) ซึ่งเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนที่ไม่แสวงหาผลกำไร ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของวิสาหกิจไทยเชื่อมความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนไทยกับหน่วยงานภาครัฐของทั้งสองประเทศ โดยคุณธาราบดี ซึ้งอดิชัยวิทย์ รองประธาน และคุณสันติพงศ์ บินเทพ กรรมการเลขาธิการ ให้การต้อนรับ

การร่วมประชุมหารือในครั้งนี้ พบว่ากลุ่มนักลงทุนไทยกำลังขยายการลงทุนและเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจของเวียดนาม ขณะเดียวกันกับการเติบโตของชนชั้นกลางทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง รวมถึงการส่งเสริมด้าน AI และ STEM สะท้อนโอกาสในการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศเวียดนามในระยะยาว ขณะเดียวกัน VinFast ภายใต้ Vingroup กำลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศ ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากนโยบายของภาครัฐ โดยมีเป้าหมาย Net Zero ในปีค.ศ. 2050 นั้น ส่งผลให้เวียดนามก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในตลาด EV ที่มีศักยภาพในภูมิภาค
ช่วงบ่ายคณะได้เข้าพบ University of Economics Ho Chi Minh City (UEH) นับเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยหลักแห่งชาติของเวียดนาม ได้มีการจัดตั้งสถาบันเมืองอัจฉริยะและการจัดการ (ISCM) โดยมี Miss Dung Lai Phuong Head of Partnership และคณะให้การต้อนรับ

สถาบันเมืองอัจฉริยะและการจัดการ ISCM เป็นองค์กรที่มุ่งสนับสนุนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะผ่านแพลตฟอร์มบูรณาการที่ครอบคลุมด้านความปลอดภัยทางถนน การบริหารจัดการระบบขนส่ง และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ระบบจำลองการขับขี่รถจักรยานยนต์เสมือนจริง (VR Motorcycle Simulation) เพื่อศึกษาพฤติกรรมผู้ใช้ถนน และการวิจัยด้านการจัดเส้นทางอัจฉริยะผ่าน Smart Mobility Lab ทั้งนี้ ความสำเร็จของเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะไม่ได้ขึ้นอยู่กับนวัตกรรมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสอดคล้องกับโครงสร้างประชากร วิถีชีวิต และบริบทเฉพาะของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้เกิดการยอมรับและการใช้งานอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ยังได้มีการหารือกับผู้เชี่ยวชาญด้านระบบการขนส่งด้วยไฟฟ้า โดย Mr. Abhishek Sinha ได้นำเสนอประเด็นที่ยังมีการจำกัดการขยายตัวของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะการจูงใจกลุ่มผู้ขับขี่รถรับจ้างสาธารณะให้เปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ปัจจัยสำคัญคือข้อจำกัดด้านการเข้าถึงสินเชื่อและอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ การสนับสนุนจากภาครัฐ การปรับปรุงเงื่อนไขทางการเงิน และความร่วมมือระหว่างสถาบันการเงินกับผู้ผลิตยานยนต์ ถูกมองว่าเป็นกลไกสำคัญในการเร่งการยอมรับและการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาค
ขณะที่ Mr. Lorenzo Fabbiano จาก AQUILA ซึ่งเป็นบริษัท Fintech ที่มุ่งสนับสนุนเงินทุนสำหรับโครงการลดคาร์บอนและโครงสร้างพื้นฐานยานยนต์ไฟฟ้าในไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย ได้สะท้อนปัญหาสำคัญของภูมิภาคคือการแยกส่วนของระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งด้านแบตเตอรี่และสถานีชาร์จที่ไม่สามารถใช้งานร่วมกันได้ ส่งผลให้การลงทุนในเทคโนโลยีและมาตรฐานที่รองรับการเชื่อมต่อระหว่างระบบ (Interoperability) กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างมีประสิทธิภาพ
ที่มา : สถาบันยานยนต์
2 มิ.ย. 2569