X

Ferrari เผยโฉมห้องโดยสารและอินเทอร์เฟซของ Ferrari Luce รถสปอร์ต EV สไตล์ม้าลำพอง

Last updated: 10 ก.พ. 2569  |  158 จำนวนผู้เข้าชม  | 

Ferrari Luce

Ferrari เผยโฉมงานดีไซน์ห้องโดยสารและอินเทอร์เฟซของ "Ferrari Luce รถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า" เต็มรูปแบบรุ่นใหม่ ถือเป็นจุดเริ่มต้นบทใหม่ของแบรนด์จากอิตาลี

คำว่า “Luce” ในภาษาอิตาลีแปลว่า “แสงสว่าง” หรือ “การส่องสว่าง” ไม่ได้สื่อถึงเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อน “ปรัชญา” ของ Ferrari ที่มองการขับเคลื่อนไฟฟ้าเป็น “วิธีการ” ไม่ใช่ “เป้าหมาย” เป็นยุคใหม่ที่ดีไซน์ วิศวกรรม และจินตนาการหลอมรวมกันจนเกิดสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อน เรียบง่าย แต่ทรงพลังในเชิงความหมาย

ความร่วมมือกับ LoveFrom: นิยามภาษาดีไซน์ใหม่ของ Ferrari

การพัฒนา Ferrari Luce เกิดจากความร่วมมือใกล้ชิดกับ LoveFrom กลุ่มครีเอทีฟที่ก่อตั้งโดย Sir Jony Ive และ Marc Newson ซึ่งร่วมงานกับ Ferrari ต่อเนื่องมากว่า 5 ปี ครอบคลุมทุกมิติของการออกแบบรถคันนี้

งานเปิดตัวจัดขึ้นที่ซานฟรานซิสโก เมืองศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีและ UX/UI ระดับโลก สะท้อนวิสัยทัศน์ของ Ferrari ที่ต้องการผสานมรดกแห่งความเร็วเข้ากับวัฒนธรรมการออกแบบอินเทอร์เฟซยุคดิจิทัล

ก่อนหน้านี้ ในเดือนตุลาคม 2025 Ferrari ได้เปิดเผยเทคโนโลยีพื้นฐานของรถที่โรงงาน e-building เมืองมาราเนลโล ส่วนการเปิดตัวภายนอก (Exterior Reveal) จะจัดขึ้นในอิตาลี เดือนพฤษภาคม 2026 ซึ่งจะเป็นเฟสสุดท้ายของการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ




ห้องโดยสาร: ความเรียบง่ายที่ผ่านการคิดอย่างลึกซึ้ง

แนวคิดหลักของห้องโดยสาร Ferrari Luce คือการสร้าง “Single Clean Volume” หรือพื้นที่ภายในที่เป็นหนึ่งเดียว เรียบ สงบ และโฟกัสไปที่การขับขี่อย่างแท้จริง

ทุกองค์ประกอบตั้งแต่ Binnacle (ชุดมาตรวัด), Control Panel, คอนโซลกลาง, ไปจนถึงสวิตช์แบบสัมผัส (tactile switches) ถูกออกแบบให้สื่อสารอย่างชัดเจนระหว่าง “Input” (การควบคุม) และ “Output” (การแสดงผล)

ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ถูกพัฒนาควบคู่กันตั้งแต่ต้น ทำให้พฤติกรรมของอินเทอร์เฟซสอดคล้องกับสถาปัตยกรรมทางกายภาพอย่างเป็นธรรมชาติ

วัสดุระดับวิศวกรรม: อะลูมิเนียมรีไซเคิล 100% + Gorilla Glass

Ferrari เลือกใช้อะลูมิเนียมอัลลอยรีไซเคิล 100% กลึงขึ้นรูปจากแท่งตันด้วยเทคโนโลยี CNC แบบ 3 และ 5 แกน ก่อนผ่านกระบวนการอโนไดซ์ขั้นสูง สร้างโครงสร้างผิวระดับไมโครแบบหกเหลี่ยมที่ให้ความแข็งแรง ทนทาน และสีที่ลุ่มลึกคงทนระยะยาว

พื้นผิวกระจกภายในเลือกใช้ Corning Gorilla Glass แบบเจียระไนความแม่นยำสูง ให้ความทนทานต่อรอยขีดข่วนและแรงกระแทก พร้อมทัศนวิสัยคมชัด

พวงมาลัย: เคารพอดีต แต่สร้างอนาคต

พวงมาลัยแบบ 3 ก้าน ได้แรงบันดาลใจจากพวงมาลัยไม้ Nardi ยุค 1950–60s โครงสร้างอะลูมิเนียมถูกเปิดเผยอย่างจงใจเพื่อโชว์ความแข็งแรงและผิวสัมผัส

  • ผลิตจากอะลูมิเนียมรีไซเคิล 100%
  • ใช้ชิ้นส่วนกลึง CNC ทั้งหมด 19 ชิ้น
  • น้ำหนักเบากว่าพวงมาลัย Ferrari รุ่นมาตรฐาน 400 กรัม
  • ปุ่มควบคุมแบ่งเป็น 2 โมดูลแบบอะนาล็อก
  • ผ่านการทดสอบฟีดแบ็กเชิงกลและเสียงกว่า 20 ครั้ง ร่วมกับนักขับทดสอบของ Ferrari


กุญแจและ Key Dock: พิธีกรรมการสตาร์ทแบบใหม่

กุญแจทำจาก Gorilla Glass พร้อมจอ E Ink ที่ใช้พลังงานเฉพาะตอนเปลี่ยนสี (คุณสมบัติ bi-stable) นับเป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรมยานยนต์

เมื่อเสียบกุญแจเข้าสู่ Dock บนคอนโซลกลาง สีจะเปลี่ยนจากเหลืองเป็นดำ พร้อมกับ Binnacle และ Control Panel สว่างขึ้น สร้างลำดับเหตุการณ์ (choreographed sequence) ที่เปลี่ยนจาก “ความนิ่ง” สู่ “การเคลื่อนไหว”

Binnacle: OLED ซ้อนชั้นระดับโลก

ชุดมาตรวัดติดตั้งบนคอพวงมาลัย เคลื่อนที่ตามการปรับมุมพวงมาลัย เป็นครั้งแรกในรถสายการผลิตของ Ferrari

ใช้จอ OLED ซ้อนทับ 2 ชั้น ให้คอนทราสต์ไร้ขีดจำกัด สีสันสด และความลึกเชิงภาพแบบสามมิติ โดยได้รับความร่วมมือจาก Samsung Display พัฒนาแผง OLED แบบบางเฉียบพิเศษ พร้อมช่องเจาะ 3 จุด เผยข้อมูลจากจอด้านหลัง สร้างมิติการมองที่โดดเด่น

กราฟิกได้รับแรงบันดาลใจจากหน้าปัด Veglia และ Jaeger ยุค 1950–60s ผสานความชัดเจนแบบนาฬิกาชั้นสูง ลดภาระการประมวลผลทางสายตา (Cognitive Load) ของผู้ขับ



Control Panel และ Multigraph: งานศิลป์ระดับไมโครวิศวกรรม

หน้าจอกลางติดตั้งบนข้อต่อ ball-and-socket หมุนหันเข้าหาคนขับหรือผู้โดยสารได้ พร้อมที่พักฝ่ามือเพื่อการควบคุมโดยไม่ต้องละสายตาจากถนน

Multigraph คือไฮไลต์สำคัญ กลไกเข็ม 3 ตัว ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์อิสระ 3 ชุด ทำงานได้ 4 โหมด:

  • นาฬิกา (Clock)
  • โครโนกราฟ (Chronograph)
  • เข็มทิศ (Compass)
  • Launch Control
  • การเคลื่อนไหวของเข็มเลียนแบบโครโนกราฟระดับสูง สะท้อนรากฐานด้านความแม่นยำและความหลงใหลของ Ferrari

 


Shifter: กระจกที่ผ่านเลเซอร์ระดับเส้นผม

คันเกียร์ทำจาก Gorilla Glass ใช้เทคนิคการยิงเลเซอร์เจาะรูขนาดเล็กกว่าครึ่งหนึ่งของเส้นผมมนุษย์ เพื่อเติมหมึกกราฟิกอย่างสม่ำเสมอ เป็นกระบวนการที่ไม่เคยใช้ในงานตกแต่งภายในรถยนต์มาก่อน


ปรัชญา: อดีต ปัจจุบัน และอนาคตในคันเดียว

Ferrari Luce ไม่ได้เป็นเพียงรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบรุ่นแรกของ Ferrari แต่เป็น “นิยามใหม่” ของรถสปอร์ตยุคไฟฟ้า ที่เชื่อมต่อมรดกการแข่งขัน ความเป็นสปอร์ตไอคอน และไลฟ์สไตล์ร่วมสมัยเข้าด้วยกัน

ชื่อ “Luce” จึงเป็นสัญลักษณ์ของการ “ส่องทาง” ไปสู่อนาคต และสะท้อนความตั้งใจของ Ferrari ที่จะไม่เพียงแค่ตามกระแสรถยนต์ไฟฟ้า แต่จะเป็นผู้นำที่กำหนดทิศทาง

การเปิดตัวภายนอกอย่างเป็นทางการจะมีขึ้นในอิตาลี เดือนพฤษภาคม 2026 ซึ่งจะเป็นบทสรุปของการเปิดตัว 3 เฟสที่เริ่มต้นจากเทคโนโลยี สู่ภายใน และต่อไปสู่ภาพลักษณ์ภายนอกเต็มรูปแบบ

Ferrari Luce จึงไม่ใช่แค่รถไฟฟ้า แต่คือการประกาศยุคใหม่ของม้าลำพอง — ยุคที่แสงสว่างไม่ใช่เพียงสิ่งที่มองเห็น แต่คือปรัชญาที่ขับเคลื่อนทุกมิติของการออกแบบและวิศวกรรม

ที่มา : Ferrari

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้