X

รมช.คมนาคม สิริพงศ์ แจงแผนเปลี่ยนรถสาธารณะเป็น EV 7 กลุ่ม ลดค่าใช้จ่ายน้ำมันปีละ 212 ล้านลิตร

Last updated: 27 ส.ค. 2569  |  131 จำนวนผู้เข้าชม  | 

รมช.คมนาคม “สิริพงศ์” แจงแผนเปลี่ยนรถสาธารณะเป็น EV 7 กลุ่ม ลดค่าใช้จ่ายน้ำมันปีละ 212 ล้านลิตร

รมช.กระทรวงคมนาคม“สิริพงศ์” ชี้แจงแผนเปลี่ยนรถสาธารณะเป็นยานยนต์ไฟฟ้า EV 7 กลุ่ม ตั้งเป้าลดใช้น้ำมัน 212 ล้านลิตรต่อปี ลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน – การนำเข้าน้ำมัน ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ มุ่งยกระดับสวัสดิภาพและความปลอดภัยของผู้โดยสาร

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงโครงการเปลี่ยนรถสาธารณะและรถที่ให้บริการประชาชนเป็นรถพลังงานไฟฟ้า หรือ EV ภายใต้ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ยืนยันว่าเป็นโครงการที่มุ่งลดการพึ่งพาน้ำมัน ลดต้นทุนการเดินทาง และเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชน ซึ่งปัจจุบันบริการขนส่งสาธารณะจำนวนมากจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาด เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมัน ประกอบกับเทคโนโลยีและเครื่องยนต์ใหม่สามารถเข้ามาทดแทนเครื่องยนต์สันดาป ซึ่งปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับสูง จึงเป็นที่มาของแนวทางสนับสนุนให้รถสาธารณะและรถที่ประชาชนใช้บริการเปลี่ยนผ่านไปสู่ EV

กระทรวงคมนาคม มุ่งเป้าไปที่ 7 กลุ่มรถที่มีผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง ได้แก่

1) รถแท็กซี่และรถรับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ รวม 29,905 คัน

2) รถจักรยานยนต์สาธารณะ 68,491 คัน

3) รถยนต์สามล้อรับจ้าง 15,834 คัน

4) รถโดยสารประจำทาง 12,976 คัน

5) รถโดยสารไม่ประจำทาง 11,105 คัน

6) รถรับจ้างรับส่งนักเรียน 4,829 คัน

7) รถบรรทุกขนส่ง 497,134 คัน

ส่วนรถขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ยังไม่ได้รวมอยู่ในโครงการ เนื่องจากกระทรวงคมนาคมได้รับการจัดสรรงบประมาณปกติสำหรับรถใหม่ 1,520 คันแล้ว โดยคาดว่าจะรับรถล็อตแรกประมาณเดือนมีนาคม 2570 และมีแผนขอจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมในปี 2571 เพื่อเปลี่ยนรถ ขสมก. เป็น EV ทั้งระบบ

นายสิริพงศ์ ระบุว่า หากมีผู้เข้าร่วมโครงการ 50% หรือประมาณ 81,567 คัน จะสามารถลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 244,015 ตันต่อปี หากมีรถข้าร่วม 153,140 คัน จะลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 419,800 ตันต่อปี ถ้าหากดำเนินการตามแผนที่กระทรวงคมนาคมเสนอ จะสามารถลดการใช้น้ำมันได้ประมาณ 212 ล้านลิตรต่อปี ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนและลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ โครงการนี้ไม่ได้มุ่งเพียงเปลี่ยนแหล่งพลังงานเท่านั้น แต่ยังต้องการยกระดับสวัสดิภาพและความปลอดภัยของผู้โดยสาร เนื่องจากรถโดยสารสาธารณะจำนวนหนึ่งมีสภาพเก่าและอาจไม่ปลอดภัยต่อผู้ใช้บริการ

สำหรับในกรณีที่มีข้อสงสัยเรื่องความเร่งด่วนของโครงการ “นายสิริพงศ์” ชี้แจงว่ากระทรวงคมนาคมได้จัดทำโครงการและเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองแล้ว แต่ต้องใช้เวลาในกระบวนการ ต่าง ๆ รวมถึงการรอการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ การดำเนินการจึงยังไม่สามารถเกิดขึ้นได้ทันที เงินก้อนนี้ไม่ได้ถูกนำไปใช้กับโครงการก่อสร้างหรือจัดซื้อจากผู้รับเหมารายใดโดยเฉพาะ แต่เป็นการสนับสนุนให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถเลือกใช้สิทธิ์เพื่อเปลี่ยนผ่านจากรถใช้น้ำมันไปสู่รถ EV ได้อย่างอิสระ

ที่มา : กระทรวงคมนาคม

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้