X

"Auto Charge" เมื่อฟังก์ชั่น "เสียบปุ๊บ ชาร์จปั๊บ" กำลังจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของสถานีชาร์จ EV ไทย

Last updated: 20 มิ.ย. 2569  |  374 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เทคโนโลยี Auto Charge

หากย้อนกลับไปเพียง 2-3 ปีก่อน การชาร์จรถ EV ในไทยยังเต็มไปด้วยขั้นตอน ตั้งแต่เปิดแอป สแกน QR Code เลือกหัวชาร์จ กดเริ่มชาร์จ และรอระบบยืนยัน แต่ในปี 2569 เกมกำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เมื่อผู้ให้บริการเครือข่ายชาร์จรายใหญ่เริ่มผลักดันเทคโนโลยี "Auto Charge" หรือ Plug & Charge อย่างจริงจัง

ทั้ง EV Station PluZ และ PEA VOLTA ต่างเปิดตัวระบบ Auto Charge อย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายเดียวกัน คือทำให้ประสบการณ์ชาร์จรถไฟฟ้าง่ายที่สุด จนใกล้เคียงกับการใช้งาน Tesla Supercharger ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นมาตรฐานระดับโลก

จาก "สแกนก่อนชาร์จ" สู่ "เสียบแล้วชาร์จเลย"

หลักการทำงานของ Auto Charge ไม่ได้ซับซ้อน

เมื่อผู้ใช้ลงทะเบียนรถครั้งแรก ระบบจะจดจำข้อมูลประจำตัวของรถ (Vehicle ID หรือ MAC Address) เชื่อมโยงกับบัญชีผู้ใช้และช่องทางชำระเงิน หลังจากนั้นทุกครั้งที่นำรถเข้าชาร์จ เพียงเสียบหัวชาร์จ CCS2 ระบบจะตรวจสอบตัวตนรถและเริ่มจ่ายไฟให้อัตโนมัติ โดยไม่ต้องเปิดแอปหรือสแกน QR Code อีกต่อไป

"EV Station PluZ" ซึ่งมีเครือข่ายกว่า 1,350 สถานี ระบุว่าระบบรองรับเฉพาะหัวชาร์จ DC CCS2 และรถที่สามารถส่งข้อมูล MAC Address ได้ โดยปัจจุบันมีรถรองรับจำนวนมาก ตั้งแต่ BYD, Tesla, MG, BMW, Mercedes-Benz, Volvo, Hyundai, XPENG, Deepal ไปจนถึง Toyota และ Honda บางรุ่น



ด้าน "PEA VOLTA" ก็เดินเกมไม่ต่างกัน โดยเปิดใช้งาน Auto Charge บนเครือข่ายที่มีสถานีมากกว่า 400 แห่งทั่วประเทศ พร้อมขยายการรองรับรถยนต์ไฟฟ้าหลายแบรนด์อย่างต่อเนื่อง

ไม่ใช่แค่ PTT กับ PEA... ผู้เล่นรายอื่นก็มาแล้ว

ความน่าสนใจคือ Auto Charge ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สองค่ายใหญ่

ReverSharger (SHARGE) ถือเป็นผู้เล่นกลุ่มแรก ๆ ที่ผลักดันระบบ Plug & Charge ในไทย โดยเน้นกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าของ BYD และ AION เป็นหลัก ขณะที่ OneCharge เริ่มเปิดใช้งานฟีเจอร์ AutoCharge แล้วเช่นกัน

เมื่อรวมกับ Tesla Supercharger ซึ่งใช้ Plug & Charge มาตั้งแต่วันแรก จะเห็นว่า "ชาร์จอัตโนมัติ" กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรม มากกว่าจะเป็นฟีเจอร์พิเศษของผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่ง

ข้อดีที่มากกว่าแค่ความสะดวก

ในมุมผู้ใช้งานจริง Auto Charge แก้ Pain Point ได้ตรงจุดอย่างมาก

  • ไม่ต้องเปิดแอป
  • ไม่ต้องสแกน QR Code
  • ไม่ต้องกังวลเรื่องอินเทอร์เน็ตหรือแอปค้าง
  • ลดเวลาการเริ่มชาร์จเหลือเพียงไม่กี่วินาที
  • ลดความเสี่ยงจาก QR Code ปลอม (Quishing)

แต่ประเด็นที่น่าสนใจกว่าคือ "ความเร็วในการหมุนเวียนหัวชาร์จ" เพราะยิ่งขั้นตอนเริ่มชาร์จน้อยลง ผู้ใช้ยิ่งใช้เวลาหน้าตู้น้อยลง ส่งผลให้สถานีรองรับรถได้มากขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญมากในยุคที่จำนวนรถ EV เติบโตเร็วกว่าการขยายสถานีชาร์จ

จุดอ่อนที่ยังต้องแก้

แม้ระบบจะสะดวก แต่ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่

ประการแรก คือ "ยังไม่เป็นมาตรฐานกลาง"

ผู้ใช้ที่ลงทะเบียน Auto Charge กับ EV Station PluZ จะไม่สามารถนำข้อมูลเดียวกันไปใช้กับ PEA VOLTA หรือ ReverSharger ได้ ต้องลงทะเบียนแยกทุกเครือข่าย

ประการที่สอง คือ "การรองรับรถยังไม่ครบทุกแบรนด์"

โดยเฉพาะรถรุ่นเก่าหรือรถที่ไม่สามารถส่งข้อมูลระบุตัวตนผ่านระบบ CCS ได้

และประการสุดท้ายคือ การบริหารข้อมูลรถมือสอง

"หากเจ้าของเดิมลืมยกเลิกการผูกบัญชีก่อนขายรถ อาจเกิดปัญหาการเรียกเก็บเงินผิดบัญชีได้"

มุมเทคโนโลยี: ก้าวแรกสู่ Plug & Charge เต็มรูปแบบ

หากมองลึกไปกว่าฟังก์ชันใช้งานทั่วไป Auto Charge ถือเป็นก้าวสำคัญสู่โลกของมาตรฐาน ISO 15118 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ทำให้รถยนต์และสถานีชาร์จสามารถสื่อสารกันได้โดยตรง

วันนี้ระบบในไทยยังอยู่ในรูปแบบการจับคู่รถกับบัญชีผู้ใช้เป็นหลัก แต่ในอนาคต ISO 15118 จะเปิดทางไปสู่

  • Plug & Charge แบบไร้แอป
  • Vehicle-to-Grid (V2G)
  • Smart Charging
  • Dynamic Pricing
  • การจองกำลังไฟล่วงหน้า


ซึ่งทั้งหมดคือหัวใจของระบบพลังงานอัจฉริยะในยุค EV เต็มรูปแบบ

ศึกใหม่ของผู้ให้บริการสถานีชาร์จ

ในอดีต ผู้ให้บริการแข่งขันกันที่ "จำนวนหัวชาร์จ" แต่ในปี 2569 การแข่งขันกำลังเปลี่ยนไปสู่ "คุณภาพประสบการณ์ใช้งาน"

ดังนั้นในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ผู้ชนะอาจไม่ใช่ค่ายที่มีสถานีมากที่สุด แต่เป็นค่ายที่ทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่า

"การชาร์จรถไฟฟ้าง่ายกว่าการเติมน้ำมัน"

หลายคนอาจมองว่า Auto Charge เป็นเพียงการลดขั้นตอนการกดแอปไม่กี่ครั้ง แต่ในมุมของอุตสาหกรรม นี่คือการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญไม่ต่างจากวันที่ Tesla เปิดตัว Supercharger รุ่นแรก

เพราะเมื่อการชาร์จไฟฟ้ากลายเป็นเรื่อง "เสียบแล้วใช้งานได้ทันที" ความแตกต่างระหว่างรถ EV กับการเติมน้ำมันจะยิ่งลดลงเรื่อย ๆ

ในอีกด้านหนึ่ง Auto Charge ยังเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่จะเชื่อมต่อไปสู่เทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง ISO 15118, Plug & Charge, Smart Charging และ Vehicle-to-Grid (V2G) ซึ่งจะทำให้รถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบพลังงานอัจฉริยะในอนาคต

สำหรับประเทศไทย การที่ EV Station PluZ, PEA VOLTA, ReverSharger และ OneCharge เริ่มเดินหน้าในทิศทางเดียวกัน สะท้อนให้เห็นว่าตลาดสถานีชาร์จกำลังเข้าสู่เฟสใหม่ จากการแข่งขันเรื่องจำนวนหัวชาร์จ ไปสู่การแข่งขันด้านประสบการณ์ใช้งาน ซอฟต์แวร์ และระบบสมาชิก

สุดท้ายแล้ว ผู้ชนะอาจไม่ใช่ผู้ให้บริการที่มีสถานีมากที่สุด แต่เป็นผู้ให้บริการที่ทำให้ผู้ใช้ "ลืมไปเลยว่ากำลังชาร์จรถอยู่"

และเมื่อวันนั้นมาถึง รถ EV ก็จะก้าวข้ามภาพลักษณ์ของเทคโนโลยีใหม่ กลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันอย่างสมบูรณ์



Auto Charge ใช้งานครั้งแรกอย่างไร?

แม้ Auto Charge จะช่วยให้การชาร์จครั้งต่อไปง่ายขึ้นมาก แต่ผู้ใช้ต้องลงทะเบียนรถเพียง 1 ครั้งก่อนใช้งาน

EV Station PluZ

ขั้นตอนลงทะเบียนครั้งแรก

1.ขับรถเข้าจอดที่สถานี EV Station PluZ ที่รองรับ Auto Charge

2.เสียบหัวชาร์จ DC CCS2 เข้ากับรถ

3.เปิดแอป EV Station PluZ

4.เลือกเมนู บัญชี → ลงทะเบียน Auto Charge

5.ถ่ายภาพป้ายทะเบียนรถเพื่อยืนยันตัวตน

6.สแกน QR Code ที่หน้าตู้ชาร์จ

7.ยืนยันการลงทะเบียนและผูกช่องทางชำระเงิน

8.ระบบจะบันทึกข้อมูลรถ (MAC Address / Vehicle ID)

ครั้งต่อไป

  • เสียบหัวชาร์จ → ระบบเริ่มชาร์จอัตโนมัติ
  • ไม่ต้องเปิดแอป
  • ไม่ต้องสแกน QR Code
  • ไม่ต้องกดปุ่ม "เริ่มชาร์จ" อีกต่อไป


รองรับเฉพาะหัวชาร์จ DC CCS2 และรถที่รองรับการส่งข้อมูล Vehicle ID/MAC Address



PEA VOLTA

ขั้นตอนลงทะเบียนครั้งแรก

1.เปิดใช้งาน Auto Charge ในแอป PEA VOLTA

2.เสียบหัวชาร์จ CCS2 เข้ากับรถ

3.สแกน QR Code ที่หน้าตู้

4.เลือกหัวชาร์จ CCS2

5.ลงทะเบียนรถและเชื่อมโยงข้อมูลทะเบียนรถกับระบบ

6.ยืนยันการใช้งาน Auto Charge

ครั้งต่อไป เพียงเสียบหัวชาร์จ ระบบจะเริ่มชาร์จให้อัตโนมัติ ไม่ต้องเปิดแอปหรือสแกน QR Code ซ้ำทุกครั้ง

ข้อควรรู้

"ปัจจุบัน Auto Charge ของแต่ละเครือข่ายยังไม่เชื่อมต่อกัน"

หากลงทะเบียนกับ EV Station PluZ แล้ว จะต้องลงทะเบียนใหม่หากต้องการใช้ Auto Charge ของ PEA VOLTA หรือ ReverSharger

หากขายรถ ควรยกเลิกการผูก Auto Charge ก่อนส่งมอบรถให้เจ้าของใหม่

ส่วนใหญ่รองรับเฉพาะหัวชาร์จ DC CCS2 เท่านั้น

อ้างอิงข้อมูล : เพจ EV Station PluZ และเพจ  PEA VOLTA

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้