Last updated: 1 พ.ย. 2569 | 119 จำนวนผู้เข้าชม |
ส่องกลยุทธ์ "LEAPMOTOR" ในวันประกาศไทยเป็นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจแบบ Global ของแบรนด์ พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการและประกาศราคารถยนต์ไฟฟ้า B03X
“การดำเนินธุรกิจระดับโลก ไม่ใช่เพียงการส่งออกรถยนต์ไปจำหน่ายในต่างประเทศ แต่คือการตั้งรากฐานในแต่ละตลาด ต้องมีความเข้าใจความต้องการของลูกค้า และผสานพลังกับพันธมิตรท้องถิ่น เพื่อสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่แข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืน”
คือคำกล่าวสะท้อนแนวคิด "Here For Thailand. Here To Stay. ตั้งรกรากในประเทศไทย สร้างคุณค่าอย่างยั่งยืน" ของ นายหลี่ เถิงเฟย รองประธานบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงินLEAPMOTOR ในวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ LEAPMOTOR Thailand เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569
ทั้งนี้การตั้งรกรากในประเทศไทย นับเป็นการส่งสัญญานว่าไทยไม่ได้เป็นเพียงตลาดที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์และมีมูลค่าสูงเท่านั้น แต่ยังเป็นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจแบบ Global ของแบรนด์ รวมไปถึงในอนาคต LEAPMOTOR มีแผนพัฒนาให้ไทยเป็นศูนย์กลางเพื่อขยายธุรกิจสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตลาดรถยนต์พวงมาลัยขวาทั่วโลก

นั่นย่อมหมายถึง LEAPMOTOR ได้ประกาศปักหมุดในประเทศไทยในฐานะตลาดหลักและฐานปฏิบัติการสำคัญ มีนัยสำคัญต่อระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ดังนี้

1. พลังพันธมิตรระดับโลก: LEAPMOTOR x Stellantis
วิสัยทัศน์นี้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมผ่านการร่วมทุนกับ Stellantis กลุ่มพันธมิตรยานยนต์ยักษ์ใหญ่อันดับต้น ๆ ของโลก ซึ่งทำให้ LEAPMOTOR สามารถเข้าถึงเครือข่ายการจัดจำหน่าย ศูนย์บริการ และองค์ความรู้ในการบริหารจัดการระดับสากลได้อย่างรวดเร็ว การมี Stellantis เป็นแรงขับเคลื่อนช่วยเสริมความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคชาวไทยในแง่ของความมั่นคงและมาตรฐานการบริการ
2. ประเทศไทยในฐานะยุทธศาสตร์หลัก (Strategic Hub)
การเลือกประเทศไทยเป็นศูนย์กลางไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากความพร้อมรอบด้าน
· ห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่ง (Strong Supply Chain): ไทยมีซัพพลายเออร์ชิ้นส่วนยานยนต์ที่บ่มเพาะประสบการณ์มาหลายทศวรรษ ทำให้ง่ายต่อการยกระดับสู่ชิ้นส่วน EV
· นโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ: มาตรการส่งเสริมการลงทุนและภาษีจากทางภาครัฐ เป็นตัวเร่งให้แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีนเลือกปักหมุดที่นี่
· ประตูสู่ภูมิภาค: การใช้ไทยเป็นฐานปฏิบัติการช่วยให้การกระจายสินค้าและการบริหารโลจิสติกส์ไปยังตลาดพวงมาลัยขวาอื่น ๆ ในเอเชียแปซิฟิกมีประสิทธิภาพสูงสุด

3. การสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน
คำว่า "การสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง" หมายถึง การไม่ฉายเดี่ยว แต่เป็นการดึงพันธมิตรท้องถิ่น (Local Partners) ดีลเลอร์ ผู้ให้บริการสถานีชาร์จ และแรงงานในประเทศเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงด้านการแข่งขันทางราคา และเปลี่ยนเป็นการเติบโตที่มีเสถียรภาพแทน
ความเอาจริงในตลาดไทยของค่ายนี้มาพร้อมคำประกาศว่าในช่วง 3 ปีข้างหน้า LEAPMOTOR จะเดินหน้าตามพันธสัญญา 4 ด้าน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ เครือข่าย บริการ และการพัฒนาธุรกิจร่วม กับท้องถิ่น โดยในปี 2569 จะนำ B03X และ C10 รุ่นปรับปรุงใหม่เข้าสู่ตลาด และทยอยนำรถรุ่นใหม่จากตลาดโลกมาจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง พร้อมตั้งเป้าขยายเครือข่ายจำหน่ายและบริการเป็น 30 แห่งในปี 2569 เพิ่มเป็น 65 แห่งในปี 2570 และ 100 แห่งในปี 2571
ภายในงานได้มีการประกาศรายชื่อ 19 ศูนย์จำหน่ายและบริการ LEAPMOTOR อย่างเป็นทางการทั่วประเทศไทยดังนี้
1.ลีปมอเตอร์ พีเอ็นเอ รัชโยธิน 2.ลีฟมอเตอร์ พีเอ็นเอ ลาดพร้าว 3.ลีฟมอเตอร์ เอแอนด์จี พิษณุโลก 4.ลีฟมอเตอร์ อารยะยน นครราชสีมา 5.ลีปมอเตอร์ อาร์ เฮง ขอนแก่น 6.ลีฟมอเตอร์ วี กรุ๊ป คาร์ ประเสริฐมนูกิจ 7.ลีฟมอเตอร์ วี กรุ๊ป คาร์ บางแสน 8.ลีฟมอเตอร์ วี กรุ๊ป คาร์ สุราษฎร์ธานี 9.ลีฟมอเตอร์ วี กรุ๊ป คาร์ นครศรีธรรมราช 10.ลีฟมอเตอร์ วี กรุ๊ป คาร์ ภูเก็ต
11.ลีฟมอเตอร์ วี กรุ๊ป คาร์ สันทราย เชียงใหม่ 12.ลีฟมอเตอร์ วี กรุ๊ป คาร์ ลำปาง 13.ลีฟมอเตอร์ วี กรุ๊ป คาร์ น่าน 14.ลีฟมอเตอร์ แอล.อาร์. แจ้งวัฒนะ 15. ลีฟมอเตอร์ รุ่งเจริญ สุขุมวิท 16.ลีฟมอเตอร์ บุ่งเจริญ สุขสวัสดิ์ 17.ลีฟมอเตอร์ ชูเกียรติ หาดใหญ่ 18.ลีฟมอเตอร์ พันล้าน เชียงราย 19.ลีฟมอเตอร์ ราชพฤกษ์ กรุงเทพฯ

ด้านบริการ LEAPMOTOR มีแผนจัดตั้งคลังอะไหล่และศูนย์บริการด้านเทคนิคในไทย พร้อมผลักดันให้ลูกค้าเดิมได้รับสิทธิประโยชน์อย่างเท่าเทียมกับลูกค้าใหม่ ส่วนการจ้างงาน ได้มีการตั้งเป้าให้บุคลากรไทยมีสัดส่วนมากกว่า 90% ของตำแหน่งงานใน LEAPMOTOR Thailand รวมไปถึงการร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่นเพื่อพัฒนาเครือข่ายอุตสาหกรรมยานยนต์อัจฉริยะและยานยนต์พลังงานใหม่สร้างคุณค่าให้ผู้ใช้และสังคม

รถยนต์ไฟฟ้าที่ LEAPMOTOR เลือกนำมาเปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมการประกาศปักหมุดแบรนด์ในประเทศไทยครั้งนี้ คือรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น B03X โดยชูจุดเด่นด้านดีไซน์ พื้นที่ใช้สอย เทคโนโลยีอัจฉริยะ และความปลอดภัย รองรับทั้งการเดินทางในชีวิตประจำวันและทริปพักผ่อน ไฟหน้ายิ้มหวาน ไฟท้าย LOL สีตัวถัง 5 สีสะท้อนบุคลิกสดใส พื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสารมีสัดส่วนสูงถึง 88.1% ช่องเก็บของใต้พื้นมีขนาด 106 ลิตรที่ล้างทำความสะอาดได้

ภายในติดตั้งจอกลางแบบลอยตัวขนาด 14.6 นิ้ว ความละเอียด 2.5K รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะแบบบูรณาการ รุ่นระยะทางไกลวิ่งได้สูงสุด 450 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC รองรับการชาร์จ DC กำลังสูงสุด 133 กิโลวัตต์ และชาร์จจาก 30% ถึง 80% ได้เร็วสุดใน 16 นาทีภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ด้านความปลอดภัยใช้เทคโนโลยี CTC 2.0 Plus ที่ผสานแบตเตอรี่เข้ากับโครงสร้างแชสซี พร้อมกรอบป้องกันชุดแบตเตอรี่ ควบคู่กับโครงสร้างตัวถังนิรภัยแบบกรงความแข็งแรง สูง ทั้งนี้ อุปกรณ์แต่ละรุ่นเป็นไปตามข้อมูลที่บริษัทประกาศ และประสิทธิภาพจริงขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งาน

เพิ่มความคุ้มค่าด้วยสิทธิประโยชน์ 4 ประการ
B03X มีให้เลือกสองรุ่น ได้แก่ Design ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 609,000 บาท รุ่น Life ราคาจำหน่าย อย่างเป็นทางการ 549,000 บาท ราคา Early Bird สำหรับลูกค้า 3,000 คันแรกที่จองล่วงหน้า โดยรุ่น Design มีราคาพิเศษ 569,000บาท และรุ่น Life ราคาพิเศษ 499,000 บาท สิทธิประโยชน์พิเศษครอบคลุมการรับประกันตัวรถ 8 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร การรับประกันตลอดอายุการใช้งานสำหรับระบบแบตเตอรี่ มอเตอร์ไฟฟ้า และระบบควบคุมอัจฉริยะ
รับฟรีประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 และ พ.ร.บ. ปีแรก รวมถึงสายด่วนให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศไทย และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันเปิดตัวถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 ลูกค้าที่เข้าเงื่อนไขยังได้รับฟิล์มกรองแสงคุณภาพสูง พรมปูพื้นตรงรุ่น และบริการ ดำเนินการจดทะเบียนรถโดยไม่คิดค่าบริการ ทั้งนี้ ขอบเขต ระยะเวลา และเงื่อนไขของสิทธิประโยชน์แต่ละรายการเป็นไปตามที่ LEAPMOTOR ประเทศไทยกำหนด
เกี่ยวกับ LEAPMOTOR
LEAPMOTOR ก่อตั้งขึ้นในปี 2558 ในฐานะบริษัทเทคโนโลยียานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม มุ่งวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีหลัก ด้วยตนเองในทุกมิติอย่างครบวงจร ควบคู่กับการผลิตชิ้นส่วนหลักด้วยเทคโนโลยีและโรงงานของตนเอง แนวทางนี้ช่วยให้แบรนด์สามารถควบคุมเทคโนโลยีและขั้นตอนสำคัญในห่วงโซ่อุตสาหกรรมครบวงจร ส่งผลให้สามารถยกระดับความสามารถในการแข่งขันได้อย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบัน LEAPMOTOR มีโรงงานผลิตชิ้นส่วน 18 แห่ง โดยเป็นชิ้นส่วนและระบบสำคัญที่บริษัทพัฒนาและผลิตเองครอบคลุมถึง 65% ของต้นทุนการผลิตรถทั้งคัน ขณะที่แพลตฟอร์มรถยนต์สามารถใช้ร่วมกันได้ถึง 90% ช่วยให้บริษัทบริหารการพัฒนาและนำ เทคโนโลยีมาใช้ได้รวดเร็วขึ้น รวมไปถึงควบคุมคุณภาพและประสิทธิภาพการส่งมอบ ตลอดจนบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อมูลของบริษัท ณ เดือนกันยายน 2569 ระบุว่า LEAPMOTOR มียอดส่งมอบสะสมทั่วโลกมากกว่า 1.85 ล้านคัน และมียอดส่ง มอบเกินเดือนละ 100,000 คันติดต่อกันเป็นเวลาสามเดือน โดยอยู่ในสามอันดับแรกของแบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่ในจีน และอันดับ 4 ของโลก พร้อมทำตลาดครอบคลุม 50 ประเทศทั่วโลก