Last updated: 19 ก.พ. 2569 | 609 จำนวนผู้เข้าชม |
EnTer EV Hub สถานีชาร์จที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ จะเปิดให้บริการเร็วๆนี้ จัดเต็มเครื่องชาร์จ DC Fast Charge หลากหลายขนาด ตั้งแต่ 120 kW, 180 kW ยัน 200 kW จำนวน 8 เครื่อง 16 ช่องชาร์จ กำลังไฟรวม 940 kW ที่ เอ็นโค เทอร์มินัล (เอ็นเทอร์ / EnTer) ยึดทำเล ดอนเมือง-วิภาวดีรังสิต ด้วยความเร็วในการชาร์จที่รองรับรถ EV ส่วนบุคคล รถฟลีตไฟฟ้า ยันรถขนส่งไฟฟ้าของบริษัทผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์
สถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า “EnTer EV Hub” เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) กับ บริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ จำกัด (EnCo) ร่วมลงนามสัญญาให้ใช้สถานที่เพื่อโครงการสถานีชาร์จ EV HUB ที่ใหญ่ที่สุดของแบรนด์ EV Station PluZ ณ EnCo Terminal (EnTer) ติดตั้งเครื่องชาร์จแบบ Quick Charge ขนาด 120 กิโลวัตต์, 180 กิโลวัตต์ และ 200 กิโลวัตต์ รองรับการชาร์จเร็ว มีกำลังไฟรวม 940 กิโลวัตต์ ในเฟสแรก ผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้บริการได้ทั้งการจองเวลาชาร์จล่วงหน้า หรือเข้ามาใช้บริการแบบ Walk-in ผ่านแอปพลิเคชัน EV Station PluZ การลงนามเกิดขึ้นเมื่อกลางเดือนกันยายน 2568 ที่ผ่านมา

EV Hub แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการขยายเครือข่าย EV Station PluZ ที่มีสาขาและหัวชาร์จมากที่สุดในไทย จาก “สถิติสถานีชาร์จรวบรวมโดยสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568” EV Station PluZ มีสถานีชาร์จ 1,317 แห่ง หัวชาร์จ DC CCS2 จำนวน 2,744 หัวชาร์จ หัวชาร์จ DC CHAdeMO จำนวน 1 หัวชาร์จ หัวชาร์จ AC Type2 จำนวน 801 หัวชาร์จ รวม 3,546 หัวชาร์จ ครองแชมป์สถานีชาร์จในไทยมาอย่างต่อเนื่อง (อัพเดตล่าสุด 5 กุมภาพันธ์ 2569)

ทำไม EV Station PluZ ถึงทุ่มครั้งใหญ่ที่ดอนเมือง?
EV Station PluZ ในเครือ OR ร่วมมือกับ EnCo (Energy Complex) เปิดตัว EV HUB ขนาดใหญ่ที่สุด ที่อาคาร EnCo Terminal (EnTer) ย่านดอนเมือง เป็นหนึ่งในศูนย์ชาร์จหลักของเครือข่ายที่มีเป้าหมายเชิงกลยุทธ์มากกว่าแค่ “เพิ่มหัวชาร์จ” แต่เป็นการวางตำแหน่งเชิงพาณิชย์เพื่อคว้าตลาด EV Ecosystem ทั้งในกรุงเทพฯ และแนวเชื่อมต่อสนามบิน/เส้นทางโลจิสติกส์ขนาดใหญ่


โลเคชั่นนี้ “มีความหมาย” อย่างไร
1.โลเคชันเชิงยุทธศาสตร์ — EnCo Terminal ตั้งอยู่ในโซนวิภาวดี–รังสิต ใกล้สนามบินดอนเมือง และบริษัทด้านโลจิสติกส์หลายจุด ทำให้รองรับทั้งรถยนต์ผู้โดยสารและยานพาหนะเชิงพาณิชย์/รถฟลีตได้ — นั่นคือกลุ่มลูกค้ามูลค่าสูงทั้งระยะสั้น (transit travelers) และระยะยาว (fleet operators)
2.การวางเครือข่ายแบบ Hub-and-Spoke — แทนที่จะกระจายหัวชาร์จเล็ก ๆ หลายจุดทั่วเมือง การมี “Hub” ขนาดใหญ่ที่มีกำลังไฟรวมสูง ช่วยให้รองรับการชาร์จแบบความเร็วสูง (fast charging) จำนวนมากในช่วงเวลาพีคของการใช้ไฟฟ้า — เหมาะกับการชาร์จเร็วให้รถที่ใช้ในเชิงพาณิชย์หรือผู้เดินทางที่ต้องการลดเวลาในการอยู่ที่สถานี
3.Brand + Ecosystem Play — OR ต้องการสร้างแบรนด์ PluZ ให้ผู้ใช้จดจำว่า “ถ้าเข้ามาแถวนี้ ต้องมีบริการครบ”โดยมีแอปพลิเคชั่นในการจอง ระบบชำระเงิน และการสะสมแต้ม (blueplus) เป็นกลไกดึงลูกค้ากลับมาใช้ซ้ำ และเชื่อมกับธุรกิจน้ำมัน/ร้านค้าในเครือ
ความเสี่ยงที่ต้องจับตาคืออะไร?
การจัดการโหลดกับกริดไฟฟ้า — 940 kW เป็นภาระไม่เล็กสำหรับไซต์ในเมือง ถ้าไม่มีการจัดการพลังงาน (peak shaving / battery buffering) อาจเผชิญค่าไฟสูงในช่วงพีค
สรุป
การสร้างสถานี EV HUB ที่ EnCo Terminal ของ EV Station PluZ เป็นการลงทุนเชิง “infrastructure anchor” — ไม่ได้แข่งเพียงจำนวนหัวชาร์จ แต่แข่งเรื่องตำแหน่งทางธุรกิจใน ecosystem ของยานยนต์ไฟฟ้า โดยการยึดทำเลสำคัญเพื่อชิงความได้เปรียบในการแข่งขัน
ตัวเลข "940 kW" เป็นสัญลักษณ์ของความตั้งใจจะรองรับการชาร์จแบบความเร็วสูงจำนวนมาก — แต่ความสำเร็จเชิงพาณิชย์ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการโหลด การเชื่อมต่อแอปและบริการหลังบ้าน และการสร้าง flow ของลูกค้าที่มาซื้อบริการอื่นใน Hub
ในมุมการลงทุน: โปรเจคแบบนี้เหมาะกับผู้เล่นอย่าง OR ที่มอง “เกมยาว” และต้องการสร้างเครือข่ายบริการครบวงจร — OR มีข้อได้เปรียบจากเครือข่ายค้าปลีกและฐานลูกค้าอยู่แล้ว แต่ต้องบริหารต้นทุนไฟฟ้าและรักษา utilization ให้สูงพอเพื่อคืนทุน

EV Station PluZ เปิดจุดชาร์จเพิ่ม 7 แห่ง มีที่ไหนบ้าง?
กรุงเทพมหานคร


ที่มา: เพจ Facebook EV Station PluZ / EnCo