X

ค่าชาร์จมาตรฐานใหม่! PEA VOLTA ปรับอัตราค่าชาร์จใหม่ เริ่มต้น 4.90-7.90 บาท/หน่วย มีผล 1 พ.ค. 2569

Last updated: 30 เม.ย 2569  |  112 จำนวนผู้เข้าชม  | 

PEA VOLTA ปรับอัตราค่าชาร์จใหม่ เริ่มต้น 4.90

PEA VOLTA ประกาศปรับราคาค่าชาร์จใหม่ แบ่งตามกำลังเครื่องชาร์จ (kW) และช่วงเวลาใช้งาน (Peak / Off-Peak) โดยระบุว่าเป็น “ราคามาตรฐานใหม่” เพื่อคนใช้ EV โดยไม่ต้องรอต่อโปร ไม่ต้องกลัวราคาเด้งกลับ เริ่มใช้อย่างเป็นทางการ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นต้น

อัตราค่าบริการใหม่

25 kW OFF-PEAK 4.90 | PEAK 5.90 บาท/หน่วย

50–180 kW OFF-PEAK 5.90 | PEAK 6.90 บาท/หน่วย

300–360 kW OFF-PEAK 6.90 | PEAK 7.90 บาท/หน่วย

สถานี PEA VOLTA แบ่งออกเป็น

PEA VOLTA: 404 สถานี ครอบคลุมทั่วประเทศ

PEA VOLTA HUB: 4 สถานี ชาร์จเร็ว แรง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก


PEA VOLTA ภายใต้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ตัดสินใจ “รีเซ็ตราคา” ใหม่แบบถาวร โดยลดค่าบริการลงทั้งกระดานครั้งนี้ชี้ชัดว่า ตลาดสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในไทยเริ่มเข้าสู่ “เกมระยะยาว” อย่างจริงจัง  

สาระสำคัญคือ — นี่ไม่ใช่โปร แต่คือ “ราคามาตรฐานใหม่” ที่จะอยู่กับตลาดไปยาว ๆ


โครงสร้างราคาใหม่: ถูกลงจริง โดยออกแบบตามกำลังชาร์จ

PEA VOLTA แบ่งราคาตามกำลังเครื่องชาร์จ (kW) และช่วงเวลาใช้งาน (Peak / Off-Peak) อย่างชัดเจน ดังนี้:

กลุ่ม 25 kW (AC / DC ชาร์จทั่วไป)

  • Off-Peak: 4.90 บาท/หน่วย
  • Peak: 5.90 บาท/หน่วย

กลุ่ม 50–180 kW (Fast Charge ระดับกลาง)

  • Off-Peak: 5.90 บาท/หน่วย
  • Peak: 6.90 บาท/หน่วย

กลุ่ม 300–360 kW (Ultra Fast Charge)
  • Off-Peak: 6.90 บาท/หน่วย
  • Peak: 7.90 บาท/หน่วย

วิเคราะห์เชิงกลยุทธ์: “ราคา” คืออาวุธหลัก

การปรับครั้งนี้สะท้อนชัดว่า PEA VOLTA กำลังขยับจาก “ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ” ไปสู่ “ผู้เล่นเชิงแข่งขันเต็มตัว” ในตลาด EV Charging ของไทย

1. เลิกสงครามโปร ปรับสู่โหมดสร้างความเชื่อมั่นระยะยาว

ก่อนหน้านี้ ตลาดชาร์จ EV ไทยใช้ “โปรโมชั่น” เป็นตัวดึงลูกค้า ทำให้ราคาแกว่ง และผู้ใช้ขาดความมั่นใจ แต่การประกาศ “ราคาถาวร” ของ PEA VOLTA :
  • ลดความไม่แน่นอนของผู้ใช้
  • ทำให้คำนวณค่าใช้จ่ายการเดินทางได้ง่ายขึ้น
  • สร้าง perception ว่า “EV = คุมต้นทุนได้จริง”

2. Pricing Ladder ตามกำลังชาร์จ = สะท้อนต้นทุนจริง

โครงสร้างราคาแบบขั้นบันได (Tiered Pricing):

  • 25 kW → ถูกสุด (เหมาะกับการจอดชาร์จทิ้งไว้)
  • 50–180 kW → สมดุลเวลา vs ราคา
  • 300+ kW → แพงขึ้น เพื่อแลกกับ “เวลา”
นี่คือการ “ส่งสัญญาณ” ให้ผู้ใช้เลือกปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการชาร์จให้ที่เหมาะสมกับระบบไฟฟ้า:

  • ชาร์จช้า = จ่ายถูก
  • ชาร์จเร็ว = จ่ายเพิ่ม
ซึ่งช่วยบริหารโหลดของโครงข่ายไฟฟ้าได้ด้วย

3. Off-Peak Incentive = ดันพฤติกรรมการชาร์จกลางคืน

ส่วนต่างราคาประมาณ 1 บาท/หน่วย ระหว่าง Peak vs Off-Peak ไม่ใช่เรื่องเล็ก

ผลกระทบ:

  • กระตุ้นให้ผู้ใช้ย้ายพฤติกรรมไปช่วงกลางคืน
  • ลดภาระ Grid ในช่วงพีค
  • เพิ่ม efficiency ของโครงข่ายไฟฟ้าโดยรวม


 Coverage: เกม “เครือข่าย” ที่ PEA ถือไพ่เหนือ

PEA VOLTA ไม่ได้แข่งแค่ราคา แต่แข่งด้วย “ความครอบคลุม” ของเครือข่ายสถานีชาร์จทั่วประเทศ

สถานี PEA VOLTA: 404 แห่งทั่วประเทศ
PEA VOLTA HUB: 4 แห่ง (ศูนย์ชาร์จความเร็วสูง + สิ่งอำนวยความสะดวก)
จุดแข็งนี้สำคัญมาก เพราะในโลก EV “สถานีที่มีอยู่จริง” สำคัญกว่าราคาที่ถูกที่สุดแต่หาสถานีไม่เจอ


ผลกระทบต่อตลาด: คู่แข่งต้อง “ขยับตาม”

การลดราคาแบบถาวรจะสร้างแรงกดดันโดยตรงต่อผู้ให้บริการเอกชน ไม่ว่าจะเป็น EV Station PluZ, EA Anywhere ฯลฯ) รวมไปถึงผู้เล่นใหม่ๆที่กำลังลงทุนสร้างสถานีชาร์จ

มุมผู้ใช้ EV: ต้นทุนต่อกิโลเมตรถูกลงชัด

ถ้าคิดคร่าว ๆ: รถ EV ใช้ ~6 km/kWh ถ้าชาร์จช่วง Off-Peak ที่ราคา 4.90 บาท/หน่วย ต้นทุนค่าพลังงานจะอยู่ที่ประมาณ 0.8 บาท/กม. ถูกกว่ารถ ICE ที่จ่ายค่าน้ำมันเฉลี่ย 2.5–3 บาท/กม.

การลดราคาค่าชาร์จครั้งนี้ยิ่ง “ตอกย้ำความคุ้มของ EV ชัด”

สรุป: นี่ไม่ใช่แค่ลดราคา แต่คือ “รีเซ็ตเกม”

การเคลื่อนไหวของ PEA VOLTA ครั้งนี้มีความหมายมากกว่าตัวเลข เพราะเปลี่ยนจาก “ตลาดโปรโมชัน” สู่ “ตลาดที่สู้กันรด้วยราคาจริง”

เป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้ทั้งอุตสาหกรรม

และที่สำคัญที่สุด…ผู้ใช้ไม่ต้อง “รอโปร” อีกต่อไป — เพราะราคานี้ คือราคาจริงแล้ว

ที่มา : เพจ PEA VOLTA

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้