Last updated: 15 เม.ย 2569 | 337 จำนวนผู้เข้าชม |
“ดรามาแย่งคิวชาร์จช่วงสงกรานต์ยังไม่เปลี่ยนแปลง!”
ตราบใดที่จำนวนรถ EV ยังเป็นปฏิภาคผกผันกับจำนวนหัวชาร์จ โลกก็ยังคงไม่สงบสุขต่อไป...
จะไปหวังให้แบรนด์สถานีชาร์จทุ่มทุนเปิดสถานีชาร์จคอยโกยค่าชาร์จแค่ช่วงเทศกาลก็คงไม่มีแบรนด์ไหนทำ เพราะต้องลงทุนแต่ละสถานีไม่ใช่บาทสองบาท ทุ่มทุนสร้างไปแล้วรอเก็บเกี่ยวค่าชาร์จช่วงพีคแค่ปีละไม่กี่ครั้งคงไม่มีคนคลุ้มคลั่งขนาดนั้น
เพราะฉะนั้น ดรามาแย่งคิวชาร์จช่วงเทศกาลก็จะอยู่คู่เมืองไทยต่อไป...เพียงแต่เราจะอยู่อย่างไร จะหาวิธีเอาตัวรอดจากวิกฤตหัวชาร์จยามเทศกาลกันแบบไหน โดยไม่ให้ต้องไปฟาดปากกับคนแปลกหน้า...ev-roads มี “วิธีเอาตัวรอดแบบมือโปร” มาฝาก

ภาพรวม EV ไทย: โตแรง แต่โครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จยังตามไม่ทัน
ปัจจุบันประเทศไทยมีรถ EV สะสมกว่า 423,660 คัน และยังเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะปี 2569 ที่ยอดจดทะเบียนใหม่ยังพุ่งแรง และยังแรงได้อีกหลังงานมอเตอร์โชว์ที่ยอดจอง EV โตแรงเหลือล้น กินส่วนแบ่งกว่า 60%
ส่วนจำนวนสถานีชาร์จ EV ในไทย อัพเดตล่าสุด เปิดสะสมแล้ว 4,643 สถานี จากผู้ให้บริการ 23 แบรนด์ มีหัวชาร์จรวม 13,977 หัวชาร์จ แยกเป็นหัวชาร์จ DC CCS2 จำนวน 8,184 หัวชาร์จ หัวชาร์จแบบ DC CHAdeMO จำนวน 411 หัวชาร์จ หัวชาร์จแบบ AC Type 2 จำนวน 5,382 หัวชาร์จ (ข้อมูลจาก สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ณ วันที่ 31 มกราคม 2569)
แต่ “ปัญหาหลัก” ไม่ใช่จำนวนที่ยังน้อยเกินไป แต่คือ “การเติบโตที่ไม่สมดุล” เพราะจำนวนรถ EV เพิ่มเร็วกว่าโครงสร้างพื้นฐาน และสถานีชาร์จก็กระจุกตัวอยู่ในเมือง แต่ตามเส้นทางหลักออกต่างจังหวัดหรือเส้นทางยอดนิยมช่วงเทศกาลยังมีเบาบาง และกระจายตัวไม่มากพอ
ทำไมช่วงสงกรานต์ถึงเกิดดราม่าคิวชาร์จ?
ดราม่าที่เห็นในโซเชียลไม่ใช่เรื่องเกินจริง แต่ก็ไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลา ปัญหามักเกิดใน “ช่วงพีค” และมีสาเหตุหลักดังนี้
1. การเดินทางแบบกระจุกตัว (Peak Demand)
ช่วงเทศกาล คนจำนวนมากออกเดินทางพร้อมๆกัน รถยนต์ไฟฟ้าหลายล้านคันวิ่งอยู่บนถนนไม่กี่เส้น ทำให้ความต้องการใช้ตู้ชาร์จพุ่งสูงตามเส้นทางหลักสู่ภาคอีสาน เหนือ ใต้
2. จุดคอขวดของเส้นทาง (Geographic Bottleneck)
บางช่วงถนน เช่น เส้นลงใต้หรือเส้นหลักระยะทาง 300+ กม.จากกรุงเทพ เป็นระยะที่รถ EV ส่วนใหญ่ “ต้องจอดชาร์จพอดี” ทำให้เกิดการแออัดตามสถานีชาร์จหลักๆที่เป็นที่รู้จัก
3. พฤติกรรมผู้ใช้ (Charging Behavior)
หลายคนยังติดนิสัยต้องชาร์จให้ถึงระดับ 90–100% ไว้ก่อน ทั้งที่ช่วงท้ายๆของการชาร์จจะใช้เวลานานขึ้นเกือบสองเท่า ส่งผลให้ตู้ถูกใช้งานนานเกินจำเป็น
4. การกระจายตัวของสถานีชาร์จไม่เพียงพอ
ในเมืองมีตู้ชาร์จเหลือๆ รอให้คนมาชาร์จ แต่ตามเส้นทางออกต่างจังหวัดบางจุดกลับขาด ทำให้โหลดไปกระจุกตัวเป็นจุดๆ
5. ปัญหาการจองและจอดแช่
บางกรณีมีการจองทิ้งจองขวาง หรือชาร์จเสร็จแล้วไม่รีบมาย้ายรถออก ทำให้เกิดคิวสะสม ทำให้ EV STATION PLUZ ต้องออกมาลดคิวจองจาก 5 สลอต เหลือแค่ 2

Insight สำคัญ: ปัญหาไม่ได้เกิดทุกวัน
สิ่งที่ต้องเข้าใจคือ ปัญหาคิวชาร์จ “ไม่ได้เกิดตลอดเวลา” แต่เกิดเฉพาะช่วงที่มี 3 ปัจจัยซ้อนกัน คือ
คนใช้เยอะ + จุดชาร์จมีจำกัด + พฤติกรรมไม่เหมาะสมของผู้ใช้รถ
เหมือนตามร้านอาหารดัง ช่วงเที่ยงคนแน่นไม่ได้แปลว่าร้านนั้นจะคนแน่นทั้งวัน
เทคนิคเอาตัวรอดจากคิวชาร์จขาดแคลน
อัตราส่วน EV ต่อหัวชาร์จบางช่วง สูงถึง ~17–22 คัน/หัว
ในบางงานวิจัย ค่าเฉลี่ยที่เหมาะสมควรเป็น ~1:10