X

อินไซต์เคลมรถยนต์ไฟฟ้าช่วงหน้าฝนพร้อมแนะเคล็ดลับดูแลรถ EV แบบ "รู้ใจ"

Last updated: 21 ก.ย. 2569  |  117 จำนวนผู้เข้าชม  | 

อินไซต์เคลมรถยนต์ไฟฟ้าช่วงหน้าฝนแบบ “รู้ใจ”

ช่วงฤดูฝนของประเทศไทย ผู้ใช้รถยนต์ต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากฝนตกหนัก น้ำท่วมขัง ทัศนวิสัยที่จำกัด และสภาพถนนที่ลื่นกว่าปกติ อาจนำไปสู่อุบัติเหตุหรือความเสียหายต่อรถยนต์ได้ ถึงแม้ว่ารถยนต์ไฟฟ้า (EV) รุ่นใหม่จะได้รับการพัฒนาด้วยมาตรฐานความปลอดภัยที่ทันสมัยและสามารถรองรับการใช้งานในสภาพอากาศเปียกชื้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่เหตุการณ์น้ำท่วมในระดับรุนแรง หรืออุบัติเหตุที่ก่อให้เกิดแรงกระแทกสูง ยังคงเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลต่อแบตเตอรี่และระบบไฟฟ้าแรงดันสูง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้าได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับแบตเตอรี่หรือระบบไฟฟ้าแรงดันสูงของรถยนต์ไฟฟ้าบางกรณีอาจไม่สามารถสังเกตเห็นได้จากภายนอกทันทีหลังเกิดเหตุน้ำท่วมหรืออุบัติเหตุรุนแรง ทว่าผลกระทบที่ซ่อนอยู่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยและสมรรถนะของรถในอนาคตได้ “รู้ใจ” จึงแนะนำให้เจ้าของรถ EV เข้ารับการตรวจสอบโดยศูนย์บริการหรือผู้เชี่ยวชาญที่มีความชำนาญทุกครั้งเมื่อรถผ่านเหตุการณ์น้ำท่วมในระดับรุนแรงหรือได้รับแรงกระแทกจากอุบัติเหตุ

ทั้งนี้การตรวจสอบเชิงลึกจะช่วยค้นหาความเสียหายที่อาจไม่ปรากฏให้เห็นในทันที และช่วยให้เจ้าของรถสามารถตัดสินใจซ่อมบำรุงหรือดำเนินการที่เหมาะสมได้ทันท่วงที เพื่อความปลอดภัยสูงสุดและการรักษาประสิทธิภาพการใช้งานของรถในระยะยาว

สำหรับการประเมินความเสียหายจากเหตุอุทกภัยที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้า “รู้ใจ” จะดำเนินการพิจารณาสินไหมภายใต้แนวทางและหลักเกณฑ์ของ คปภ. ควบคู่กับมาตรฐานการซ่อมและข้อแนะนำด้านความปลอดภัยที่กำหนดโดยผู้ผลิตรถยนต์แต่ละแบรนด์ โดยเฉพาะการตรวจสอบความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับแบตเตอรี่และระบบไฟฟ้าแรงดันสูง ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้า

 แนวทางดังกล่าวช่วยให้การประเมินความเสียหายและการซ่อมแซมเป็นไปอย่างรอบคอบ โปร่งใส และสอดคล้องกับมาตรฐานด้านความปลอดภัยและวิศวกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าในทุกขั้นตอนของการจัดการสินไหมทดแทน

การซ่อมรถยนต์ไฟฟ้า: ความซับซ้อนที่มาพร้อมเทคโนโลยีและต้นทุนที่สูงขึ้น

แม้ว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีข้อดีในด้านเทคโนโลยี ประสิทธิภาพการขับขี่ และการลดมลพิษ แต่เมื่อเกิดความเสียหายจากอุบัติเหตุหรือเหตุไม่คาดคิด การซ่อมแซมรถ EV มักมีความซับซ้อนมากกว่ารถยนต์ทั่วไป เนื่องจากต้องตรวจสอบทั้งโครงสร้างตัวรถ ระบบแบตเตอรี่ และระบบไฟฟ้าแรงดันสูงอย่างรอบด้าน เพื่อให้มั่นใจว่ายังคงใช้งานได้อย่างปลอดภัยตามมาตรฐานของผู้ผลิต

จากข้อมูลสินไหมของรู้ใจ พบว่าค่าใช้จ่ายในการซ่อมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยเฉลี่ยสูงกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ที่มีความเสียหายใกล้เคียงกันประมาณ 40% เนื่องจาก EV มีแบตเตอรี่มูลค่าสูง ระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ซับซ้อน รวมถึงต้องอาศัยอุปกรณ์และช่างเทคนิคเฉพาะทางในการตรวจสอบและซ่อมแซม

คุณกุมภาพรรณ คำแก้ว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสินไหมทดแทน กลุ่มบริษัทรู้ใจ กล่าวว่า “ปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้าได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย ขณะเดียวกันผู้ขับขี่ควรให้ความสำคัญกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะจากน้ำท่วมและอุบัติเหตุบนถนนเปียกลื่น แม้ว่ารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่จะได้รับการพัฒนาให้มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงและสามารถใช้งานได้ในสภาพอากาศเปียกชื้น แต่ความเสียหายต่อแบตเตอรี่หรือระบบไฟฟ้าแรงดันสูงบางกรณีอาจไม่สามารถสังเกตเห็นได้จากภายนอกในทันทีหลังเกิดเหตุ

 รู้ใจจึงแนะนำให้เจ้าของรถนำรถเข้ารับการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญทุกครั้งหลังประสบเหตุน้ำท่วมหรืออุบัติเหตุรุนแรง เพื่อประเมินความเสียหายที่อาจซ่อนอยู่และช่วยลดความเสี่ยงในระยะยาว นอกจากนี้ การดูแลรถตามคำแนะนำของผู้ผลิต โดยเฉพาะการชาร์จแบตเตอรี่อย่างเหมาะสม จะช่วยรักษาประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าหลายรายแนะนำให้ชาร์จแบตเตอรี่สำหรับการใช้งานประจำวันในระดับประมาณ 80% เพื่อช่วยรักษาสภาพความสมบูรณ์ของแบตเตอรี่ หรือ State of Health (SOH) ให้ใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในระยะยาว”

“หลายคนยังมีความเข้าใจว่าหากแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าได้รับความเสียหาย จะต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งชุดเสมอ แต่ในความเป็นจริง หลายกรณีสามารถซ่อมแซมหรือเปลี่ยนเฉพาะส่วนที่ได้รับผลกระทบได้ตามมาตรฐานและคำแนะนำของผู้ผลิตรถยนต์ เราจึงให้ความสำคัญกับการประเมินความเสียหายอย่างรอบด้าน เพื่อเลือกแนวทางที่ปลอดภัย เหมาะสม และคุ้มค่าสูงสุดสำหรับลูกค้าในแต่ละกรณี” คุณกุมภาพรรณ กล่าวในที่สุด

 รู้ใจ แนะเคล็ดลับดูแลรถยนต์ไฟฟ้าช่วงหน้าฝน 

  1. หลีกเลี่ยงการขับรถผ่านบริเวณที่มีน้ำท่วมสูงหรือน้ำไหลเชี่ยวให้มากที่สุด
  2. นำรถเข้ารับการตรวจเช็กโดยผู้เชี่ยวชาญ หลังเผชิญเหตุน้ำท่วมในระดับรุนแรง
  3. หมั่นตรวจสอบไฟเตือนและประสิทธิภาพการทำงานของแบตเตอรี่หลังประสบเหตุน้ำท่วมหรืออุบัติเหตุ
  4. ปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตในการชาร์จและดูแลรักษาแบตเตอรี่
  5. สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าหลายรายแนะนำให้ชาร์จแบตเตอรี่ไว้ที่ประมาณ 80% เพื่อช่วยรักษาสภาพควา
  6. สมบูรณ์ของแบตเตอรี่ (State of Health: SOH) และยืดอายุการใช้งานในระยะยาว
  7. เลือกใช้ศูนย์บริการหรือช่างเทคนิคที่มีความเชี่ยวชาญด้านรถยนต์ไฟฟ้า
  8. ตรวจสอบความคุ้มครองประกันภัยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าครอบคลุมความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับแบตเตอรี่และระบบสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้า
     

ความคุ้มครองครอบคลุม หัวใจสำคัญของประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า

เมื่อรถยนต์ไฟฟ้าได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย การมีความคุ้มครองที่เหมาะสมสำหรับแบตเตอรี่และระบบสำคัญของรถ จึงเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้ผู้ขับขี่ใช้งานรถ EV ได้อย่างมั่นใจและอุ่นใจยิ่งขึ้น

ด้วยมูลค่าของแบตเตอรี่ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้า การเลือกความคุ้มครองประกันภัยที่เหมาะสมจึงช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นจากความเสียหายที่ไม่คาดคิด พร้อมเพิ่มความอุ่นใจในการใช้งาน โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่ความเสี่ยงจากน้ำท่วมและอุบัติเหตุมีแนวโน้มสูงขึ้น


ที่มา : รู้ใจ ประกันภัย

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้