Last updated: 26 ส.ค. 2569 | 138 จำนวนผู้เข้าชม |
GWM (Thailand) เผยยอดขายครึ่งปีแรก 2569 โต 19% เตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในช่วงครึ่งปีหลัง 4 รุ่น พร้อมประกาศยุทธศาสตร์ความยั่งยืนในงานประชุมใหญ่พาร์ทเนอร์ทั่วประเทศ ย้ำนโยบายยกระดับการบริการหลังการขาย ตั้งเป้าเป็นแบรนด์จีนที่ผู้บริโภคไว้วางใจสูงสุด
กรุงเทพฯ 26 สิงหาคม 2569 – GWM (Thailand) เดินหน้าตอกย้ำความเชื่อมั่นต่อศักยภาพตลาดยานยนต์ไทยและความสำคัญของเครือข่ายพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศ ผ่านการจัดงาน GWM Partner Meeting 2026 เวทีประชุมพาร์ทเนอร์ระดับประเทศภายใต้แนวคิด “Together, Stronger than ever” มุ่งนำเสนอทิศทางธุรกิจ แลกเปลี่ยนมุมมองเพื่อร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายการเติบโตอย่างยั่งยืนของ GWM ในประเทศไทย
งานประชุม GWM Partner Meeting 2026 ครั้งนี้สะท้อนถึงพลังความร่วมมือระหว่าง GWM (Thailand) และเครือข่ายพาร์ทเนอร์ 71 แห่งทั่วประเทศ ถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนแบรนด์ในไทย โดยไม่ได้เป็นเพียงการประชุมประจำปี แต่เป็นพื้นที่สื่อสารวิสัยทัศน์ แบ่งปันผลลัพธ์ทางธุรกิจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นจากพาร์ทเนอร์ในทุกภูมิภาค เพื่อนำไปต่อยอดการดำเนินงานและยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าชาวไทยในทุกพื้นที่

ภายในงาน เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) ได้เปิดเผยถึงผลประกอบการในระดับสากลของ GWM ว่าในเดือนกรกฎาคม 2569 GWM ทำยอดขายทั่วโลกได้ถึง 108,067 คัน เติบโตขึ้น 3.54% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยได้แรงหนุนจากการเติบโตของยอดขายในต่างประเทศที่พุ่งสูงถึง 50.93% (62,015 คัน) ส่งผลให้ยอดขายสะสมทั่วโลกระหว่างเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2569 สูงถึง 691,962 คัน เติบโตขึ้น 2.64% สำหรับประเทศไทยในช่วงครึ่งปีแรก (มกราคม - มิถุนายน 2569) GWM (Thailand) มียอดขายที่เติบโตขึ้น 19% และมีครอบครัวผู้ใช้งาน GWM ในประเทศไทยจนถึงปัจจุบันแล้วกว่า 64,000 คัน
กุญแจสำคัญของการเติบโต มาจากการขับเคลื่อนกลยุทธ์ “All Scenarios – All Powertrains – All Users” เพื่อตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคในแต่ละภูมิภาคทั่วโลก ผ่านเทคโนโลยีแพลตฟอร์มอัจฉริยะ GWM ONE Platform ที่รองรับระบบขับเคลื่อนที่หลากหลายทั้ง HEV, PHEV, BEV และเครื่องยนต์สันดาป (ICE) บนระบบเดียว ช่วยลดต้นทุนการผลิตด้วยการใช้อะไหล่ร่วมกันมากกว่า 95% ทำให้ GWM สามารถส่งมอบรถยนต์ที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัย ออปชันครบครัน ในราคาที่คุ้มค่าและแข่งขันได้ในตลาด
นอกจากนี้ GWM ยังประกาศเดินหน้ากลยุทธ์โครงสร้างแบรนด์ 2 ระดับเพื่อครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้าโดยแบ่งเป็นแบรนด์หลัก (Mainstream Brand) ภายใต้ผลิตภัณฑ์ GWM ที่มุ่งเน้นความคุ้มค่า การใช้งานจริง และราคาที่เข้าถึงได้ และแบรนด์พรีเมียม (Premium Brands) ภายใต้ผลิตภัณฑ์ TANK และ WEY ที่มุ่งเน้นการส่งมอบประสบการณ์ระดับพรีเมียม
แนวทางการดำเนินงานของพาร์ทเนอร์ในประเทศไทย GWM ยังคงใช้กลยุทธ์การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายครอบคลุมทุกระบบขับเคลื่อน เพื่อตอบโจทย์การใช้งานจริงของผู้บริโภค โดยในครึ่งปีหลังจะเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ อย่างน้อย 4 รุ่น ครอบคลุมหลากหลายระบบขับเคลื่อน ทั้งรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น รถยนต์ไฮบริด (HEV) และรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซล GWM ได้เน้นย้ำการสร้างแบรนด์อย่างยั่งยืน และความโปร่งใสด้านราคาอย่างเป็นธรรม รวมทั้งรักษาราคาขายต่อ (Resale value)

สำหรับในส่วนของบริการหลังการขาย GWM จะสนับสนุนการดำเนินงานของพาร์ทเนอร์อย่างเต็มที่ด้วยการเดินหน้าขยายคลังสต็อกอะไหล่ พัฒนาทักษะช่างเทคนิคให้มีความเชี่ยวชาญ และยกระดับมาตรฐานบริการ โดยจะยกระดับบทบาทของพาร์ทเนอร์สโตร์ซึ่งเป็นผู้ที่ใกล้ชิดและเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าในแต่ละพื้นที่มากที่สุด ให้เป็นศูนย์กลางดูแลลูกค้าแบบครบวงจรและรับฟังความคิดเห็นจากลูกค้าส่งต่อกลับมาสู่แบรนด์เพื่อนำข้อมูลไปพัฒนาธุรกิจ ปรับปรุงผลิตภัณฑ์และยกระดับบริการหลังการขายให้ดียิ่งขึ้นเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดและส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าคนไทย
26 ส.ค. 2569