X

จีนเจ๋ง! ส่ง เครื่องชาร์จเดลิเวอรี่ พลิกเกมคิวชาร์จ EV ติดยาวช่วงตรุษจีน

Last updated: 15 ก.พ. 2569  |  204 จำนวนผู้เข้าชม  | 

Mobile Charging Unit  เครื่องชาร์จแบบเคลื่อนที่

จีนแก้เกมคิวชาร์จ EV ติดยาวช่วงตรุษจีนด้วยการส่ง “เครื่องชาร์จเดลิเวอรี่ (Mobile Charging Unit)”  ให้บริการถึงรถ พลิกเกมจากที่ต้อง “รอคิวนาน 2 ชั่วโมง” เหลือแค่ 30 นาที ใช้บริการสะดวกเหมือนสั่งอาหารเดลิเวอรี ช่วยแก้ปัญหาคอขวดการชาร์จไฟช่วงเทศกาลใหญ่ลงได้

ในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2569 จีนต้องรับมือกับ “มหกรรมการเดินทาง” ครั้งใหญ่ที่สุดของโลกอีกครั้ง โดยหน่วยงานคมนาคมคาดการณ์การเดินทางรวมทุกระบบแตะระดับหลายพันล้านเที่ยว ขณะที่จำนวนรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) บนเครือข่ายทางด่วนพุ่งขึ้นราว 9.5 ล้านคันต่อวัน

ท่ามกลางแรงกดดันนี้ จีนเลือกใช้แนวทางที่น่าสนใจ คือการส่ง “เครื่องชาร์จแบบเคลื่อนที่ : Mobile Charging Unit” เข้าเสริมกำลังสถานีชาร์จทั่วไปที่รถ EV ต้องขับเข้าไปใช้บริการ เพื่อลดคอขวดช่วงพีกไทม์

ข่าวดังกล่าวถูกเผยแพร่โดย China Media Group และมีการต่อยอดรายงานโดยสื่อท้องถิ่นหลายแห่ง ข่าวนี้สะท้อนให้เห็นการทดลองระบบบริหารจัดการโหลดแบบเรียลไทม์ในพื้นที่จริงแล้ว



จุดเริ่มต้น: ปัญหาคอขวดบนทางด่วน

หนึ่งในพื้นที่นำร่องคือ จุดพักรถผิงหู บนทางด่วนสายหางโจว–เซี่ยงไฮ้ ซึ่งเชื่อมระหว่าง Hangzhou กับ Shanghai

ก่อนหน้านี้ ผู้ใช้ EV ต้องเผชิญกับการรอคิวชาร์จนาน 1–2 ชั่วโมง เพราะหัวชาร์จ DC ถูกจองเต็มตลอดช่วงพีก นอกจากนี้การจราจรก็ติดขัดภายในจุดพักรถด้วย แต่หลังจากมีบริการระบบชาร์จเคลื่อนที่ ตัวเลขผู้ใช้บริการก็เพิ่มจาก 180 คัน/วัน เป็น 220 คัน/วัน และคาดว่าจะทะลุ 400 คัน/วัน ในช่วงเทศกาล

โมเดลการใช้งาน “เครื่องชาร์จเดลิเวอรี่” เรียบง่าย:

1.ผู้ขับสแกน QR ผ่านแอป

2.ระบบจะประเมินโหลดและจัดคิว

3.ส่ง “เครื่องชาร์จเคลื่อนที่” ไปยังรถ

4.เสียบชาร์จ ณ จุดจอด

ประสบการณ์นี้ถูกเปรียบเทียบว่า “เหมือนสั่งอาหารเดลิเวอรี”




เจาะลึกเทคโนโลยี: เครื่องชาร์จเคลื่อนที่คืออะไร?

แม้รายงานข่าวจะไม่ได้เปิดเผยสเป็คเชิงลึกทั้งหมด แต่จากมาตรฐานและเทคโนโลยีที่ใช้ในจีน สามารถวิเคราะห์ได้ดังนี้:

ระบบไฟ: DC เป็นไปได้สูง

จีนใช้มาตรฐานหัวชาร์จ GB/T ซึ่งรองรับทั้ง AC และ DC แต่ในบริบททางด่วนที่ต้องการลดเวลารอ Mobile Unit มักเป็น DC Fast Charging

กำลังไฟที่พบในตลาดจีน

  • 30–60 kW (Mobile DC รุ่นขนาดเล็ก)
  • 80–120 kW (รุ่นพาณิชย์สำหรับใช้งานทางหลวง)
  • บางกรณีใช้ระบบแบตเตอรี่บัฟเฟอร์ในตัว (Energy Storage Mobile Charger)
  • การชาร์จ 30 นาที สามารถเติมไฟได้ประมาณ 15–40 kWh (ขึ้นอยู่กับกำลังและ SoC) ซึ่งเพียงพอสำหรับวิ่งต่ออีก 100–250 กม. สำหรับ EV ขนาดกลาง


ระบบบริหารจัดการ: AI Dispatch & Load Balancing

แพลตฟอร์มกลางสามารถตรวจสอบสถานะหัวชาร์จทุกแท่น / วิเคราะห์โหลดแบบเรียลไทม์ / คาดการณ์ช่วงพีก และสั่งกระจาย Mobile Unit ไปยังพื้นที่ที่ต้องการ โดยจะเดินทางถึงจุดหมายภายในระยะเวลาประมาณ 30 นาที โครงสร้างนี้สอดคล้องกับระบบของผู้ให้บริการเครือข่ายรายใหญ่ เช่น State Grid Corporation of China ซึ่งเป็นผู้ดูแลโครงข่ายไฟฟ้าหลักของประเทศ

คิดค่าบริการอย่างไร?

แม้ข่าวไม่ได้ระบุชัด แต่โมเดลจีนโดยทั่วไปมีโครงสร้างดังนี้:

1.ค่าไฟต่อ kWh (อิงอัตราเวลาช่วง Off-peak / Peak)

2.ค่าบริการสถานี (Service Fee)

3.ค่าธรรมเนียมพิเศษกรณี Mobile Dispatch (บางพื้นที่)

นอกจากทางด่วนสายหลัก ระบบยังถูกใช้งานในเมืองอย่าง Xiamen รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวที่มีปริมาณรถหนาแน่น โดยมีแนวคิดว่า ไม่ต้องสร้างหัวชาร์จถาวรจำนวนมากเกินจำเป็น แต่ใช้ Mobile Unit บริหารความผันผวนของดีมานด์แทน

ข้อดี :

  • ลด CAPEX การสร้างสถานีชาร์จถาวรเกินความจำเป็น
  • เพิ่มความยืดหยุ่นระบบ
  • รองรับพีกเฉพาะเทศกาล
  • เพิ่มประสบการณ์ผู้ใช้
ความท้าทาย :
  • ต้นทุนแบตเตอรี่บนรถ Mobile
  • การชาร์จเติมไฟให้ตัว Mobile เอง
  • การจัดคิวไม่ให้เกิดคอขวดรูปแบบใหม่
  • ความปลอดภัยระบบไฟแรงสูงเคลื่อนที่

โมเดลนี้สะท้อนอะไร?

จีนกำลังเข้าสู่ยุคที่ “โครงสร้างพื้นฐาน EV ไม่ได้มีแค่สถานีชาร์จแบบตายตัวอีกต่อไป” แต่เป็นระบบแบบ Smart + Predictive + Flexible

Mobile Charging ไม่ได้มาแทนสถานีถาวร แต่เป็น “Layer เสริม” เพื่อบริหาร Peak Demand

กรณีเครื่องชาร์จเคลื่อนที่ช่วงตรุษจีนในจีน เป็นการสะท้อนแนวทางบริหารโครงสร้างพื้นฐาน EV เชิงรุก

นี่อาจเป็นโมเดลที่หลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศไทย—ต้องจับตา โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่ความต้องการชาร์จพุ่งสูงแบบก้าวกระโดด

อ้างอิงข่าวจาก : China Media Group

ใช้ ChatGPT ตรวจสอบและหาข้อมูลเพิ่ม + ทำภาพประกอบ

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้