X

BMW เล่นใหญ่! ยึด 700 จอทั่วกรุง "เปิดตัว THE ALL NEW BMW 7" ท้าชนตลาดซูเปอร์ลักชัวรีไฟฟ้า เคาะราคา 6.999 ล้านบาท

Last updated: 29 ต.ค. 2569  |  118 จำนวนผู้เข้าชม  | 

THE ALL NEW BMW i7

กรมอุตุฯยังไม่ได้ประกาศให้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการ แต่ "บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย" ก็ทำเอาหนาวกันเป็นแถบๆ เมื่อสร้างกระแส ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ เมื่อค่ำคืนวันที่ 27 ตุลาคม ที่ผ่านมา เวลาหนึ่งทุ่มตรง ด้วยการส่งภาพรถเรือธงรุ่นล่าสุดฉายแสงพร้อมกันบนหน้าจอดิจิทัลเน็ตเวิร์กกว่า 700 จอทั่วกรุงเทพมหานคร ยิงยาวตลอด 1 ชั่วโมงเต็ม เพื่อประกาศถึงการมาเยือนของ THE ALL NEW BMW 7 และฝาแฝดพลังงานไฟฟ้า 100% อย่าง “THE ALL NEW BMW i7”

การเดินเกมระดับบิ๊กโปรเจกต์ในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การโฆษณาธรรมดา แต่เป็นการส่งสัญญาณรบอย่างชัดเจนไปยังตลาดรถยนต์ไฟฟ้าระดับหรู ด้วย "ระดับราคาเริ่มต้นแค่ 6,999,000 บาท"

ทำไมบีเอ็มดับเบิลยูต้องเล่นใหญ่เบอร์นี้?

หากลองวิเคราะห์ลึกลงไปในเชิงธุรกิจ การที่บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย กล้าทุ่มทุนสร้างเพื่อยึดหน้าจอทั่วเมืองขนาดนี้ สะท้อนให้เห็นว่าพวกเขากำลังอ่านเกมสมรภูมิยานยนต์ไฟฟ้ายุคปัจจุบันว่า ในช่วงที่ผ่านมา แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าหน้าใหม่และรถลักชัวรีจากจีนต่างพยายามยกระดับภาพลักษณ์ขึ้นมาท้าชน แต่สิ่งที่กลุ่มทุนเหล่านั้นยังขาดคือ "บารมีทางแบรนด์" และ "ความประณีตที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมา"

การปูพรมเปิดตัวซีรีส์ 7 โฉมใหม่นี้ จึงเป็นการตอกหมุดย้ำเตือนใจมหาเศรษฐีไทยว่า ใครคือ "ตัวจริง" ของนิยามความสำเร็จ อีกทั้งสเปกและงานวิศวกรรมรอบนี้ ได้รับการถ่ายทอดปรัชญามาจากตระกูลยานยนต์แห่งอนาคตเจเนอเรชันถัดไปอย่าง “นอยเออ คลาสเซอ” ทำให้ตัวรถมีความสดใหม่ ล้ำสมัย แตกต่างจากโฉมเดิม ๆ อย่างสิ้นเชิง



ภาพรวมความหรูหราทางดีไซน์: ปฏิวัติความประณีตจากภายนอกสู่ภายใน

การเปลี่ยนโฉมของตระกูลซีรีส์ 7 ในรอบนี้ เรียกได้ว่าเป็นการทลายกรอบความคิดเดิม ๆ แล้วใส่ความล้ำเข้าไป ดีไซน์ภายนอกมาในสไตล์ที่เรียบหรู โดดเด่นด้วยกระจังหน้าไตคู่ขนาดใหญ่ที่มาพร้อมไฟเรืองแสงล้อมรอบ ช่วยสร้างมิติสะกดสายตายามค่ำคืน ขนาบข้างด้วยชุดไฟหน้าคริสตัลระยิบระยับ ส่องประกายแวววาวอย่างมีเอกลักษณ์



เส้นสายตัวถังด้านข้างเน้นความราบเรียบ ประตูด้านข้างสามารถเปิดและปิดได้เองโดยอัตโนมัติตั้งแต่ก้าวแรกที่ก้าวเข้าหารถ



ภายในห้องโดยสาร ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในห้องรับรองระดับหรูหราของโรงแรมห้าดาว พวงมาลัยดีไซน์สปอร์ตตัดตรงท้าย เบาะนั่งทุกตำแหน่งหุ้มด้วยหนังแท้เกรดพรีเมียม พร้อมฟังก์ชันเบาะอุ่น เบาะระบายอากาศ และระบบนวดผ่อนคลายทั้งด้านหน้าและด้านหลัง คอนโซลหน้าติดตั้งหน้าจอโค้งที่รวมมาตรวัดและจอควบคุมตรงกลางไว้เป็นเนื้อเดียวกัน ตกแต่งรายละเอียดด้วยวัสดุผลึกแก้วแวววาว



แต่ไฮไลต์เด็ดคือ ห้องโดยสารตอนหลังสไตล์เลานจ์ ที่จงใจพลิกโฉมให้กลายเป็นโรงภาพยนตร์ส่วนตัวเคลื่อนที่ ด้วยการติดตั้งหน้าจอบนเพดานขนาด 31.3 นิ้ว ความละเอียดคมชัดระดับ 8K ยาวขนานไปกับความกว้างของตัวรถ ทำงานร่วมกับระบบเครื่องเสียงระดับไฮเอนด์ ลำโพงรอบทิศทาง 35 ตำแหน่ง ยกระดับความบันเทิงในการเดินทาง


สเปกขุมพลังไฟฟ้า 100%:

สำหรับสายเทคโนโลยีและคนที่กำลังจับตาดูรถยนต์ไฟฟ้าขนานแท้ รุ่นไฮไลต์ที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้วคือ BMW i7 50 xDrive M Sport เวอร์ชั่นไฟฟ้า ระบบมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ 2 ตัว แยกขับเคลื่อนเพลาหน้าและเพลาหลังอย่างอิสระ

ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ

  • พละกำลังสูงสุด: 455 แรงม้า
  • แรงบิดสูงสุด: 660 นิวตันเมตร
  • อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง: ภายใน 5.5 วินาที
  • ความเร็วสูงสุด: ถูกจำกัดไว้ที่ 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อความปลอดภัย


หัวใจสำคัญที่ทำให้รถคันนี้วิ่งได้ยาวไกลคือ แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนขนาดใหญ่ ความจุ 118.1 กิโลวัตต์ชั่วโมง ส่งผลให้สปอร์ตซีแดนไซส์ใหญ่คันนี้สามารถทะยานไปข้างหน้าได้ไกล 727 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐานการทดสอบ WLTP) หรือประมาณ 692 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) เรียกได้ว่าขับจากกรุงเทพฯ ไปถึงเชียงใหม่ได้สบาย ๆ โดยไม่ต้องหยุดแวะชาร์จระหว่างทาง

ในด้านการจัดการพลังงาน อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 18-20 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อ 100 กิโลเมตร ส่วนเรื่องการชาร์จไฟระบบรองรับการชาร์จไฟกระแสสลับสูงถึง 22 กิโลวัตต์ ชาร์จจากศูนย์จนเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ได้ในเวลา 6 ชั่วโมง และหากเดินทางไกล ตัวรถรองรับการชาร์จเร็วด้วยกระแสตรงสูงถึง 250 กิโลวัตต์ สามารถดึงกระแสไฟจาก 10% ขึ้นไปถึง 80% ได้ภายในเวลาเพียง 28 นาทีเท่านั้น

สมรรถนะและระบบช่วงล่าง:

บีเอ็มดับเบิลยูเลือกใช้ระบบช่วงล่างถุงลมปรับระดับอัตโนมัติแบบ 2 แกน ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทำหน้าที่ซับแรงกระแทกจากพื้นผิวถนน การใช้งานบนทางเรียบตัวรถจะให้ความรู้สึกนุ่มนวล แต่เมื่อใดที่คุณเติมคันเร่งหรือสลับเข้าสู่โหมดสปอร์ต ช่วงล่างจะปรับความหนืดและลดระดับความสูงลงโดยอัตโนมัติ เพื่อดึงตัวรถให้เกาะหนึบไปกับโค้ง มอบเสถียรภาพการทรงตัวที่มั่นใจได้ตามแบบฉบับสายพันธุ์เยอรมัน

นอกจากนี้ ยังติดตั้งระบบเลี้ยวล้อหลังอัจฉริยะ ที่ช่วยให้ล้อคู่หลังสามารถเลี้ยวตามหรือเลี้ยวตรงข้ามกับล้อหน้าได้ ทำให้รถซีดานที่มีฐานล้อยาวกว่า 3.2 เมตรคันนี้มีความคล่องตัวสูงเมื่อต้องกลับรถในที่แคบ หรือซอกแซกไปตามสภาพการจราจรที่หนาแน่นของกรุงเทพฯ

และแม้จะไม่ได้ออกแบบมาลุยน้ำลุยโคลนโดยเฉพาะ แต่ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อไฟฟ้าก็พร้อมทำหน้าที่กระจายแรงบิดสู่ล้อทั้งสี่ได้อย่างแม่นยำในระดับมิลลิวินาที ทำให้การขับขี่ในสภาวะถนนลื่น เจอแอ่งน้ำขัง หรือทางลาดชันในสไตล์ออฟโรดเบา ๆ เป็นเรื่องที่ง่ายดาย

สงครามลักชัวรีอีวีราคา 7 ล้านมีสะเทือน!

การเปิดราคาของ BMW i7 50 xDrive M Sport ที่ 6,999,000 บาท สำหรับสีโมโนโทนปกติ และขยับไปที่ 7,599,000 บาท สำหรับรุ่นสีทูโทน (ซึ่งนำเข้ามาเพียง 12 คัน) ถือเป็นการวางตำแหน่งทางการตลาดที่ดุดัน ท้าชน พอสมควร เพราะหากหันไปมองคู่แข่งตลอดกาลในระดับราคาและมิติตัวถังที่ใกล้เคียงกัน ย่อมหนีไม่พ้นเจ้าถิ่นร่วมสัญชาติที่ทำตลาดรถไฟฟ้าตระกูลหรูหราอยู่ก่อนหน้า ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงเปิดราคาขยับไปแตะระดับเจ็ดล้านกลาง ๆ ถึงแปดล้านบาท

การที่บีเอ็มดับเบิลยูทุบราคาเปิดตัวเริ่มต้นลงมาต่ำกว่าหลัก 7 ล้านบาท ทั้งที่เป็นรถยนต์นำเข้าสำเร็จรูปทั้งคันจากโรงงานดิงโกลฟิง ประเทศเยอรมนี ถือเป็นการทำให้ผู้บริโภคที่กำลังลังเลใจตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เพราะได้ทั้งความสดใหม่ของดีไซน์ เทคโนโลยีหน้าจอความบันเทิงระดับ 8K ที่ยาวที่สุดในตลาด และระยะทางการวิ่งที่ไกลเกิน 700 กิโลเมตร ในราคาที่เข้าถึงได้มากกว่าเดิม

สมรภูมิตลาดรถยนต์ไฟฟ้าระดับบนสุดในไทยอนระอุขึ้นมาทันที



ข้อมูล / ภาพ : BMW THAILAND และ BMW NEWSROOM

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้