Last updated: 15 ม.ค. 2569 | 135 จำนวนผู้เข้าชม |
กรมสรรพสามิตเรียกตัวแทนบริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด เข้ารับหนังสือแจ้งการดำเนินการ “เรียกคืนเงินอุดหนุน” บังคับใช้หนังสือค้ำประกัน รวมถึงค่าปรับ ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต หลังไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขมาตรการ EV3 ได้ตามกำหนด พร้อมย้ำให้เข้าใจถึงภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบ และผลทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569
นายภาณุพงศ์ ศรีเกตุ รองอธิบดีกรมสรรพสามิต เป็นประธานการประชุมการกำกับดูแลการดำเนินการตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ (EV3) เมื่อสิ้นสุดมาตรการฯ โดยมีผู้บริหารข้าราชการ เจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิต และบริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว ณ ห้องประชุมราชวัตร ชั้น 5 กรมสรรพสามิต เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569
ทั้งนี้ รัฐบาลได้มีมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ (EV3) โดยดำเนินมาตรการในช่วงปี พ.ศ. 2565 – 2568 เพื่อส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย สนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงยานยนต์ไฟฟ้าในราคาที่เหมาะสม และช่วยลดปัญหามลพิษทางอากาศของประเทศ
จากข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 มีผู้เข้าร่วมมาตรการจำนวน 31 บริษัท แบ่งเป็นผู้ประกอบการรถยนต์จำนวน 14 ราย และผู้ประกอบการรถจักรยานยนต์จำนวน 17 ราย โดยมีการนำเข้ารถยนต์ทั้งสิ้นจำนวน 84,440 คัน ผลิตชดเชยเพื่อจำหน่ายในประเทศแล้วจำนวน 100,458 คัน และผลิตชดเชยเพื่อการส่งออก รวมถึงแผนการส่งออกภายในปี 2569 จำนวนทั้งสิ้น 18,083 คัน
นอกจากนี้ มีการขอรับเงินอุดหนุนสำหรับยานยนต์ไฟฟ้ารวม 131,042 คัน แบ่งเป็นรถยนต์ 100,920 คัน และรถจักรยานยนต์ 30,122 คัน มาตรการ EV3 ยังช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องเข้าประเทศประมาณ 139,120 ล้านบาท
ตามมติคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 และมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 ซึ่งเห็นชอบการปรับปรุงเงื่อนไขการปฏิบัติตามมาตรการ EV3 พบว่า มีผู้เข้าร่วมมาตรการที่มีความประสงค์ผลิตชดเชยเพื่อการส่งออกจำนวน 2 ราย และผู้เข้าร่วมมาตรการที่มีความประสงค์โอนไปยังมาตรการ EV3.5 จำนวน 1 ราย
ในกรณีที่ผู้เข้าร่วมมาตรการไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขของมาตรการ EV3 ได้ กรมสรรพสามิตจะดำเนินการอย่างไรบ้าง?
1. “เรียกคืนเงินอุดหนุน”
2. บังคับใช้หนังสือค้ำประกัน
3. ผู้เข้าร่วมมาตรการต้องเสียค่าปรับ รวมถึงต้องเสียภาษีสรรพสามิต พร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต
ที่ผ่านมา กรมสรรพสามิตได้ทบทวนวงเงินตามหนังสือค้ำประกันของผู้เข้าร่วมมาตรการที่มีความเสี่ยงไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขของมาตรการ EV3 ได้ จำนวน 1 ราย คือ บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด โดยให้เพิ่มวงเงินตามหนังสือค้ำประกัน แต่ผู้เข้าร่วมมาตรการรายดังกล่าวไม่สามารถเพิ่มวงเงินได้ กรมสรรพสามิตจึงยับยั้งการจ่ายเงินอุดหนุนของผู้เข้าร่วมมาตรการดังกล่าวไว้ก่อน เมื่อสิ้นสุดมาตรการ EV3 หากผู้เข้าร่วมมาตรการยังไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขได้ จะถูก “เรียกคืนเงินอุดหนุน” บังคับใช้หนังสือค้ำประกัน เสียค่าปรับ และเสียภาษีสรรพสามิตพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามกฎหมาย

กรมสรรพสามิตขอชี้แจงว่า เมื่อสิ้นสุดมาตรการ EV3 แล้วปรากฏข้อเท็จจริงว่า บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด ไม่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของมาตรการ EV3 ได้อย่างครบถ้วนตามกฎหมาย กรมสรรพสามิตจึงได้เร่งดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยได้มีหนังสือถึงบริษัทฯ เพื่อแจ้งการดำเนินการกรณีไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไข จำนวน 2 ฉบับ และได้เชิญบริษัทฯ เข้าพบเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 เพื่อชี้แจงภาระผูกพันตามเงื่อนไขของมาตรการ EV3 ที่ไม่สามารถดำเนินการได้ตามกำหนด พร้อมย้ำให้บริษัทเข้าใจถึงภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบ และผลทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน ในการนี้ ได้ส่งมอบหนังสือแจ้งการดำเนินการกรณีไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขฉบับลงวันที่ 7 มกราคม 2569 ให้บริษัทฯ แล้ว ซึ่งบริษัทฯ ได้รับทราบและเข้าใจถึงภาระผูกพันต่าง ๆ อย่างครบถ้วน
กรมสรรพสามิตให้ความสำคัญกับมาตรการ EV3 เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นนโยบายที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์ของประชาชนและการพัฒนาประเทศ โดยกรมจะดำเนินการทุกขั้นตอนอย่างรอบคอบ โปร่งใส และเป็นไปตามกฎหมาย เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของรัฐและประชาชน
ที่มา : เพจ กรมสรรพสามิต