Last updated: 29 ส.ค. 2569 | 97 จำนวนผู้เข้าชม |
การที่ บริษัท บลูเวลเอเนอจี จำกัด ผู้ให้บริการสถานีชาร์จ "Tocharge EV ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA)" สำหรับโครงการ “Tocharge แพลตฟอร์มบริหารจัดการสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าสำหรับธุรกิจแฟรนไชส์” น่าจับตามองว่าจะขยายเครือข่ายอย่างไรในตลาดที่ผู้เล่นรายใหญ่กำลังเร่งลงทุน
NIA กำหนดทุนในกลุ่ม EV Solution Platform ซึ่งครอบคลุมแพลตฟอร์มและบริการที่เกี่ยวข้องกับสถานีชาร์จ โดยเป็นทุนแบบ Matching Grant สูงสุด 75% ของมูลค่าโครงการ ไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อโครงการ และ ระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี
สำหรับ Tocharge นี่จึงเป็นโอกาสในการเปลี่ยน “เทคโนโลยีบริหารสถานี” ให้กลายเป็น เครื่องมือขยายธุรกิจแบบ Franchise
ตลาดโต แต่การแข่งขันกำลังเปลี่ยนเกม
ภาพตลาด EV ไทยใน 7 เดือนแรกของปี 2569 ยืนยันว่า Demand ยังแรง โดย BEV จดทะเบียนใหม่สะสมอยู่ที่ 144,181 คัน เพิ่มขึ้น 77.75% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และยอด BEV สะสม ณ สิ้นเดือนกรกฎาคมแตะ 515,357 คัน
แต่สิ่งที่น่าจับตากว่าคือ “อัตราการเติบโตของรถ” เริ่มวิ่งเร็วกว่าการเพิ่มขึ้นของโครงสร้างพื้นฐาน
ข้อมูล "EVAT" ล่าสุด ณ 30 เมษายน 2569 ระบุว่าไทยมีสถานีชาร์จ 4,817 แห่ง รวม 14,486 หัวจ่าย แบ่งเป็น DC CCS2 จำนวน 8,635 หัว, DC CHAdeMO 414 หัว และ AC Type 2 จำนวน 5,437 หัว
เมื่อเทียบกับข้อมูล EVAT ณ มกราคมที่มี 4,643 แห่ง และ 13,977 หัวจ่าย จำนวนสถานีเพิ่มขึ้นประมาณ 3.7% และจำนวนหัวจ่ายเพิ่มขึ้น 3.6% ใน ภายในช่วง 4 เดือนแรก

ที่มา : EVAT
EVAT ระบุในเดือนกรกฎาคมว่า สัดส่วนรถ EV ต่อหัวชาร์จ DC เพิ่มจากประมาณ 35 คันต่อ 1 หัวจ่ายในช่วงต้นปี เป็นราว 40 คันต่อ 1 หัวจ่าย สะท้อนแรงกดดันต่อโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ (สถานีชาร์จ) ที่กำลังเพิ่มขึ้น
ดังนั้น ช่วง 5 เดือนที่เหลือของปี ตลาดสถานีชาร์จจึงน่าจะไม่ได้แข่งกันแค่ “เพิ่มจำนวนหัวจ่าย” แต่จะเข้าสู่การแข่งขันเรื่อง ทำเล, Utilization Rate, กำลังชาร์จ, ราคา, Reliability และ Software Management
ตัวอย่างชัดเจนคือการเปิดสถานี Ultra Fast ระดับ 960 kW ของ Evolt และการขยายเครือข่าย EleXA ซึ่งมีสถานีและพันธมิตรรวมกว่า 529 แห่งแล้วในเดือนกรกฎาคม
Tocharge อยู่ตรงไหนในตลาดสถานีชาร์จ?
ตัวเลข EVAT ณ 30 เมษายน 2569 ระบุว่า Tocharge มีสถานีชาร์จ 9 แห่ง 18 หัวจ่าย โดยทั้งหมดเป็น DC CCS2
เมื่อเทียบกับตลาดรวม 4,817 แห่ง ตัวเลขนี้คิดเป็นเพียงประมาณ 0.19% ของจำนวนสถานี และ 0.12% ของหัวจ่ายทั้งหมด
มองอีกด้านหนึ่ง นี่คือข้อจำกัด แต่ในเชิงกลยุทธ์กลับเป็นเหตุผลที่เฟรนไซส์สถานีชาร์จของ Tocharge น่าสนใจ
เพราะการไล่ลงทุนสร้างสถานีด้วยเงินบริษัทเอง ย่อมเสียเปรียบผู้เล่นทุนใหญ่
ถ้า Tocharge สามารถพัฒนาแพลตฟอร์มให้เจ้าของพื้นที่สามารถเข้าร่วมเครือข่ายได้ง่าย ตั้งสถานีง่าย บริหารง่าย ดูรายได้และ Utilization ได้แบบ Real-time และมีระบบหลังบ้านที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน
9 สถานีอาจกลายเป็น 90 หรือ 900 สถานีได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนในระดับเดียวกับการสร้างเครือข่ายแบบเป็นเจ้าของสถานีชาร์จเองทั้งหมด
นี่คือเหตุผลที่ทุน NIA มีความหมายมากกว่าตัวเลข 5 ล้านบาท
Thailand EV Roaming Hub: โอกาส หรือแรงกดดัน?
อีกโจทย์ใหญ่ที่ Tocharge ต้องจับตาคือ Thailand EV Roaming Hub
สนพ. ร่วมกับ MEA, EGAT, PEA และ OR ลงนาม MOU เมื่อ 27 กรกฎาคม 2569 เพื่อศึกษาการจัดตั้งศูนย์กลางเชื่อมโยงข้อมูลเครือข่ายสถานีชาร์จทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายให้ CPO เชื่อมต่อกันอย่างเป็นระบบและเป็นมาตรฐานเดียวกัน
สำหรับ Tocharge นี่เป็น โอกาส มากกว่า แรงกดดัน
เพราะผู้เล่นรายเล็กไม่จำเป็นต้องมีฐานลูกค้าในแอปของตัวเองขนาดใหญ่ที่สุด หากสถานีสามารถเชื่อมต่อกับ Ecosystem กลางได้ ลูกค้าจากเครือข่ายอื่นก็มีโอกาสเข้าถึงสถานี Tocharge ได้เช่นกัน
แต่ในทางกลับกัน Roaming จะทำให้ App ไม่ใช่กำแพงการแข่งขันอีกต่อไป
เมื่อผู้ใช้ค้นหาและเข้าถึงสถานีต่างเครือข่ายได้ง่ายขึ้น การแข่งขันจะย้อนกลับไปอยู่ที่พื้นฐานธุรกิจอย่าง ทำเล ราคา ความเร็ว ความพร้อมใช้งาน และประสบการณ์การชาร์จ
สำหรับ Tocharge การแข่งขันกับยักษ์ใหญ่ด้วยจำนวนสถานีอาจไม่ใช่เกมที่ควรเล่น
เกมที่น่าสนใจกว่าคือ “ใครสามารถทำให้เจ้าของพื้นที่รายอื่นอยากเปิดสถานีภายใต้ระบบของตัวเองได้มากที่สุด”
ทุน NIA จึงอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยน Tocharge จาก CPO รายเล็กที่มีเพียง 9 สถานี ไปสู่ Charging Network Platform ที่ใช้ Franchise เป็นเครื่องยนต์ขยายเครือข่าย
และหาก Thailand EV Roaming Hub เกิดขึ้นจริงในอนาคต ความได้เปรียบจะไม่ได้อยู่ที่ใครมี App ใหญ่ที่สุด แต่อยู่ที่ว่า ใครมีสถานีที่ “พร้อมใช้ ทำเลดี ต้นทุนแข่งขันได้ และบริหารเครือข่ายได้ดีที่สุด”
สำหรับ Tocharge เกมใหญ่เพิ่งเริ่มต้น — และครั้งนี้ไม่ได้วัดกันที่จำนวนสถานี แต่เดิมพันกันที่ “โมเดลธุรกิจ”

อ้างอิงข้อมูลจาก : เพจ Tocharge , เว็บไซต์ EVAT