Last updated: 16 ต.ค. 2569 | 85 จำนวนผู้เข้าชม |
เปิดตัวด้วยท่ายาก! "Tesla Roadster เปิดตัวแบบโลกตกตะลึงพรึงเพริด" จัดเต็มทุกท่ายากบรรดามี...ซิ่งขึ้นโค้งวงพระจันทร์แบบรถไฟเหาะตีลังกา x ทิ้งตัวควงสว่านกลางอากาศราวกับเล่นกายกรรม x ตบท้ายด้วยการพ่นควันทำท่าจบแบบอัลตร้าสมูท!
เห็นครั้งแรกไม่อยากเชื่อสายตา ส่งให้ AI ตรวจสอบ ดันเป็นเรื่องจริง!
หลังจากปล่อยให้แฟนๆ รอกันจนเหงือกแห้งมาเกือบ 9 ปี (ตั้งแต่โชว์ตัวครั้งแรกปี 2017) ในที่สุด Elon Musk ก็ได้ฤกษ์จัดงานเปิดตัว Tesla Roadster เจเนอเรชันที่ 2 เวอร์ชันพร้อมจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ซึ่งงานนี้บอกเลยว่าทำเอาวงการยานยนต์ช็อกตาค้าง เพราะมันไม่ใช่แค่รถสปอร์ตไฟฟ้าธรรมดา แต่เป็น "e-ไฮเปอร์คาร์พลังจรวด" ที่ทำลายทุกกฎฟิสิกส์ไปเรียบวุธ!
ในการเปิดตัวครั้งนี้ “เทสลา” แบ่ง “Roadster” ออกเป็น 3 รุ่นย่อย ตามระดับความแรงและระบบวิศวกรรมการบิน
Performance (รุ่นเริ่มต้น): มี 2 ที่นั่ง อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ในเวลาต่ำกว่า 1.6 วินาที (แค่นี้ก็เร็วแรงกว่ารถแข่งทั่วไปแล้ว) มาพร้อมระบบแอโรไดนามิกแบบปรับได้ และระบบพัดลมใต้ท้องรถ
Thrust (รุ่นซิ่งทางเรียบ): มี 2 ที่นั่ง จุดเด่นคือติดตั้งท่อขับดัน Cold-gas Thrusters ไว้ที่ท้ายรถ 4 ท่อ ส่งให้ทำอัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ได้โหดจัด ต่ำกว่า 0.9 วินาที!
Rocket (รุ่นท็อป บินได้ - ตัวตึงในคลิปไวรัล): มีเพียง 1 ที่นั่ง (เพราะพื้นที่ที่เหลือต้องกันเอาไว้ใส่ถังแรงดัน) ติดตั้งระบบขับดันรอบคัน 10 จุด ทำอัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ในเวลาต่ำกว่า 0.59 วินาที และเป็นรุ่นเดียวที่ทำตัวเหมือนยานอวกาศ เหาะเหินเดินอากาศได้จริง แต่รุ่นนี้เป็นแบบ Invite Only (ต้องได้รับเชิญเท่านั้นถึงจะซื้อได้) และไม่ได้รับอนุญาตให้วิ่งบนถนนสาธารณะทั่วไป



เจาะลึกช็อตมหัศจรรย์: วิ่งตีโค้งกลับหัว แล้วทิ้งตัวลงมาจอดได้ยังไง?
หลายคนเห็นคลิปในงานเปิดตัวที่เจ้ารถคันนี้วิ่งขึ้นแรมป์ (ทางวิ่ง) รูปโค้งวงพระจันทร์ ไต่โค้งขึ้นไปถึงจุดสูงสุดก็เกาะผนังแบบกลับหัวอยู่บนเพดานนิ่งๆ พอดีดตัวออกจากแรมป์ก็ลอยละลิ่ว หมุนพลิกตัวกลางอากาศ (Barrel Roll) แล้วลงมาแลนดิ้งจอดบนพื้นได้อย่างนุ่มนวลเหมือนจานบินยูเอฟโอ
เคล็ดลับที่ทำให้มันทำเรื่องหลุดโลกขนาดนี้ได้ ประกอบด้วย 2 เทคโนโลยีหลักจากความร่วมมือของ Tesla และ SpaceX
1. ระบบพัดลมดูดใต้ท้องรถขั้นเทพ (Multi-mode Fan & Ground Sealing System)
ฉากที่รถสามารถเกาะผนังหรือวิ่งกลับหัวนิ่งๆ บนเพดานโดยไม่ร่วงลงมาตามแรงโน้มถ่วง เป็นเพราะตัวรถติดตั้งระบบพัดลมดูดอากาศแรงสูงและซีลใต้ท้องรถมาอย่างดี ระบบนี้จะทำหน้าที่ดูดและรีดอากาศออกจากใต้ท้องรถอย่างรวดเร็วเพื่อสร้างแรงกด (Downforce) มหาศาล ต่อให้รถจอดอยู่นิ่งๆ พัดลมนี้ก็สามารถสร้างแรงดูดที่มากพอจะเหนี่ยวรั้งน้ำหนักรถทั้งคันให้แปะอยู่กับเพดานได้สบายๆราวไอ้แมงมุม

2. ท่อขับดันก๊าซเย็นแรงดันสูง (Cold-Gas Thrusters)
หัวใจสำคัญที่ทำให้รถ "บิน" และ "ควบคุมท่าทางกลางอากาศ" ได้ มาจากระบบท่อขับดันก๊าซเย็น ซึ่งเป็นเทคโนโลยีควบคุมระบบทิศทางเดียวกับที่ใช้ในจรวด Falcon 9 ของ SpaceX ตอนกลับมาลงจอดนั่นเอง
ลมล้วนๆ ไม่มีไฟผสม: ระบบนี้ไม่ได้ใช้การเผาไหม้ของเชื้อเพลิงจรวด (ไม่ร้อนและไม่ระเบิดตู้มต้าม) แต่ใช้อากาศหรือก๊าซไนโตรเจนที่ถูกบีบอัดด้วยแรงดันสูงเป็นพิเศษถึง 10,000 PSI
ถังเก็บพลังงาน: ก๊าซจะถูกเก็บไว้ในถังคาร์บอนไฟเบอร์คอมโพสิต (COPV) ขนาดใหญ่ 600 ลิตรที่ติดตั้งแทนเบาะหลัง โดยมีปั๊มไฟฟ้าคอยอัดอากาศกลับเข้าไปเติมอยู่ตลอดเวลา
ควบคุมเหมือนโดรน: รอบตัวรถรุ่น Rocket จะมีหัวฉีดพ่นลม (Nozzles) ซ่อนอยู่ 10 จุด (รวมถึงใต้ท้องรถและหลังป้ายทะเบียน) ตัวรถจะใช้ตัวกระตุ้นไฟฟ้า (Electric Actuators) ในการสั่งพ่นลมแรงดันสูงออกมาในระดับเศษเสี้ยววินาที เพื่อดันตัวรถให้ลอยขึ้น แก้ไขทิศทางขณะลอยตัว พลิกควงสว่าน และพ่นลมต้านพยุงตัวตอนแลนดิ้งลงจอดได้อย่างแม่นยำ

อย่างไรก็ตาม กอสซิปวงในแอบกระซิบว่า การแสดงผาดโผนเหาะเหินในงานเปิดตัวนั้น เป็นการตั้งโปรแกรมระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติไว้ล่วงหน้า (Unmanned Stunt) โดยมีหุ่นยนต์ Optimus นั่งเก๋ๆ อยู่ที่เบาะคนขับเพื่อความล้ำเท่านั้น แถมเสียงท่อพ่นก๊าซเย็นตอนทำงานจริงบอกเลยว่าดังสนั่นลั่นทุ่งราวกับเสียงเครื่องบินเจ็ทเลยทีเดียว!

นี่คือความล้ำของพ่อ Elon Musk! ที่โหดจนนึกว่าหลุดมาจากภาพยนตร์ไซไฟ
ณ ตอนนี้ Tesla ยังไม่ได้ประกาศ "ราคาจำหน่ายเต็มจำนวน" อย่างเป็นทางการ แต่ความพีคคือ Tesla ประเทศไทย ได้เปิดระบบให้กดสั่งจองเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเงินมัดจำล่วงหน้าที่ต้องจ่ายในไทยนั้นโหดระดับซื้อรถเก๋งป้ายแดงได้เป็นคัน! โดยเงื่อนไขการจองเป็นไปตา, Tesla Roadster Reservation Agreement คือยอดเงินหลักล้านที่เราจ่ายไปในตอนนี้เป็นเพียง "เงินมัดจำการการันตีสิทธิ์คิวจัดส่ง" เท่านั้น ส่วนราคาเต็มทาง Tesla จะเชิญไปทำสัญญาซื้อขายจริงเมื่อรถใกล้เข้าสู่สายการผลิต
โดยรายละเอียดเงินมัดจำแต่ละเวอร์ชันในไทย มีดังนี้:
ไทม์ไลน์การผลิตและการส่งมอบรถ
ปี 2027 : Tesla ตั้งเป้าหมายที่จะ เริ่มเดินสายการผลิตจริงในโรงงานอย่างเป็นทางการ และจะเริ่มทยอย ส่งมอบรถล็อตแรก ให้กับลูกค้าในต่างประเทศ (สหรัฐอเมริกา, แคนาดา) ที่สั่งจองและได้คิวแรกๆ ก่อน
สำหรับสิทธิ์ในประเทศไทย: เนื่องจากตัวรถล็อตแรกจะผลิตเฉพาะรูปแบบ พวงมาลัยซ้าย (LHD) เท่านั้น มหาเศรษฐีไทยที่กดจองและจ่ายเงินมัดจำหลักล้านในสัปดาห์นี้ คาดว่าจะต้องรอคิวการผลิตและการจัดส่งมายังไทยอย่างเร็วที่สุดในช่วง ปลายปี 2027 ไปจนถึงปี 2028 เป็นต้นไป
ที่มา / ภาพ : Teslamotors