Last updated: 16 ต.ค. 2569 | 103 จำนวนผู้เข้าชม |
"ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการผลิตรถยนต์ BEV ของไทยในปี 2026 สามารถขยับขึ้นไปแตะระดับ 115,000 คัน ขยายตัว 62% จากปีก่อน" อย่างไรก็ดี ปริมาณการผลิตดังกล่าวคิดเป็นเพียง 29% ของกำลังการผลิตที่ค่ายรถประกาศลงทุนไว้
ทั้งนี้ การผลิตรถยนต์ BEV จริงในไทยยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับแผนการลงทุน นอกจากเป็นเพราะในปี 2026 ไทยยังคงมีการนำเข้ารถยนต์ BEV มาขายในปริมาณมาก อีกสาเหตุหลักคือ การผลิตรถยนต์ BEV เพื่อส่งออกก็ยังทำได้น้อยด้วย โดยคาดว่าจะมีเพียงประมาณ 20,000 คัน หรือคิดเป็นสัดส่วนเพียง 17% ของการผลิตรถยนต์ BEV ทั้งหมดของไทยในปี 2026
การแข่งขันและมาตรการปกป้องตลาดของแต่ละประเทศ ทำให้โอกาสการส่งออกรถยนต์ BEV จากไทยอาจคาดหวังได้จำกัด โดยเฉพาะตลาดอาเซียน นอกจากปัญหาการแข่งขันกับ BEV ส่งออกจากจีนที่มารุกในหลายตลาดส่งออกหลักของไทยอย่างกลุ่มโอเชียเนีย โอกาสส่งออกรถยนต์ BEV ไปตลาดอาเซียน ซึ่งเดิมเป็นตลาดเป้าหมายส่งออก BEV ของไทย อาจทำได้น้อยลงกว่าเป้าหมายเดิมด้วย แม้จริง ๆ แล้วตลาดรถยนต์ BEV ในอาเซียนจะกำลังเติบโตก็ตาม ทั้งนี้เนื่องจาก 3 ประเทศตลาดรถยนต์ BEV หลักของอาเซียนอย่าง อินโดนีเซีย เวียดนาม และมาเลเซีย ต่างก็เร่งส่งเสริมการผลิตรถยนต์ BEV ในประเทศตนเองเช่นกันด้วยแนวนโยบายต่าง ๆ ซึ่งก็จะกระทบโอกาสนำเข้ารถยนต์ BEV จากไทย
ค่ายรถ BEV ที่ลงทุนในไทย ก็ลงทุนในอินโดนีเซีย โดยอินโดนีเซีย ปัจจุบันมีการเพิ่มเงื่อนไขที่เข้มงวดขึ้นในเรื่องปริมาณการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศสำหรับรถยนต์ BEV ที่จะขายในอินโดนีเซีย ซึ่งปัจจัยนี้เร่งให้ค่ายรถลงทุนผลิตรถยนต์ BEV ในอินโดนีเซียเพิ่มขึ้น ทำให้โอกาสที่อินโดนีเซียจะก้าวขึ้นเป็นคู่แข่งทางตรงของไทยในฐานะฐานผลิตและส่งออกรถยนต์ BEV หลักของภูมิภาคเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากค่ายรถที่มาลงทุนในอินโดนีเซีย ส่วนใหญ่เป็นค่ายรถ BEV ที่มีชื่อเสียง และมีการลงทุนในไทยด้วยเช่นกัน
ไม่เพียงเท่านั้นอินโดนีเซียยังมีข้อได้เปรียบเหนือไทยชัดเจนในเรื่องการเป็นแหล่งแร่นิกเกิลสำหรับผลิตแบตเตอรี่ และยังมีขนาดตลาดผู้ซื้อรถยนต์ BEV ที่ใหญ่กว่าไทยมาก ทำให้โอกาสผลิตรถยนต์แล้วได้ economies of scale เกิดขึ้นง่ายกว่าไทย แม้ไม่ต้องพึ่งตลาดส่งออกมากนัก
ด้านเวียดนามและมาเลเซียเน้นปกป้องแบรนด์แห่งชาติด้วยมาตรการต่าง ๆ ทำให้มีการผลิตรถยนต์ BEV กลุ่มนี้เพิ่มขึ้นในประเทศ ขณะเดียวกันก็ทำให้การนำเข้ารถยนต์ BEV จากประเทศอื่นยากขึ้นมากด้วย โดยมาตรการปกป้องรูปแบบต่างๆ ได้แก่ การกำหนดขั้นตอนนำเข้าที่ซับซ้อนซึ่งทำให้ต้นทุนนำเข้าเพิ่ม
และการที่เวียดนามทำให้ระบบนิเวศรถยนต์ BEV เอื้อประโยชน์กับแบรนด์แห่งชาติ ขณะที่มาเลเซียใช้วิธีกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำรถยนต์ BEV นำเข้าที่เป็นข้อจำกัดสำหรับการส่งออกรถยนต์ BEV ขนาดเล็กถึงกลางที่ผลิตในไทย ซึ่งแม้ทั้ง 2 ประเทศ จะไม่ได้เป็นคู่แข่งในการดึงการลงทุนขนาดใหญ่ก็ตาม
หมายเหตุ :
รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น
ที่มา : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย