X

อัพเดตยอดขาย PICK UP BEV 7 เดือนแรกเพิ่งแตะ 1,373 คัน จับตาตลาดกระบะไฟฟ้า 4 ประตู แค่ ก.ค. เดือนเดียว ยอดขายพุ่ง 764.81%

Last updated: 30 ส.ค. 2569  |  131 จำนวนผู้เข้าชม  | 

อัพเดตยอดขาย PICK UP BEV 7 เดือนแรก 2569

“ตลาด PICK UP BEV ยังเล็กมาก แต่กำลังโตเร็ว”  ส.อ.ท. เผย "ยอดขายรถปิกอัพไฟฟ้าทุกประเภท 7 เดือนแรก มี 1,610 คัน" PICK UP BEV ขายได้มากสุด 1,373 คัน ส่วน PICK UP REEV มีเพียง 18 คัน ยอดขายยังน้อยแต่เป็นตลาดที่น่าจับตา เพราะแค่กรกฎาคมเดือนเดียว รถกระบะดับเบิลแค็บ BEV ขายได้ 467 คัน เพิ่มขึ้น 764.81% ส่วนยอดผลิตรถกระบะดับเบิลแค็บ BEV 7 เดือนแรกสะสมแล้ว 2,447 คัน เพิ่มขึ้น 1,726.12%



ตลาด PICK UP BEV ไทยเริ่มขยับ แต่ยังไม่ถึงจุด “เปลี่ยนเกม”

7 เดือนแรกของปี 2569 — ตลาดกำลังโตจากฐานเล็ก ขณะที่ PICK UP ICE กำลังเผชิญแรงกดดันครั้งใหญ่

ตลาดรถยนต์ไทยในช่วง 7 เดือนแรกปี 2569 มีภาพที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะแม้ยอดขายรถยนต์รวมจะเพิ่มขึ้น 15.39% เป็น 406,162 คัน แต่การเติบโตไม่ได้กระจายตัวเท่ากันทุกเซกเมนต์ โดยแรงส่งหลักมาจากกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า ขณะที่ตลาด PICK UP ซึ่งเป็น “โปรดักต์แชมเปี้ยน” ของอุตสาหกรรมไทยยังเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจและสินเชื่อ

สำหรับ PICK UP BEV แม้ยอดขายยังน้อยมากเมื่อเทียบกับ PICK UP ICE แต่ทิศทางกำลังเปลี่ยนอย่างชัดเจน


PICK UP BEV โตแรงจากฐานต่ำ

ส.อ.ท. เผย 7 เดือนแรก ไทยมียอดขาย รถกระบะ 1 ตัน 37,369 คัน ลดลง 17.38% ขณะที่รถกระบะดับเบิลแค็บขายได้ 43,454 คัน เพิ่มขึ้น 10.38%

ในฝั่ง BEV รถกระบะ 1 ตันขายได้ 22 คัน และรถกระบะดับเบิลแค็บ BEV ขายได้ 1,351 คัน เพิ่มขึ้นถึง 219.39% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

หากมองเฉพาะกลุ่ม PICK UP โดยตรง ปิกอัพ BEV มียอดขายรวม 1,373 คัน เทียบกับ PICK UP ICE ที่มียอดขาย 80,823 คัน ปิกอัพไฟฟ้ามีสัดส่วนเพียง 1.7% ของตลาดปิกอัพทั้งหมด

ตัวเลขนี้บอกสองเรื่องพร้อมกัน — “ตลาด PICK UP BEV ยังเล็กมาก แต่กำลังโตเร็ว” ขณะที่ PICK UP ICE มีฐานตลาดขนาดใหญ่กว่าอย่างมหาศาล แต่กำลังถูกกดดันจากกำลังซื้อและการปล่อยสินเชื่อ

ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ เดือนกรกฎาคมเพียงเดือนเดียว รถกระบะดับเบิลแค็บ BEV ขายได้ 467 คัน เพิ่มขึ้น 764.81% จากปีก่อน ขณะที่ PICK UP 1 ตัน BEV ขายได้ 8 คัน จากปีก่อนที่ไม่มีการจำหน่ายเลย

การผลิตเริ่มตอบรับตลาด

ฝั่งการผลิต รถกระบะ 1 ตันใน 7 เดือนแรกผลิตได้ 524,483 คัน ลดลง 0.51% แต่ในจำนวนนี้ รถกระบะดับเบิลแค็บ BEV ผลิตสะสมแล้ว 2,447 คัน เพิ่มขึ้นถึง 1,726.12%

นี่คือสัญญาณสำคัญ เพราะสะท้อนว่า BEV ไม่ได้เป็นเพียงรถนำเข้ามาทำตลาด แต่เริ่มเข้าสู่กระบวนการผลิตของไทยมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม โครงสร้างการผลิตยังพึ่งพาตลาดส่งออกสูงมาก โดยไทยผลิตรถกระบะเพื่อส่งออกใน 7 เดือนแรก 411,755 คัน ลดลง 5.06% และเป็น PICK UP ICE เกือบทั้งหมด ขณะที่ PICK UP BEV ส่งออก 517 คัน เพิ่มขึ้น 338.14%
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ไทยกำลังเริ่มสร้าง “ฐาน PICK UP BEV” แต่ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นมาก เมื่อเทียบกับฐานการผลิต PICK UP ICE เดิม



BEV ยังนำในกลุ่ม PICK UP xEV

ถ้ามองเฉพาะยอดขาย PICK UP xEV 7 เดือนแรก ภาพค่อนข้างชัดเจน

  • BEV 1,373 คัน
  • HEV 219 คัน
  • REEV 18 คัน

รวม PICK UP xEV มียอดขายรวมกันประมาณ 1,610 คัน

จุดน่าสนใจคือ BEV ครองสัดส่วนประมาณ 85% ของ PICK UP xEV ที่มีการรายงาน แสดงว่าหากผู้บริโภคจะเปลี่ยนจากเครื่องยนต์สันดาปไปสู่ระบบไฟฟ้าในตลาดกระบะ ณ วันนี้ ทางเลือกที่ได้รับความสนใจมากที่สุดยังเป็น BEV

แต่ก็ต้องไม่มองข้ามว่า HEV และ REEV อาจกลายเป็นคู่แข่งสำคัญในระยะถัดไป โดยเฉพาะในตลาดต่างจังหวัด ตลาดกระบะเพื่อการพาณิชย์ และกลุ่มลูกค้าที่กังวลเรื่องระยะทางและโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ

จดทะเบียนสะสม: ฐาน BEV ไทยโต แต่ PICK UP EV ยังเล็ก

ข้อมูลจดทะเบียนสะสม ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ระบุว่า BEV ทุกประเภทรวมกันมีจำนวน 515,357 คัน เพิ่มขึ้น 67.64% จากปีก่อน โดยเป็นรถยนต์นั่ง 394,494 คัน ขณะที่กลุ่ม รถกระบะและรถแวนมี 2,037 คัน เพิ่มขึ้น 68.63%

สำหรับยอดจดทะเบียนใหม่ BEV ในช่วง 7 เดือนแรก มีทั้งสิ้น 144,181 คัน เพิ่มขึ้น 77.75% แต่รถกระบะและรถแวนมีเพียง 488 คัน เพิ่มขึ้น 44.81%
ต้องย้ำว่า ตัวเลขจดทะเบียนสะสมที่มีอยู่ในรายงานเป็นหมวด “รถกระบะและรถแวน” ไม่ได้แยก PICK UP BEV ออกจากรถแวนโดยตรง ดังนั้นยังไม่ควรนำ 2,037 คันไปเรียกว่าเป็นยอด PICK UP BEV ล้วน

5 เดือนหลัง: ตลาดจะโตต่อ แต่ “ความเร็ว” สำคัญกว่าตัวเลข

ช่วงเดือน สิงหาคม–ธันวาคม 2569 PICK UP BEV มีโอกาสเติบโตต่อ โดยมี 4 แรงผลักดัน

หนึ่ง ราคาของรถ BEV ที่แข่งขันรุนแรงขึ้น ทำให้ช่องว่างระหว่าง BEV กับ ICE ลดลง

สอง ผู้ผลิตจีนและผู้เล่นรายใหม่มีแนวโน้มใช้ PICK UP BEV เป็นเซกเมนต์ถัดไปในการขยายตลาด หลังจากตลาดรถยนต์นั่ง BEV แข่งขันกันรุนแรงแล้ว

สาม การเพิ่มรุ่นและเครือข่ายบริการจะช่วยลดความกังวลของลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้เชิงพาณิชย์

และสี่ การผลิตในไทยที่เริ่มเพิ่มขึ้น จะทำให้ต้นทุนและซัพพลายเชนของ PICK UP BEV มีโอกาสแข่งขันได้ดีขึ้น

แต่ตัว “เบรก” สำคัญยังคงเป็น “สินเชื่อ” เพราะลูกค้า PICK UP จำนวนมากเป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระ เกษตรกร และ SME ซึ่งอ่อนไหวต่อเงื่อนไขไฟแนนซ์มากกว่าตลาดรถยนต์นั่ง

เกมการแข่งขันกำลังเปลี่ยน

ประเด็นที่ต้องจับตาคือ PICK UP BEV ไม่ได้เข้ามาแข่งขันกับรถกระบะ ICE เพียงเรื่อง “ค่าน้ำมัน” อีกต่อไป แต่กำลังแข่งขันด้วย ต้นทุนการใช้งาน เทคโนโลยี ฟังก์ชัน และราคาซื้อ

สำหรับค่ายรถญี่ปุ่น ความท้าทายคือการรักษาฐานลูกค้าเดิม ขณะที่ต้องเร่งลงทุนใน BEV และ xEV โดยไม่ทำให้โรงงาน ICE และซัพพลายเออร์เดิมเสียสมดุลเร็วเกินไป

ส่วนผู้เล่นจีนมีข้อได้เปรียบด้านความเร็วในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ต้นทุนแบตเตอรี่ และการทำตลาด BEV แต่ต้องพิสูจน์เรื่อง ความทนทาน ราคาขายต่อ และบริการหลังการขาย ซึ่งเป็นหัวใจของตลาด PICK UP

ผลดี–ผลเสียต่ออุตสาหกรรมไทย

หาก PICK UP BEV โตต่อเนื่อง ผลดีคือไทยมีโอกาสรักษาสถานะฐานการผลิตยานยนต์ระดับโลก โดยดึงการลงทุนใหม่ในแบตเตอรี่ Power Electronics และชิ้นส่วน EV เข้ามาทดแทนชิ้นส่วน ICE

แต่ความเสี่ยงก็สูงเช่นกัน เพราะ PICK UP เป็นหนึ่งในฐานการผลิตหลักของไทย และข้อมูลของ ส.อ.ท. ระบุว่าซัพพลายเชนรถกระบะใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศในสัดส่วนสูง ขณะที่ยอดขายรถกระบะที่อ่อนแอกระทบผู้ผลิตชิ้นส่วนและการใช้กำลังการผลิตโดยตรง

หากการเปลี่ยนผ่านเกิดเร็วเกินกว่าที่ซัพพลายเออร์ไทยจะปรับตัวทัน อุตสาหกรรมอาจเกิด “รอยต่อ” ระหว่างยุค ICE กับ EV — โรงงานเดิมผลิตไม่เต็มกำลัง ขณะที่ซัพพลายเชน EV ยังไม่ใหญ่พอที่จะชดเชย

บทสรุป

PICK UP BEV ไทยยังไม่ใช่ตลาดใหญ่ แต่กำลังกลายเป็นตลาดที่ “ต้องจับตา”

ยอดขาย 1,373 คันใน 7 เดือนแรกอาจดูเล็กเมื่อเทียบกับ PICK UP ICE กว่า 80,000 คัน แต่การเติบโตระดับหลายร้อยเปอร์เซ็นต์ในบางรุ่น รวมถึงการผลิตและส่งออกที่เริ่มเกิดขึ้นจริง บอกชัดว่าเกมกำลังเริ่มต้น

โจทย์ของ 5 เดือนหลังคือ PICK UP BEV จะสามารถข้ามจากตลาดทดลอง ไปสู่ตลาดแมสได้เร็วแค่ไหน

หากทำได้สำเร็จ นี่อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดของ “โปรดักต์แชมเปี้ยน” ในอุตสาหกรรมรถยนต์ไทยนับจากวันที่ไทยก้าวขึ้นเป็นฐานผลิต PICK UP ระดับโลก

อ้างอิงข้อมูลของ : สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้