Last updated: 13 ส.ค. 2569 | 86 จำนวนผู้เข้าชม |
"หมดกังวลเรื่องลืมล็อครถ ลืมที่จอด รถกำลังจะถูกขโมย รวมไปถึงเช็คสถานะแบตเตอรี่" สั่งเริ่มหรือหยุดการชาร์จ ตั้งเวลาชาร์จล่วงหน้า ยันแอบส่องรถเวลาให้คนอื่นยืมขับ ฯลฯ ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) เปิดตัว "Hyundai Bluelink เทคโนโลยีที่เชื่อมต่อรถยนต์กับสมาร์ตโฟน" ให้ผู้ขับขี่ตรวจสอบสถานะ สั่งงานฟังก์ชันสำคัญ และดูแลรถจากระยะไกลได้ง่ายขึ้น ลูกค้ากลุ่มแรกที่ได้สัมผัสประสบการณ์นี้คือผู้ใช้รถไฟฟ้า The new 2026 IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบไทย
หัวใจของ Hyundai Bluelink คือการเปลี่ยนหลายจังหวะของการใช้รถในชีวิตประจำวันสะดวกและคล่องตัวยิ่งขึ้น ตั้งแต่การเช็กความพร้อมของรถก่อนออกเดินทาง ไปจนถึงการควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ จากระยะไกลผ่านแอปพลิเคชัน โดยแบ่งการใช้งานหลักออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ เช็ก สั่ง และ ดูแล ทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มฟีเจอร์ดิจิทัลให้กับรถ แต่เป็นการยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถให้ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่ที่เร่งรีบให้ดีกว่าเดิม
เช็กรถได้ง่าย ก่อนออกเดินทาง
ฟังก์ชัน Remote Vehicle Status ช่วยให้ผู้ใช้ตรวจสอบสถานะสำคัญของรถผ่านสมาร์ตโฟน เช่น สถานะการล็อกประตู ระบบปรับอากาศ ประตู และฝากระโปรง ช่วยลดความกังวลในเรื่องเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน เช่น เดินออกจากรถแล้วไม่แน่ใจว่าล็อกประตูหรือยัง
สำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า Bluelink ยังสามารถตรวจสอบข้อมูลพลังงาน ระยะทางที่ขับขี่ได้ หรือ DTE Range รวมถึงสถานะการชาร์จและการตั้งค่าระดับการชาร์จสูงสุด หรือ "Charging Target SOC Setting" ช่วยให้วางแผนการเดินทางและเตรียมความพร้อมของรถได้ล่วงหน้า

สบายขึ้นตั้งแต่ยังไม่ขึ้นรถ
ในสภาพอากาศเมืองไทย ความสบายควรเริ่มตั้งแต่เปิดประตูรถ Hyundai Bluelink ช่วยให้ผู้ใช้ควบคุมฟังก์ชันสำคัญผ่านสมาร์ตโฟน เช่น Remote Climate Control สำหรับสั่งเปิดระบบปรับอากาศและตั้งค่าอุณหภูมิล่วงหน้า ให้ห้องโดยสารพร้อมใช้งานตั้งแต่ก่อนขึ้นรถ รวมถึง Remote Door Lock/Unlock สำหรับล็อกหรือปลดล็อกประตูจากระยะไกล และ Remote Horn & Light Control สำหรับควบคุมแตรและไฟฉุกเฉิน นอกจากนี้ยังมี Find My Car Location ช่วยค้นหาตำแหน่งรถในพื้นที่จอดรถขนาดใหญ่ เช่น ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน หรือสนามบิน

อุ่นใจกว่าเดิม แม้ไม่ได้อยู่ใกล้รถ
อีกบทบาทสำคัญของ Hyundai Bluelink คือการช่วยให้เจ้าของรถติดตามความเคลื่อนไหวของรถได้ใกล้ชิดขึ้น โดยเฉพาะในวันที่มีสมาชิกใช้รถร่วมกันหรือเมื่อต้องส่งรถให้ผู้อื่นดูแลชั่วคราว ระบบสามารถแจ้งเตือนเมื่อรถออกนอกพื้นที่ที่กำหนด หรือ Geo-fence Alert แจ้งเตือนเมื่อมีการใช้ความเร็วเกินค่าที่ตั้งไว้ หรือ Speed Alert แจ้งเตือนเมื่อมีการใช้งานรถนอกช่วงเวลาที่กำหนด หรือ Time Fencing Alert รวมถึง Valet Alert ที่ช่วยติดตามสถานะรถระหว่างใช้บริการรับจอด
หากเกิดเหตุผิดปกติหรือมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย Hyundai Bluelink ยังสามารถส่งการแจ้งเตือนไปยังสมาร์ตโฟนได้อย่างรวดเร็ว เช่น การแจ้งเตือนรถถูกโจรกรรม หรือ Stolen Vehicle Notification เพื่อให้เจ้าของรถรับรู้สถานการณ์และดำเนินการได้อย่างเหมาะสม
![]()
ต่อยอดประสบการณ์ EV ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์มากขึ้น
สำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า Hyundai Bluelink ยังช่วยให้การจัดการพลังงานและการชาร์จสะดวกขึ้น ทั้งการตรวจสอบสถานะแบตเตอรี่ การสั่งเริ่มหรือหยุดการชาร์จ การตั้งเวลาชาร์จล่วงหน้า และการดูข้อมูลการใช้พลังงานผ่านแอปพลิเคชัน พร้อมรองรับการแจ้งเตือนสถานะการใช้งาน V2L สำหรับการนำพลังงานจากรถไปใช้งานในรูปแบบต่าง ๆ ทำให้รถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่ยืดหยุ่นมากขึ้น

เริ่มต้นประสบการณ์ Connected Car กับ IONIQ 5 N Line
Hyundai Bluelink Connected Car Services เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยพร้อม The new 2026 IONIQ 5 N Line รถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นประกอบไทย ที่ผสานดีไซน์สปอร์ตสไตล์ N Line กับเทคโนโลยี EV แรงดันสูง 800V แบตเตอรี่ 84 kWh ระยะทางขับขี่สูงสุด 591 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC รองรับ Ultra-Fast Charge จาก 10–80% ในประมาณ 18 นาที พร้อมระบบความปลอดภัย Hyundai SmartSense 17 ระบบ และ Hyundai Bluelink ที่ช่วยให้เช็ก สั่งงาน และดูแลรถผ่านสมาร์ตโฟน
The new 2026 IONIQ 5 N Line เปิดราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่ 1.699 ล้านบาท พร้อมราคาพิเศษช่วงเปิดตัว 1.399 ล้านบาท สำหรับ 400 คันแรก โดยลูกค้ายังได้รับสิทธิ์ใช้งาน Hyundai Bluelink และ OTA ฟรี 3 ปี นับจากวันออกรถ สะท้อนอีกขั้นของประสบการณ์รถยนต์ไฟฟ้าที่ผสานทั้งดีไซน์ เทคโนโลยี ความปลอดภัย และการเชื่อมต่อไว้ในคันเดียว
ที่มา : ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย)