Last updated: 6 พ.ย. 2569 | 115 จำนวนผู้เข้าชม |
วงการ "ปิกอัพไฟฟ้านำเข้า" กระอัก! มาตรการปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้า EV ที่พุ่งพรวดไปแตะ 35% ไม่ได้กระทบแค่กลุ่มรถยนต์นั่งไฟฟ้านำเข้าเท่านั้น แต่มันเหมือนการทิ้ง “คลัสเตอร์บอมบ์ (Cluster Bomb)” ลงกลางตลาด EV นำเข้า และบรรดา “PICK UP EV นำเข้า” ก็พากันโดน “ลูกปลาย” เข้าไปอย่างจัง ทั้งกลุ่ม BEV และ REEV ทั้งๆที่ตลาดนี้ก็ไม่ได้คึกคัก ยอดขาย 9 เดือนที่ผ่านมารวมกันยังไม่ถึง 2 พันคันด้วยซ้ำ
ตัวเลขล่าสุด ส.อ.ท. เปิดเผยสถิติ 9 เดือนแรกของปี (มกราคม-กันยายน 2569) รถกระบะ BEV (Pickup 1 Ton) มียอดขายแค่ 31 คัน ส่วนรถกระบะดับเบิลแค็บ BEV มียอดขาย 1,704 คัน (เท่ากับ 0.33% ของยอดขายทั้งหมด...เท่านั้น) ขณะที่รถกระบะดับเบิลแค็บ REEV มียอดขายแค่ 22 คัน และรถกระบะดับเบิลแค็บ HEV มียอดขาย 225 คัน ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน อยู่ในช่วงก่อร่างสร้างตัว
ในตลาด "PICK UP EV" นอกจาก โตโยตา ทราโว-อี รถปิกอัพไฟฟ้า 1 ตันแทบทั้งหมดยังเป็นการนำเข้า (CBU) เมื่อกำแพงภาษีดีดสูงขึ้น ต้นทุนก็พุ่งกระฉูดทันที ส่งผลให้การทำราคาจำหน่ายในไทยทำได้ยากขึ้นแบบทวีคูณ ในขณะที่ตลาดรถยนต์นั่ง BEV แบรนด์ใหญ่ๆจากจีนเริ่มลงทุนตั้งโรงงาน และเดินสายพานการผลิตในประเทศไปบ้างแล้ว คงจะรอดปากเหยี่ยวปากกาไปได้ แต่แบรนด์ที่ทำตลาดฉาบฉวย หรือไม่แกร่งจริงก็จะหายหน้าหายตาไป
เมื่อกติกาเปลี่ยน ก็มีค่ายรถปิกอัพไฟฟ้าที่ได้รับผลกระทบ ขณะที่บางค่ายได้ผลประโยชน์...เหมือนกับ “เหรียญสองด้าน”
แบรนด์จีน (RIDDARA, King Long ฯลฯ):
ระยะสั้น: คงจุกจนพูดไม่ออกแน่นอน การปรับขึ้นภาษีทำให้ราคาขายปลีกในไทยสุ่มเสี่ยงที่จะต้องปรับตัวสูงขึ้นตาม หรือหากค่ายรถยอมแบกรับต้นทุนเองเพื่อรักษาฐานลูกค้า กำไรต่อคันก็จะบางเฉียบจนแทบไม่คุ้มทุน ดีลเลอร์อาจเริ่มชะลอการสั่งรถเข้ามาเติมในสต็อก
ระยะยาว: มาตรการนี้จะบังคับให้แบรนด์จีนต้องเร่งแผนเดินสายพานการผลิตในประเทศ (CKD) ให้เร็วกว่าเดิม หากยังอยากจะแชร์ส่วนแบ่งในเค้กก้อนใหญ่อย่างตลาดปิกอัพไทย
แบรนด์ญี่ปุ่น (Toyota, Isuzu): ได้รับอานิสงส์ไปเต็ม ๆ! ทั้งสองค่ายยักษ์ใหญ่ครองแชมป์ปิกอัพเครื่องยนต์สันดาป (ICE) มาอย่างยาวนาน และมีฐานผลิตที่แข็งแกร่งในไทย การที่ปิกอัพไฟฟ้าจากจีนซวนเซจากกำแพงภาษี ทำให้ Toyota และ Isuzu มีเวลาหายใจหายคอ และยังคงรักษาความได้เปรียบด้านราคาและการบำรุงรักษาไปได้อีกระยะใหญ่
ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งสองค่ายยังมีเวลาซุ่มพัฒนาปิกอัพไฟฟ้าเวอร์ชันผลิตในประเทศของตัวเองได้อย่างไม่ต้องรีบร้อน
และถ้าจะผลิตออกมาทำตลาดในไทยก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะตัวเลข "ยอดผลิตรถปิกอัพไฟฟ้า 9 เดือนแรก" ของปีนี้ รถกระบะดับเบิลแค็บ BEV มียอดผลิตสะสม 3,230 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-กันยายน 2568 ถึง "1,335.56%" ส่วนใหญ่เป็นการผลิตเพื่อป้อนตลาดต่างประเทศ...แต่จะผลิตเพื่อทำตลาดในไทยก็ง่ายแค่พลิกฝ่ามือ เพราะไลน์การผลิตพร้อมอยู่แล้ว
ค่าย NEX และแบรนด์ดัดแปลง/ผลิตในประเทศ: กลุ่มนี้จะกลายเป็นตาอยู่! รถปิกอัพไฟฟ้าที่เน้นการประกอบในประเทศ หรือใช้ชิ้นส่วนในประเทศสูง จะได้ประโยชน์เต็มประตู เพราะราคารถนำเข้าจะแพงขึ้นจนทำให้ส่วนต่างราคาแคบลง รถที่ผลิตในไทยจึงกลายเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าและจับต้องได้ง่ายขึ้นมาทันที
ล่าสุด บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NEX ก็เชิญสื่อมวลชนเยี่ยมชมบริษัท แอ๊บโซลูท แอสเซมบลี จำกัด (AAB) ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แบบครบวงจร ภายใต้ความร่วมมือของกลุ่ม EA และ NEX Point เพื่อโชว์ศักยภาพการผลิตและประกอบรถโดยสารไฟฟ้าของแบรนด์ ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน 2569 นี้...
ตลาดปิกอัพไฟฟ้านำเข้าในเวลานี้เปรียบเหมือนนักวิ่งเทรลที่กำลังวิ่งขึ้นเนินแล้วโดนลูกตุ้มภาษี 35% ถ่วงขาเอาไว้ แม้ในระยะสั้นตัวเลขยอดขายอาจจะดูชะลอตัวลงและยังตามหลังรถสันดาปอยู่หลายขุม แต่ในระยะยาว มาตรการนี้จะคัดกรอง "ตัวจริง" ที่พร้อมลงทุนปักหลักในไทยอย่างยั่งยืน
27 ต.ค. 2569