Last updated: 27 มิ.ย. 2569 | 131 จำนวนผู้เข้าชม |
"สนามบินสุวรรณภูมิ" อัพเดตบริการรถบริการสาธารณะล่าสุด มีมากถึง 13 ช่องทาง ในนั้นมีรถ EV ให้เลือกใช้บริการหลากหลายเวอร์ชั่น ตั้งแต่แท็กซี่ EV ที่ค่ามิเตอร์สตาร์ทแค่ 35-40 บาท ไปยันลีมูซีนไฟฟ้าระดับหรูค่าบริการหลักพัน ซึ่งทำให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิกลายเป็นหนึ่งในสนามบินของภูมิภาคที่มีบริการขนส่งผู้โดยสารด้วยรถ EV ครบแทบทุกเซกเมนต์ สะท้อนยุทธศาสตร์ Green Airport ของ AOT ที่ผลักดันการลดการปล่อยคาร์บอนจากระบบขนส่งภาคพื้นดินได้เป็นอย่างดี

4 ผู้เล่นหลักที่ให้บริการรถ EV ในสนามบินสุวรรณภูมิ มีใครบ้าง?
EV Taxi ในระบบคิวปกติ : ทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุด
ยังมีแท็กซี่ไฟฟ้าอีกกลุ่มที่หลายคนอาจไม่รู้ คือ แท็กซี่ EV ที่วิ่งอยู่ในระบบคิวปกติของสนามบิน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแบรนด์ AION รุ่น ES ผู้โดยสารสามารรถใช้บริการด้วยการกดคิวจากตู้ Kiosk เหมือนแท็กซี่ทั่วไป
ข้อดี
แต่ข้อจำกัดคือ ผู้โดยสารไม่สามารถเลือกว่าจะได้รถที่ใช้พลังงานแบบไหน จะเป็น EV หรือรถเครื่องยนต์สันดาป เพราะขึ้นอยู่กับคิวในขณะนั้น


CABBY Electric VIP Taxi : จาก London Taxi เวอร์ชันไฟฟ้า สู่ "Electric VIP Taxi” เวอร์ชั่นใหม่
ผู้ให้บริการคือ บริษัท เอเชีย แค็บ จำกัด (Asia Cab) ซึ่งได้รับสิทธิ์พัฒนารถแท็กซี่สไตล์ "London Taxi" ร่วมกับ Geely Group ก่อนต่อยอดสู่รถยนต์ไฟฟ้า 100% เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2565
สิ่งที่เคยทำให้ “CABBY” แตกต่างจากแท็กซี่ทั่วไปคือการออกแบบตัวรถตั้งแต่ต้นให้เป็น "แท็กซี่" ไม่ใช่รถยนต์นั่งที่นำมาติดป้าย TAXI ห้องโดยสารด้านหน้าไม่มีเบาะข้างคนขับ เพราะใช้เป็นพื้นที่สำหรับวางกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่แทน เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลังจะหันหน้าเข้าหากัน แบบ Face-to-Face มีฉากกั้นใส (Partition) ระหว่างคนขับกับผู้โดยสารเพื่อความเป็นส่วนตัว และมีระบบ Intercom สำหรับสื่อสารกับพนักงานขับรถ
แต่ CABBY เวอร์ชั่นใหม่ทิ้งคราบแท็กซี่แดนผู้ดีมาเป็น "Electric VIP Taxi” ที่เป็นรถใหม่จากโรงงาน ภายในกว้างขวาง นั่งสบาย แต่สิ่งที่หายไปคือฟังก์ชั่น “Universal Design ที่มีทางลาดสำหรับรถวีลแชร์” สามารถเข็นรถเข้าไปภายในห้องโดยสารได้โดยไม่ต้องอุ้มผู้โดยสาร แต่เวอร์ชั่นใหม่ไม่สามารถเข็นรถเข็นขึ้นได้ ต้องพับเก็บไว้ที่ท้ายรถ
จุดเด่น

AOT Limousine EV
บริการรถ "ลีมูซีนไฟฟ้า ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ" อยู่ภายใต้การบริหารงานของ "AOT Limousine" ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรถลีมูซีนอย่างเป็นทางการเพียงผู้เดียวของสนามบิน เพื่อมุ่งสู่การเป็นสนามบินสีเขียว (Green Airport) โดยจับมือกับแบรนด์รถยนต์ชั้นนำเพื่อนำรถยนต์ไฟฟ้า 100% เข้ามาให้บริการแล้วกว่า 150 คัน เป็น DEEPAL L07 กว่า 50 คัน AION Y Plus อีก 50 คัน โดยมีการแบ่งการให้บริการออกเป็นกลุ่มแบรนด์ รุ่นรถ และอัตราค่าบริการที่แตกต่างกัน ดังนี้
1. กลุ่ม Luxury Sedan (ระดับหรูหราสูงสุด)
แบรนด์/รุ่น : Mercedes-Benz EQS (รุ่นย่อย เช่น EQS 450+ AMG Dynamic) เป็นรถ EV ระดับ Top-End Luxury รุ่นท็อปสุดในระบบ รองรับผู้โดยสารสูงสุด 3 คน และกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ 1 ใบ ขนาดเล็ก 2 ใบ
2. กลุ่ม Premium Sedan (ระดับบิสซิเนสคลาส)
แบรนด์/รุ่น : Mercedes-Benz E 350 e (รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดระดับพรีเมียม) รองรับผู้โดยสารสูงสุด 3 คน และกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ 1 ใบ ขนาดเล็ก 1 ใบ

3. กลุ่ม Standard Sedan / Eco Sedan (ระดับมาตรฐานและประหยัด)
แบรนด์/รุ่น : Deepal L07 (แบรนด์รถไฟฟ้าจากฉางอาน) จัดอยู่ในกลุ่ม Standard Sedan ร่วมกับรถโตโยตา คัมรี
แบรนด์/รุ่น : AION Y Plus (รถยนต์ไฟฟ้าสไตล์ C-SUV ห้องโดยสารกว้างขวางและมีหลังคาพาโนรามิคซันรูฟ) 
รถทุกคันได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถัน มีประกันภัยครบวงจร และให้บริการโดยพนักงานขับรถมืออาชีพที่มีประสบการณ์
ไม่ใช่การแข่งขันของ "แท็กซี่ EV" แต่เป็นการแข่งขันของ "ประสบการณ์การเดินทาง"
หากมองลึกลงไป การแข่งขันในสนามบินสุวรรณภูมิวันนี้ ไม่ได้แข่งกันว่าใครมีรถไฟฟ้ามากกว่า แต่แข่งกันที่ "ประสบการณ์ของผู้โดยสาร"
แท็กซี่ EV ทั่วไป แข่งขันด้วย "ความคุ้มค่า" ผู้โดยสารได้สัมผัสรถยนต์ไฟฟ้าในราคามิเตอร์มาตรฐาน
EV Society ใช้จุดแข็งของรถยนต์นั่งไฟฟ้าขนาดใหญ่ ให้ความรู้สึกเหมือนรถส่วนตัว ขับนุ่ม นั่งสบาย ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวและนักธุรกิจ
CABBY ชูจุดเด่นเรื่องห้องโดยสารขนาดใหญ่ กว้างขวาง นั่งสบาย ยืดขาได้เต็มที่ คนขับมืออาชีพ แต่ค่าบริการจ่ายตามมิเตอร์จริง เหมาะกับนักท่องเที่ยว ครอบครัว และผู้สูงอายุ
AOT Limousine ยกระดับไปอีกขั้นด้วยบริการแบบ Chauffeur Service รองรับลูกค้ากลุ่มพรีเมียมและองค์กร

ค่าโดยสารคิดเท่าไหร่ ใช้บริการได้ที่จุดไหน?
EV Society Taxi VIP
* สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ EV Society Call Center โทร 0 2039 8888

CABBY Electric VIP Taxi
