Last updated: 2 ก.ย. 2569 | 140 จำนวนผู้เข้าชม |
"XPENG เดนมาร์ก ชวนเชิญเจ้าของรถ XPENG มารวมตัวกันในกิจกรรม Drive-in Cinema กันสุดคึกคัก มีรถ XPENG 220 คัน กับเจ้าของรถกว่า 700 คน" มาเอนจอยกับป๊อปคอร์น ดูหนังกลางแจ้ง และแจมกับเจ้าของ XPENG คนอื่นๆตามอัธยาศัย “สร้างชุมชนเจ้าของรถให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์”
“ไดรฟ์อิน x ป๊อปคอร์น 1 คืน” เกมการตลาดที่ไม่ได้ขายแค่ “รถไฟฟ้า”
ถ้าการทำตลาดรถยนต์แบบเดิมคือ เอารถไปตั้งโชว์ แล้วรอลูกค้าเดินเข้ามา งานนี้ของ XPENG Denmark ต้องบอกว่า “คิดคนละเกม”
เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่กิจกรรมลูกค้าสัมพันธ์ธรรมดา แต่คือการเปลี่ยน Owner Community ให้กลายเป็น “สื่อ” เป็นกระบอกเสียงของแบรนด์
กว่า 700 คน กับ XPENG มากกว่า 220 คัน มารวมตัวกันในค่ำคืน Drive-in Cinema ดูหนังกลางแจ้งจากรถของตัวเอง พร้อมป๊อปคอร์น อาหาร และกิจกรรมสำหรับครอบครัว เจ้าของรถบางรายถึงขั้นเปลี่ยนห้องโดยสารของ XPENG ให้เป็น “โรงหนังส่วนตัว” ของตัวเอง
ข้อมูลจาก XPENG ระบุชัดว่าเป้าหมายของงานคือการสร้าง “คอนเน็คชั่น” ระหว่างเจ้าของรถ มากกว่าการขายรถโดยตรง
“เพราะ XPENG ไม่ได้ขายแค่รถ แต่กำลังขายความรู้สึกว่า ‘เราเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์’”
ลองคิดง่ายๆ ถ้าเจ้าของ XPENG คนหนึ่งซื้อรถมา แล้วจบที่ศูนย์ส่งมอบสินค้า ความสัมพันธ์กับแบรนด์ก็อาจจบลงตรงนั้น
แต่ถ้าอีกหลายเดือนต่อมา พวกเขาได้รับเชิญไปดูหนังพร้อมเจ้าของ XPENG อีก 700 คน ได้พาครอบครัวไปกินข้าว ได้รู้จักคนที่ใช้รถรุ่นเดียวกัน และได้เห็นว่า “รถของเรา” กลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมขนาดใหญ่ ความสัมพันธ์นั้นจะเปลี่ยนจาก ลูกค้า สู่ การเป็นเจ้าของ และเป็นสมาชิกของชุมชนคนใช้รถ XPENG
นี่คือ Community Marketing ที่มีมูลค่าสูงมากในตลาด EV
ที่สำคัญ XPENG กำลังทำเรื่องนี้เป็นระบบ ไม่ใช่กิจกรรมครั้งเดียวแล้วจบ ในปี 2025 บริษัทเปิด Online XPENG Club ในแอปของตัวเอง เพื่อรวมกิจกรรม สิทธิประโยชน์ และการมีส่วนร่วมของเจ้าของรถ โดยมีผู้เข้าชมรายเดือนประมาณ 200,000–300,000 ราย ขณะที่กิจกรรมดูแลลูกค้าในช่วงเทศกาลต่างๆ ครอบคลุมการเดินทางของรถกว่า 500,000 เที่ยว และสร้างโพสต์บอกต่อบนโซเชียลมากกว่า 20,000 โพสต์
"พูดภาษาการตลาดก็คือ XPENG กำลังสร้าง Owned Community + Earned Media ไปพร้อมกัน"
XPENG กำลังขยายตลาดทั่วโลกด้วยแนวคิดที่ค่อนข้างชัด คือ Global Brand, Local Experience
ในยุโรป บริษัทไม่ได้ใช้แค่โปรโมชั่นราคา แต่เน้นเทคโนโลยี ความปลอดภัย การใช้งานจริง และประสบการณ์แบรนด์ ขณะที่การขยายตลาดก็ทำผ่านพันธมิตรท้องถิ่น เช่น ไอร์แลนด์และฟินแลนด์
ส่วนออสเตรเลีย XPENG กำลังเดินเกมหนักขึ้นอีกระดับ ทั้งการเปิด Technology Experience Centre และขยายเครือข่ายถึง 50 จุดขาย เพื่อให้ลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ห่างโชว์รูมไม่เกิน 40 นาที
และในประเทศไทยเอง XPENG ใช้โมเดลพันธมิตรกับ Neo Mobility Asia พร้อมวางเครือข่ายดีลเลอร์และศูนย์บริการเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในตลาดไทยและอาเซียน
นี่สะท้อนว่า XPENG เข้าใจโจทย์สำคัญของแบรนด์จีนยุคใหม่ว่า “การเอารถเข้าประเทศได้” ไม่เท่ากับ “การสร้างแบรนด์ในประเทศนั้นได้”
แล้วคู่แข่งล่ะ?
นี่คือเกมที่น่าจับตา
เพราะ XPENG กำลังเข้าสู่ตลาดที่มีทั้ง BYD, Chery, Geely, SAIC/MG, Changan รวมถึง Tesla และแบรนด์ยุโรปเดิมที่กำลังเร่งเกม EV
ดังนั้น หากทุกแบรนด์แข่งกันด้วย ราคา–สเปก–ระยะทาง–กำลังชาร์จ สุดท้ายสินค้าอาจถูกทำให้ “คล้ายกัน” มากขึ้นเรื่อยๆ
แต่ถ้า XPENG ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า “ฉันไม่ได้ซื้อแค่รถ แต่ฉันเข้ามาอยู่ใน XPENG Community” จุดแข่งขันจะเปลี่ยนทันที
แต่ ความผูกพันกับแบรนด์และประสบการณ์ที่เจ้าของรถสร้างร่วมกัน ลอกเลียนแบบกันได้ยากกว่า

และงาน Drive-in Cinema ที่เดนมาร์กจึงน่าสนใจกว่าที่เห็น
เจ้าของรถกว่า 700 คน / รถ XPENG 220 คัน / หนัง 1 เรื่อง / ป๊อปคอร์น 1 กองใหญ่
ดูเหมือนกิจกรรมสนุกๆ ของลูกค้า
แต่ในมุมธุรกิจ “นี่คือการเปลี่ยนรถ 220 คันให้กลายเป็น ‘พื้นที่สื่อเคลื่อนที่’ ของแบรนด์ และเปลี่ยนเจ้าของรถกว่า 700 คนให้กลายเป็นกระบอกเสียงของ XPENG โดยธรรมชาติ”
นี่ต่างหากครับ… Marketing แบบ XPENG ที่น่าจับตา


ข้อมูล/ภาพ : เพจ XPENG