Last updated: 3 ก.พ. 2569 | 113 จำนวนผู้เข้าชม |
สงครามราคารถยนต์ไฟฟ้า หรืออีวี (EV) ช่วงนี้ “แรงกว่ารอบก่อน” จนหลายคนรู้สึกว่าเพิ่งรับรถไม่นานก็มีล็อตส่วนลดใหม่ตามมา ความรู้สึก “ซื้อก่อนเจ็บก่อน” ไม่ได้แปลว่าไม่ชอบรถยนต์ไฟฟ้า แต่สะท้อนว่าในยุคโปรโมชันเปลี่ยนเร็ว ผู้ซื้อกำลังมองหา “ความมั่นใจระยะยาว” มากกว่า “ราคาถูกที่สุดในวันเดียว” ขณะเดียวกันภาครัฐ และคณะกรรมการยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ หรือบอร์ดอีวี มีมติเห็นชอบ“ปรับกติกา” ภายใต้มาตรการ EV3/EV3.5 เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น ลดความเสี่ยงล้นตลาด และส่งสัญญาณให้ไทยมุ่งสู่การเป็นฐานผลิตเพื่อส่งออกมากขึ้น (เช่น ปรับเงื่อนไขการผลิตชดเชย–การนับยอดเพื่อส่งออก และแนวทางการจ่ายอุดหนุนให้สอดคล้องสภาพตลาด) ภาพรวมจึงสะท้อนว่า “ตลาดกำลังจัดระเบียบใหม่” ผู้ซื้อจึงควรถามให้ครบ ไม่ใช่ดูแค่ส่วนลดหน้าบิล
ในยุคที่ราคารถ EV มีความอ่อนไหวต่อสงครามราคาและการปรับกติกาของ “บอร์ดอีวี” เคทีซีได้ชี้วิธี “เช็กลิสต์ 5 เรื่อง” ที่ควรถามก่อนตัดสินใจซื้อรถยนต์อีวี ได้อย่างน่าสนใจดังนี้
1) แบตเตอรี่: รู้ตั้งแต่วันแรก ลดความเสี่ยงจ่ายหนักทีหลัง
2) ศูนย์บริการและอะไหล่: ซ่อมช้า = ค่าเสียโอกาสที่มองไม่เห็น
3) มอง “ต้นทุนรวม” ไม่ใช่แค่ค่างวด: อย่าให้ “ถูกวันนี้ แพงพรุ่งนี้”
4) สัญญาไฟแนนซ์: เอกสารชัด สิทธิชัด เพื่อสบายใจระยะยาว
5) การชาร์จ: “ความง่ายในการชาร์จ” คือคุณภาพชีวิต

เคทีซีเชื่อว่า รถคันใหม่ควรนำพาวิถีชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ใช่ภาระค่าใช้จ่ายที่คาดไม่ถึง พร้อมนำเสนอว่าบัตรเครดิตไม่ใช่เพียงวิธีชำระเงิน แต่เป็น “เครื่องมือช่วยบริหารค่าใช้จ่าย” ให้การตัดสินใจและการใช้รถไฟฟ้าเป็นเรื่องเรียบง่ายและปลอดภัยขึ้น ตั้งแต่การรวมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับรถให้อยู่ในที่เดียว (เช่น อุปกรณ์เสริม ประกัน บำรุงรักษา ค่าเดินทาง) เพื่อเห็นภาพรวมกระแสเงินสดชัดเจน ไปจนถึงความยืดหยุ่นในการวางแผนผ่อนชำระตามงบ และความสบายใจด้านความปลอดภัยในการชำระเงินทั้งหน้าร้านและออนไลน์
ท้ายที่สุด ความคุ้มค่าของการซื้อรถยนต์อีวี ไม่ใช่ “ดีลวันเดียว” แต่คือการชนะ “ความเสี่ยงรวม” ในระยะยาว ถามให้ครบก่อนจ่าย วางแผนงบให้รัดกุม และเลือกเครื่องมือที่ช่วยให้ค่าใช้จ่ายเป็นระเบียบ โปร่งใส เพื่อให้ทุกกิโลเมตรข้างหน้า “มั่นใจ นุ่มนวล และคุ้มค่า” กว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม “เคทีซี” ได้ออกตัวว่าบทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางการให้ความรู้โดยเบื้องต้น ควรศึกษารายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติม ทั้งนี้ ผู้ถือบัตรเครดิตควรใช้จ่ายเท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี
ที่มา: บัตรกรุงไทย
23 พ.ค. 2568
13 ต.ค. 2568
21 พ.ค. 2568