Last updated: 18 ก.ค. 2569 | 184 จำนวนผู้เข้าชม |
สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ลงนาม MOU ร่วมกับมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) ร่วมกันส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรและมาตรฐานทักษะด้านยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมถึงศึกษาแนวทางการจัดทำมาตรฐานการฝึกอบรมและระบบรับรองสมรรถนะที่เหมาะสมกับประเทศไทย
สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ลงนาม MOU กับมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) ร่วมส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรและมาตรฐานทักษะด้านยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อบูรณาการทรัพยากรและความเชี่ยวชาญของสถาบันการศึกษา สมาคมอุตสาหกรรม และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ และร่วมกันส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรด้านยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ครอบคลุมการพัฒนาทักษะวิชาชีพ การฝึกอบรมด้านเทคนิค การจัดทำมาตรฐานการฝึกอบรม ระบบรับรองสมรรถนะ รวมไปถึงการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติงานจริง ทั้งนี้ บันทึกความเข้าใจมีระยะเวลา 3 ปีนับจากวันที่ลงนาม เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569

| สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) นำโดย คุณสุโรจน์ แสงสนิท นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) พร้อมด้วย ผศ.ดร.อุเทน สุปัตติ อุปนายก ฝ่ายวิชาการ รศ.ดร.สุตาภัทร แคว้นเขาเม็ง เลขาธิการ ดร.ชนะ เยี่ยงกมลสิงห์ กรรมการ ฝ่ายวิชาการ ดร.ธงชัย จินาพันธ์ กรรมการ ฝ่ายวิชาการ คุณชัยพฤกษ์ ณรงค์กูล ผู้ช่วยนายกสมาคมฯ คุณธัญลักษณ์ ก้อมณี ผู้จัดการสมาคม คุณณัฐณิชา วงศ์คำ นักบริหารงานทั่วไป และคุณรัชมล วิธูวัฒนา นักวิจัย โครงการความร่วมมือไทย-เยอรมันด้านพลังงาน คมนาคม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (TGC EMC) เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ หรือ Memorandum of Understanding (MOU) กับมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) ณ วิทยาเขตสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 |
บันทึกความเข้าใจครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันสร้างกลไกการประสานงานที่มีประสิทธิภาพ สนับสนุนการแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญ การจัดหลักสูตรฝึกอบรมร่วม และการพัฒนาระบบฝึกอบรมเพื่อรองรับการเติบโตของตลาดบริการหลังการขายยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยและจีน รวมถึงการสนับสนุนกิจกรรมความร่วมมือที่เชื่อมโยงกับพื้นที่ยุทธศาสตร์ เช่น เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC

นอกจากนี้ EVAT และมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญจะร่วมศึกษาแนวทางการจัดทำมาตรฐานการฝึกอบรมและระบบรับรองสมรรถนะที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย มุ่งเน้นทักษะที่จำเป็นต่ออุตสาหกรรม ได้แก่ ทักษะด้านเทคนิค การบริการหลังการขาย การซ่อมบำรุง การทดสอบและวิเคราะห์ระบบ ตลอดจนสมรรถนะทางวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถนำไปต่อยอดสู่การจัดหลักสูตรฝึกอบรม การฝึกปฏิบัติสำหรับนักศึกษา และโครงการพัฒนาทักษะของบุคลากรในภาคอุตสาหกรรม
ภายหลังพิธีลงนาม คณะผู้แทน EVAT ได้เยี่ยมชมศูนย์วิจัยและการเรียนรู้ด้านยานยนต์พลังงานใหม่ (Gabriel Mary Research and Learning Center for New Energy Vehicle Technology) เพื่อศึกษาความพร้อมของพื้นที่การเรียนรู้ ห้องปฏิบัติการ และแนวทางการพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยียานยนต์พลังงานใหม่ของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
การลงนามความร่วมมือครั้งนี้ นับเป็นการสะท้อนบทบาทของ EVAT ในการเชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรมกับภาคการศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมด้านกำลังคนและยกระดับมาตรฐานทักษะที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยให้สามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน
ที่มา : สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT