Last updated: 25 ก.ค. 2569 | 119 จำนวนผู้เข้าชม |
ในสายตาคนทั่วไป ซากแบตเตอรี่ EV ดูไร้ค่าและ “อาจเป็นตัวปัญหา” ไม่ต่างจาก “เจ้าเงาะ” ในตำนาน แต่อีกสิบปีข้างหน้า...เมื่อ “อุตสาหกรรมรีไซเคิลแบตเตอรี่ EV ในประเทศไทย” เดินเครื่องเต็มตัว เราจะได้เห็น “ร่างทอง” ของกองซากแบตเตอรี่ที่กลายร่างเป็นอุตสาหกรรมใหม่ที่ทำเงินมหาศาล!
ประโยคนี้อาจฟังดูขัดกับความเข้าใจของหลายคน แต่ทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์โลกกำลังจะเป็นเช่นนั้น ประเทศต่าง ๆ เริ่มตระหนักว่า แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนไม่ได้เป็นเพียง “หัวใจของรถ EV” แต่ยังเป็นแหล่งสะสมลิเทียม นิกเกิล โคบอลต์ แมงกานีส และทองแดง ซึ่งล้วนเป็นวัตถุดิบยุทธศาสตร์ที่มีมูลค่าสูงและกำลังเป็นที่ต้องการของโลก
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่หลายประเทศไม่ได้มอง "แบตเตอรี่ใช้แล้ว" เป็นของเสียอีกต่อไป แต่กำลังเปลี่ยนมันให้เป็น Urban Mine หรือ "เหมืองแร่เหนือดิน" ที่สามารถนำโลหะราคาแพงระยับกลับมาใช้ใหม่ได้ครั้งแล้วครั้งเล่า
ประเทศไทยเองกำลังเริ่มเดินบนเส้นทางเดียวกันได้อย่างน่าชื่มชม ผ่านการผลักดันเรื่อง Battery Passport การพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิล และการพูดคุยเตรียมหาพื้นที่สำหรับนิคมอุตสาหกรรมรีไซเคิลแบตเตอรี่ EV ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ "อุตสาหกรรมแบตเตอรี่รอบที่สอง" ที่มีศักยภาพในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในระยะยาว
ความสำเร็จของ EV วันนี้ คือความรับผิดชอบของวันพรุ่งนี้
ตัวเลขล่าสุดจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยสะท้อนว่า ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ประเทศไทยมีรถยนต์ไฟฟ้า BEV จดทะเบียนสะสม 491,447 คัน ในจำนวนนี้เป็นรถยนต์นั่งไฟฟ้า 373,652 คัน ขณะที่ครึ่งปีแรกมียอดจดทะเบียน BEV ใหม่ 120,010 คัน เพิ่มขึ้น 73.79% และยอดขายรถยนต์นั่ง BEV อยู่ที่ 104,418 คัน เติบโตถึง 93.07% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนความสำเร็จของนโยบายส่งเสริม EV และการลงทุนของผู้ผลิตทั่วโลก แต่ในอีกด้านหนึ่ง มันกำลังนับถอยหลังสู่วันที่แบตเตอรี่จำนวนมหาศาลทยอยหมดอายุการใช้งานในช่วง 8-10 ปีข้างหน้า
คำถามสำคัญคือ ประเทศไทยเตรียมระบบรองรับไว้แล้วหรือยัง?

TDRI เตือน "ก่อนปัญหาจะมาถึง"
ความกังวลนี้ไม่ใช่เรื่องสมมติ
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ออกบทวิเคราะห์เมื่อกลางเดือนเมษายน 2569 ประเมินว่า หากรถ EV ในจังหวัดที่มีความเสี่ยงน้ำท่วมได้รับความเสียหายเพียง 20% จะเกิดซากแบตเตอรี่รวมกันสูงถึง 1,355 ตัน
อันตรายไม่ได้อยู่ที่แบตเตอรี่หมดอายุ แต่อยู่ที่แบตเตอรี่ซึ่งได้รับความเสียหายจากน้ำ การชน หรือการกระแทก เพราะเซลล์ภายในอาจเสียหายจนเกิด Thermal Runaway หรือการลุกไหม้จากปฏิกิริยาภายใน แม้เหตุการณ์จะผ่านไปหลายวันแล้วก็ตาม หากมีการขนย้ายหรือรื้อถอนโดยไม่มีมาตรฐานที่เหมาะสม
TDRI จึงเสนอให้เร่งผลักดันกฎหมาย Extended Producer Responsibility (EPR) กฎหมายจัดการซากรถยนต์ (ELV) และระบบ Battery Passport เพื่อให้แบตเตอรี่ทุกก้อนสามารถติดตามย้อนกลับได้ตลอดวงจรชีวิต
สาระสำคัญของข้อเสนอเหล่านี้ ไม่ใช่การจัดการขยะ แต่คือการสร้างระบบเศรษฐกิจใหม่ที่รักษามูลค่าของทรัพยากรให้อยู่ในระบบให้นานที่สุด
โลกกำลังแข่งขันกันเพื่อ "แย่งแบตเตอรี่เก่า"!
ในอดีต ประเทศต่าง ๆ แข่งขันกันเพื่อเข้าถึงเหมืองลิเทียมและนิกเกิล
แต่วันนี้ การแข่งขันกำลังเปลี่ยนทิศ
สหภาพยุโรปบังคับใช้ EU Battery Regulation พร้อมผลักดัน Battery Passport เพื่อให้แบตเตอรี่ทุกก้อนมีข้อมูลดิจิทัลตั้งแต่การผลิต การใช้งาน การใช้ซ้ำ จนถึงการรีไซเคิล ขณะที่ผู้ผลิตต้องรับผิดชอบการจัดการแบตเตอรี่หลังหมดอายุภายใต้หลัก EPR
เหตุผลไม่ใช่เพียงเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่เป็นเรื่อง ความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน
เมื่อความต้องการแร่สำคัญเพิ่มขึ้นทั่วโลก ประเทศที่สามารถนำโลหะกลับคืนจากแบตเตอรี่ใช้แล้ว จะลดการพึ่งพาการนำเข้า ลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มความมั่นคงด้านวัตถุดิบได้ในระยะยาว
พูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือ แบตเตอรี่ใช้แล้วกำลังกลายเป็น "แหล่งแร่แห่งอนาคต" ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจไม่ต่างจากเหมืองธรรมชาติ
ไทยกำลังต่อจิ๊กซอว์ครบทั้งระบบ
สิ่งที่น่าสนใจคือ ปี 2569 ประเทศไทยเริ่มเห็นการเชื่อมโยงของหลายภาคส่วนในเวลาเดียวกัน
สถาบันยานยนต์เริ่มเป็นหัวเรือในการระดมสมองวางระบบ Battery Passport และศึกษาการคัดเลือกพื้นที่สำหรับนิคมอุตสาหกรรมรีไซเคิล เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล การตรวจสอบย้อนกลับ และมาตรฐานการจัดการแบตเตอรี่ตลอดวงจรชีวิต โดยการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการกลุ่มย่อยเรื่อง "แบตเตอรี่พาสปอร์ต และแนวทางการคัดเลือกพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมรีไซเคิลแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า" ภายใต้โครงการยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมการจัดการซากแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืน

ต่อมา ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา EA–AMITA ก็จับมือกับกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ พัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิลเพื่อสกัดลิเทียม นิกเกิล โคบอลต์ และโลหะสำคัญกลับเข้าสู่กระบวนการผลิต พร้อมพัฒนาบุคลากรและองค์ความรู้รองรับอุตสาหกรรมใหม่
เมื่อมองแยกกัน สิ่งเหล่านี้อาจเป็นเพียงโครงการทดลอง
แต่เมื่อเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน จะเห็นว่าประเทศไทยกำลังวางโครงสร้างของ Battery Circular Economy อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การเก็บข้อมูล การรับคืน การรีไซเคิล ไปจนถึงการนำวัตถุดิบกลับเข้าสู่สายการผลิต
นี่ไม่ใช่ธุรกิจกำจัดขยะ แต่คืออุตสาหกรรมใหม่
ตลาดรีไซเคิลแบตเตอรี่ EV กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก โดยหลายสำนักวิจัยคาดการณ์ว่าตลาดจะขยายตัวเฉลี่ยมากกว่า 30% ต่อปี ตลอดครึ่งหลังของทศวรรษนี้ จากแรงหนุนของยอดขายรถ EV และความต้องการวัตถุดิบสำหรับผลิตแบตเตอรี่รุ่นใหม่
ผู้เล่นระดับโลกทั้ง CATL, GEM, Umicore, Redwood Materials และ Ascend Elements ต่างเร่งลงทุนในโรงงานรีไซเคิล เพราะสิ่งที่ได้กลับมาไม่ใช่ของเสีย แต่คือวัตถุดิบมูลค่าสูงที่สามารถป้อนกลับเข้าสู่โรงงานผลิตแบตเตอรี่ได้อีกครั้ง
นี่คือเหตุผลที่คำว่า Urban Mine ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ ในอุตสาหกรรมพลังงานและยานยนต์
EV-ROADS Insight
ประเทศไทยใช้เวลากว่า 60 ปี สร้างความแข็งแกร่งในฐานะฐานการผลิตรถยนต์ของภูมิภาค จนได้รับฉายา Detroit of Asia
แต่ยุคของรถยนต์ไฟฟ้ากำลังเปลี่ยนกติกาการแข่งขันครั้งใหญ่
ในทศวรรษแรก ประเทศต่าง ๆ แข่งขันกันดึงโรงงานผลิตรถและโรงงานแบตเตอรี่เข้ามาลงทุน
ทศวรรษต่อจากนี้ การแข่งขันจะย้ายไปอยู่ที่การจัดการ "แบตเตอรี่หลังหมดอายุ"
ประเทศที่สามารถสร้างระบบรับคืน ใช้ซ้ำ รีไซเคิล และนำโลหะกลับเข้าสู่สายการผลิตได้ครบวงจร จะได้เปรียบทั้งด้านต้นทุน ความมั่นคงของวัตถุดิบ และความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม EV
การที่ประเทศไทยเริ่มผลักดัน Battery Passport พัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิล และเตรียมพื้นที่สำหรับอุตสาหกรรมรีไซเคิลในเวลาเดียวกัน จึงไม่ใช่การแก้ปัญหาขยะ แต่คือการวางรากฐานของ "อุตสาหกรรมแบตเตอรี่รอบที่สอง"
เพราะในโลกของ EV แบตเตอรี่ไม่มีคำว่า "หมดคุณค่า" มีเพียงคำว่า "เริ่มต้นวงจรใหม่" และหากประเทศไทยวางระบบได้ทันเวลา วันนี้อาจเป็นเพียงการ "นับหนึ่ง" แต่ในอีกสิบปีข้างหน้า มันอาจกลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มและความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ให้กับประเทศได้อย่างมหาศาล
อ้างอิงข้อมูลจาก : สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย , สถาบันยานยนต์ , บริษัท อมิตา เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ AMITA บริษัทในกลุ่มบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA