X

ฮอนด้าปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ตั้งเป้าพลิกทำกำไร กว่า 1.4 ล้านล้านเยน ภายในปี 2574

Last updated: 15 พ.ค. 2569  |  95 จำนวนผู้เข้าชม  | 

“ฮอนด้า”ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ตั้งเป้าพลิกทำกำไร กว่า 1.4 ล้านล้านเยน ภายในปี 2574

“ฮอนด้า”ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ มุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะกลางถึงระยะยาวอย่างครอบคลุม พร้อมตั้งเป้าจัดการปัญหาขาดทุน EV ภายในปี 2572 มีผลการดำเนินงานรวมพลิกทำกำไรกว่า 1.4 ล้านล้านเยน ภายในปี 2574

ผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2569 (ปีงบ 68) ของ “ฮอนด้า” ที่ต้องเผชิญภาวะขาดทุนสุทธิครั้งแรกในรอบเกือบ 70 ปี จากการต้องแบกรับค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับ EV สูงถึง 520,000 ล้านบาท หรือประมาณ 15.7 พันล้านดอลลาร์ นับเป็นโจทย์ทางธุรกิจที่ยากและท้าทายสำหรับค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ประเทศญี่ปุ่นที่ต้องเผชิญในช่วงของการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยียานยนต์สันดาปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า


แต่ด้วยประสบการบนเส้นทางยานยนต์ระดับท็อปของโลก “ฮอนด้า” ไม่รีรอที่จะปรับโครงสร้างธุรกิจยานยนต์ใหม่ มุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะกลางถึงระยะยาวอย่างครอบคลุม ทั้งในส่วนของโครงสร้างธุรกิจยานยนต์โดยรวม รวมไปถึงการเสริมไลน์อัปผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ  โดยจะผลิตรถยนต์เครื่องยนต์ สันดาปและไฮบริดเพิ่มขึ้นในอเมริกาเหนือ แต่จะขยายไลน์อัปรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เน้นไปที่รถยนต์ขนาดเล็ก หรือ Kei car เป็นหลักในตลาดญี่ปุ่น และการผลิตยนต์ให้มีสเปกตรงกับความต้องการของตลาดอินเดีย ฯลฯ ไปพร้อมๆ กับการต่อยอดการเติบโตจากธุรกิจรถจักรยานยนต์และบริการทางการเงินที่มีฐานกำไรที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว

การปรับตัวอย่างรวดเร็วพร้อมประกาศปรับโครงสร้างธุรกิจยานยนต์ใหม่ครั้งนี้ “ฮอนด้า” คาดว่าจะสามารถจัดการกับผลขาดทุน ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้ทั้งหมดภายในปี 2572 และจะส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจ ยานยนต์ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้งมีการตั้งเป้าหมายว่าจะสามารถสร้างกำไรจากการดำเนินงานรวมให้ได้มากกว่า 1.4 ล้านล้านเยน ภายในปี 2574


ทั้งหมดคือที่มาของการจัดงานแถลงข่าวเพื่อนำเสนอแนวทางการดำเนินงานของ “ฮอนด้า” โดย นายโทชิฮิโระ มิเบะ ผู้อำนวยการ ประธานกรรมการบริหาร และตัวแทน เจ้าหน้าที่บริหาร (Global CEO) บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569


การปรับโครงสร้างธุรกิจยานยนต์และทิศทางธุรกิจของฮอนด้าในอนาคตในครั้งนี้ นับเป็นการขับเคลื่อนองค์ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ “ฮอนด้า มอเตอร์”  โดยมีข้อสรุปประเด็นสำคัญ 5 ประเด็นหลัก ดังนี้

 1. แนวทางการปรับโครงสร้างธุรกิจยานยนต์ 

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในปัจจุบัน ฮอนด้า มุ่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ในหลากหลายด้าน ทั้งการปรับโครงสร้างต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการพัฒนา ตลอดจนการเสริมความแข็งแกร่ง ของไลน์อัปผลิตภัณฑ์ โดยมุ่งเน้นการจัดสรรทรัพยากรองค์กรไปยังภูมิภาคที่เป็นตลาดสำคัญ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว ฮอนด้า จะให้ความสำคัญการปรับโครงสร้างธุรกิจยานยนต์ในช่วง 3 ปีข้างหน้า พร้อมตั้งเป้าสร้างกำไรจากการดำเนินงานรวม ซึ่งครอบคลุมทั้งธุรกิจรถจักรยานยนต์และบริการทางการเงิน มูลค่ามากกว่า 1.4 ล้านล้านเยน ซึ่งจะเป็นสถิติสูงสุดใหม่ ภายในปีงบประมาณสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2572


2. แนวทางหลัก 3 ด้าน ในการดำเนินงานเพื่อปรับโครงสร้างธุรกิจยานยนต์

ฮอนด้า ได้กำหนด 3 แนวทางหลักสำหรับการดำเนินงาน ได้แก่การจัดสรรทรัพยากรองค์กรเชิงกลยุทธ์ การยกระดับความแข็งแกร่ง ด้านการผลิตอย่างรอบด้าน และการใช้ทรัพยากรภายนอกอย่างมีกลยุทธ์ โดยมีรายละเอียดดังนี้

 1)การจัดสรรทรัพยากรองค์กรเชิงกลยุทธ์

■ การทบทวนพอร์ตโฟลิโอระบบขับเคลื่อน เพื่อตอบรับแนวโน้มความต้องการในอนาคต

ฮอนด้าจะปรับการจัดสรรทรัพยากรทั้งด้านการพัฒนาและการผลิตไปที่รถยนต์ไฮบริดซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการอย่างสูงในตลาด ปัจจุบันตั้งแต่ปี 2027 (พ.ศ. 2570) เป็นต้นไป จะเริ่มเปิดตัวรถยนต์ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ ที่มาพร้อมระบบไฮบริด และ แพลตฟอร์มใหม่ทั้งหมด โดยมีแผนเปิดตัวรถยนต์ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่รวม 15 รุ่นทั่วโลกภายในปีงบประมาณ สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2030 (พ.ศ. 2573) โดยมุ่งเน้นทำตลาดในอเมริกาเหนือ ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดหลัก
 
ทั้งนี้ ในปี 2029 (พ.ศ. 2572) ฮอนด้า มีแผนเปิดตัวรถยนต์ไฮบริดขนาดใหญ่ในกลุ่ม D-Segment ขึ้นไป พร้อมเผยโฉมรถ Prototype ของรถยนต์ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ 2 รุ่น ได้แก่ Honda Hybrid Sedan Prototype และ Acura Hybrid SUV Prototype ที่มีแผน จะเปิดจำหน่ายภายใน 2 ปีข้างหน้า จะมีการปรับลดต้นทุนของระบบไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ให้ลดลงมากกว่า 30% เมื่อเทียบกับ ระบบไฮบริดที่เปิดตัวในปี 2023 โดยการผสานประสิทธิภาพของระบบไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ แพลตฟอร์มเจเนอเรชันใหม่  และระบบขับเคลื่อน AWD แบบไฟฟ้าที่พัฒนาขึ้นใหม่เข้าด้วยกัน พร้อมตั้งเป้าเพิ่มอัตราการประหยัดน้ำมันของรถยนต์ไฮบริด เจเนอเรชันใหม่ให้ดีขึ้นกว่าเดิม 10%

ด้านการพัฒนาระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) เจเนอเรชันใหม่ ฮอนด้ากำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา โดยมีแผนเปิดตัวสู่ตลาด ในปี 2028 (พ.ศ. 2571) และจะทำการติดตั้งระบบดังกล่าวในรถยนต์มากกว่า 15 รุ่น ภายในระยะเวลา 5 ปี


ฮอนด้า จะจัดสรรกำลังการผลิตของโรงงานผลิตรถยนต์ในรัฐโอไฮโออย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยจะผลิตรถยนต์เครื่องยนต์ สันดาปและไฮบริดเพิ่มขึ้น พร้อมปรับโรงงานผลิตรถยนต์ทุกแห่งในอเมริกาเหนือ ให้สามารถรองรับการผลิตรถยนต์ไฮบริดได้ทั้งหมด

สำหรับโรงงานแบตเตอรี่ร่วมทุนระหว่างฮอนด้า และ LG Energy Solution ภายใต้บริษัท L-H Battery Company จะปรับบางส่วน ของสายการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV Battery) ไปผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฮบริด

นอกจากนี้ยังมีแผนเพิ่มสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศสำหรับชุดประกอบ (ASSY) รวมถึงชิ้นส่วนของมอเตอร์ และ อินเวอร์เตอร์ ให้มากกว่าระดับปัจจุบันถึง 4 เท่า เพื่อรองรับการขยายการผลิตรถยนต์ไฮบริด เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหา การขาดแคลนชิ้นส่วน และบรรเทาผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา

 

■ การเสริมความแข็งแกร่งของไลน์อัปผลิตภัณฑ์ในภูมิภาคหลัก

ฮอนด้า กำหนดให้อเมริกาเหนือ ญี่ปุ่น และอินเดีย เป็นตลาดสำคัญสำหรับการเติบโตในอนาคต และจะมุ่งเน้นการจัดสรรทรัพยากร ไปยังตลาดเหล่านี้เป็นหลัก โดยนอกเหนือจากแผนงานในอเมริกาเหนือ ฮอนด้า จะเดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ในญี่ปุ่น และ อินเดียรวมถึงจีน เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างรอบด้าน


▸ญี่ปุ่น:

ฮอนด้า จะขยายไลน์อัปผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยเน้นไปที่กลุ่มรถยนต์ขนาดเล็ก หรือ Kei car เป็นหลัก รวมถึงการเปิดตัว N-BOX EV ในปี 2028 (พ.ศ. 2571) ตั้งแต่ปี 2028 เป็นต้นไปจะทยอยเปิดตัวรถยนต์ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ ที่มาพร้อมระบบ ADAS เจเนอเรชันใหม่ เริ่มจาก All-new Vezel เป็นรุ่นแรกขณะเดียวกันก็ยังมีแผนที่จะขยายไลน์อัปผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ผ่านการนำเสนอรุ่นพิเศษอย่าง Sport Line และ Trail Line เพื่อผลักดันยอดจำหน่ายรถยนต์ใหม่ให้สูงกว่าปัจจุบัน พร้อมทั้ง สร้างรากฐานธุรกิจในประเทศญี่ปุ่นให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

▸อินเดีย:

ฮอนด้า จะกำหนดสเปกรถยนต์ที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในตลาดอินเดีย โดยเตรียมเปิดตัวรถรุ่นใหม่ที่พัฒนาขึ้น เพื่อตลาดอินเดียโดยเฉพาะในปี 2028 ภายใต้ 2 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่ กลุ่มรถยนต์ความยาวไม่เกิน 4 เมตร และกลุ่มรถยนต์ ขนาดกลาง โดยจะใช้ประโยชน์จากรากฐานที่แข็งแกร่งของธุรกิจรถจักรยานยนต์ในอินเดีย ซึ่งมียอดจำหน่ายสูงเกือบ 6 ล้านคันต่อปี เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการเปลี่ยนจากการใช้รถจักรยานยนต์สู่รถยนต์ และผลักดันการเติบโตของธุรกิจใน อินเดียอย่างต่อเนื่อง

 ภายใต้กลยุทธ์ดังกล่าว ฮอนด้า ได้จัดตั้งบริษัท Honda Digital Innovation India เพื่อทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มดิจิทัล รวมถึง เตรียมกระตุ้นยอดขายผ่านการให้บริการต่าง ๆ เช่น การให้บริษัทสินเชื่อภายในเครือแห่งใหม่ในอินเดีย ซึ่งมีกำหนดเริ่มดำเนินงาน ก่อนสิ้นปีงบประมาณที่สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2027 (พ.ศ. 2570)

▸จีน:

ท่ามกลางสภาวะการดำเนินธุรกิจในประเทศจีนที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ฮอนด้ามุ่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้านผลิตภัณฑ์และต้นทุน ผ่านการใช้ชิ้นส่วนมาตรฐานและเทคโนโลยีเจเนอเรชันใหม่จากภายซัพพลายเออร์ท้องถิ่น รวมถึงการ เปิดตัวรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ที่พัฒนาบนแพลตฟอร์มร่วมกับพันธมิตรในประเทศจีน

 2)การยกระดับความแข็งแกร่งด้านการผลิตอย่างรอบด้าน

ฮอนด้า เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ การลดต้นทุนเชิงโครงสร้าง การยกระดับประสิทธิภาพด้านการพัฒนา อย่างรอบด้าน และการวางรากฐานโครงสร้างการผลิตที่มีความยืดหยุ่น ให้พร้อมรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม ทางธุรกิจ

▸การลดต้นทุนเชิงโครงสร้าง:

สำหรับการบริหารจัดการต้นทุนชิ้นส่วนจากผู้ผลิตภายนอก ฮอนด้า จะปรับปรุงโครงสร้างต้นทุนทั่วโลก ผ่านการทบทวนมาตรฐาน เฉพาะของฮอนด้า และหันมาใช้ชิ้นส่วนมาตรฐานให้มากขึ้น พร้อมทั้งนำข้อได้เปรียบทางการแข่งขันของผู้ประกอบการท้องถิ่น ในประเทศจีนและอินเดียมาปรับใช้

▸การยกระดับประสิทธิภาพด้านการพัฒนาอย่างรอบด้าน:

ฮอนด้า จะเดินหน้ายกระดับประสิทธิภาพการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการทบทวนการบริหารจัดการห่วงโซ่งานด้านวิศวกรรม (engineering chain management) อย่างรอบด้าน ผ่านแนวคิด “Triple Half” ซึ่งมุ่งลด 3 ด้าน ได้แก่ 1. ต้นทุนการพัฒนา  2. ระยะเวลาการพัฒนา และ 3. ปริมาณภาระงานในการพัฒนา โดยจะลดลงครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับปี 2025 นอกเหนือจากการเพิ่ม ประสิทธิภาพในขั้นตอนการออกแบบ การทดสอบ และการผลิตในช่วงต้น ผ่านการจำลองสภาพแวดล้อมดิจิทัลและเทคโนโลยี AI มาใช้ และจะเดินหน้าปฏิรูปกระบวนการพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่การทบทวนข้อกำหนดทางเทคนิค การวางแผนผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการบริหารจัดการพัฒนาผลิตภัณฑ์

แนวทางดังกล่าว จะช่วยให้ฮอนด้าสามารถลดระยะเวลาการพัฒนาสำหรับรถยนต์รุ่น Minor Change ลงครึ่งหนึ่ง เริ่มตั้งแต่ ปีงบประมาณนี้เป็นต้นไป ขณะที่รถยนต์รุ่น Full Model Change จะเริ่มลดระยะเวลาการพัฒนาลงครึ่งหนึ่งเช่นกัน โดยเริ่มจาก โปรเจ็กต์ที่เข้าสู่กระบวนการพัฒนาในปี 2028 เป็นต้นไป

 ▸การวางรากฐานโครงสร้างการผลิตที่มีความยืดหยุ่นให้พร้อมรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ

ฮอนด้า ตั้งเป้าที่จะยกระดับประสิทธิภาพการผลิตขึ้นประมาณ 20% ภายใน 5 ปีข้างหน้า ผ่านการบริหารเงินลงทุน และการ จัดสรรทรัพยากร สำหรับรถยนต์รุ่นใหม่และอุปกรณ์อย่างมีประสิทธิภาพ

 3) การใช้ทรัพยากรภายนอกอย่างมีกลยุทธ์

ฮอนด้า มีแผนที่จะใช้ทรัพยากรจากภายนอกอย่างยืดหยุ่นและมีกลยุทธ์มากขึ้น รวมไปถึงการใช้ประโยชน์จากความสามารถ ในการแข่งขันด้านต้นทุน ความรวดเร็ว ตลอดจนการใช้ชิ้นส่วนที่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรมของธุรกิจท้องถิ่นในจีนและอินเดีย สำหรับกลยุทธ์ด้านแบตเตอรี่ ในขณะนี้จะยังไม่เน้นการผลิตเองทั้งหมด แต่จะใช้ศักยภาพจากโรงงานของ L-H Battery อย่างเต็มที่ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่จะเติบโตในอนาคต โดยจะเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานด้วยการผลิต แบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฮบริดซึ่งมีความต้องการสูงในปัจจุบัน รวมถึงการผลิตเพื่อใช้งานในรูปแบบอื่น ๆ รวมทั้งเดินหน้า กลยุทธ์การจัดซื้อแบตเตอรี่มุ่งเน้นไปที่การสร้างความสามารถการแข่งขันในตลาดอเมริกาเหนือเป็นหลัก

นอกจากนี้ ฮอนด้า ยังได้ตัดสินใจระงับโครงการสร้างห่วงโซ่อุปทานรถยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจรในแคนาดาออกไปอย่างไม่มีกำหนด พร้อมทั้งทบทวนกลยุทธ์การจัดซื้ออย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ฮอนด้าจะมุ่งเน้นการผสมผสานเทคโนโลยีหลักที่พัฒนาขึ้นเอง เข้ากับทรัพยากรจากภายนอก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันภายใต้สภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มีความไม่แน่นอน

3. ทิศทางในระยะกลางถึงระยะยาว

ฮอนด้า ยังคงมุ่งมั่นในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2050 ในฐานะผู้นำด้านการขับเคลื่อน แบบครบวงจร โดยจะดำเนินการประเมินสภาพแวดล้อมทางตลาด และแนวโน้มความต้องการในแต่ละภูมิภาคอย่างรอบคอบ ควบคู่ไปกับการเร่งผลักดันแนวทางที่หลากหลาย เพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ครอบคลุมทั้งรถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์ไฮบริด เชื้อเพลิงที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน และเทคโนโลยีการชดเชยคาร์บอน

ในส่วนของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) “ฮอนด้า” จะยังคงเดินหน้าวางรากฐานสำหรับการเปิดตัวแพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์ EV ที่มีขีดความ สามารถในการแข่งขันสูงในอนาคต เพื่อให้มีความพร้อมในการรองรับความต้องการของตลาดเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม  ควบคู่ไป กับการวิจัยและพัฒนาแบตเตอรี่ All-Solid-State โดยจะจะนำระบบปฏิบัติการ ASIMO OS มาใช้ ไม่เพียงเฉพาะกับรถยนต์ไฟฟ้า เท่านั้น แต่ยังขยายไปสู่รถยนต์ไฮบริดด้วย เพื่อยกระดับคุณค่าในการขับเคลื่อน เพื่อนำเสนอประสบการณ์ใหม่ในการเดินทาง และภายในห้องโดยสาร ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะที่เพิ่มมากขึ้น

 สำหรับสถาปัตยกรรมระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (E&E Architecture) ฮอนด้า ได้นำแนวคิด ‘Domain-based architecture’ มาใช้ ซึ่งช่วยให้สามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างยืดหยุ่นตามความแตกต่างของแต่ละประเทศ ความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป และสภาพตลาด รวมถึงการใช้ทรัพยากรจากภายนอก และด้วยการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพสูงผ่านสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ ที่เป็นหนึ่งเดียวกันนั้น จะสามารถนำเสนอคุณค่าใหม่ ๆ ให้แก่ลูกค้าได้อย่างทันท่วงที พร้อมมุ่งสร้างความยืดหยุ่นและขีดความ สามารถในการแข่งขันไปพร้อมกัน

4. กลยุทธ์ทางการเงิน

ในช่วง 3 ปีข้างหน้า “ฮอนด้า” จะมุ่งเน้นไปที่การปรับโครงสร้างธุรกิจรถยนต์ จากนั้นในอีก 2 ปีถัดไป เมื่อโครงสร้างธุรกิจ ได้รับการปรับอย่างแข็งแกร่งมั่นคงแล้ว ฮอนด้า จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องและยืดหยุ่น เพื่อผลักดันให้ธุรกิจรถยนต์ กลับเข้าสู่ทิศทางที่สามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดและยั่งยืน

 ฮอนด้า คาดการณ์ว่าจะสามารถจัดการกับผลขาดทุนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้ทั้งหมดภายในปีงบประมาณ ที่สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2029 (พ.ศ. 2572)  เมื่อผนวกกับการยกระดับการปรับโฉมโครงสร้างธุรกิจ รวมถึงเสริมความแข็งแกร่ง ของไลน์อัปผลิตภัณฑ์ใหม่ จะส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจยานยนต์ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ด้วยการต่อยอดการเติบโตจากธุรกิจรถจักรยานยนต์และบริการทางการเงินที่มีฐานกำไรที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว ฮอนด้า มุ่งมั่นที่จะ สร้างกำไรจากการดำเนินงานรวมให้ได้มากกว่า 1.4 ล้านล้านเยน ถือเป็นสถิติที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และยังคงมุ่งมั่นบรรลุ เป้าหมายอัตรา ROIC (Return on Invested Capital) ที่ 10% ซึ่งเป็นเป้าหมายระยะยาวที่ตั้งไว้ ภายในปีงบประมาณสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2031 (พ.ศ. 2574)

 ▸การจัดสรรเงินทุน:

ในช่วงระยะเวลา 3 ปี จนถึงปีงบประมาณสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2029 (พ.ศ. 2572) “ฮอนด้า” จะดำเนินการจัดสรรทรัพยากรใหม่ โดยจะปรับงบประมาณที่เคยกำหนดไว้สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ไปยังรถยนต์ไฮบริดแทน และจะควบคุมการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ EV ให้อยู่ที่ระดับประมาณ 0.8 ล้านล้านเยน  โดยจะลงทุน 1.0 ล้านล้านเยนในด้านเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ และอีก 4.4 ล้านล้านเยน ในกลุ่มรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและรถยนต์ไฮบริด ส่งผลให้มียอดเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 6.2 ล้านล้านเยนในช่วง 3 ปีนี้

 ส่วนของกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน หลังปรับปรุงรายการด้านการวิจัยและพัฒนาแล้ว ฮอนด้าคาดว่าจะสร้างกระแสเงินสด ได้มากกว่า 7 ล้านล้านเยน (ไม่รวมผลขาดทุนที่เกี่ยวข้องกับ EV) จากการฟื้นตัวสู่ระดับทำกำไรของกลุ่มธุรกิจรถยนต์ และ ความแข็งแกร่งในการทำรายได้ของกลุ่มธุรกิจรถจักรยานยนต์  กระแสเงินสดนี้จะช่วยให้ฮอนด้าสามารถลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการส่งมอบผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ ตั้งแต่ปีงบประมาณสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2030 (พ.ศ. 2573) เป็นต้นไป

 อย่างไรก็ตาม “ฮอนด้า” จะประเมินแนวโน้มความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนในด้าน EV ต่อไป โดยจะมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนให้ดียิ่งขึ้นผ่านการดึงทรัพยากรจากภายนอกมาใช้ในเชิงรุก แทนการยึดติดกับการ ใช้ทรัพยากรภายในองค์กรเพียงอย่างเดียว

 ▸ผลตอบแทนผู้ถือหุ้น:

ฮอนด้า จะรักษาการจ่ายเงินปันผลที่มั่นคงและต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายอัตรา DOE (Dividend on Equity) ไว้ที่ 3%

 5. การยกระดับธรรมาภิบาลองค์กร:

บริษัทฯ จะดำเนินการ ทบทวนและปรับปรุงโครงสร้างธรรมาภิบาลองค์กร โดยเฉพาะการปรับสัดส่วนคณะกรรมการบริษัท ให้มีกรรมการอิสระเป็นเสียงข้างมาก รวมถึงการปรับโครงสร้างของคณะกรรมการชุดย่อยต่าง ๆ และการเสริมความแข็งแกร่ง ให้กับกรอบการกำกับดูแลและการดำเนินงานของคณะกรรมการบริษัทโดยรวม ทั้งหมดนี้เพื่อให้การดำเนินกลยุทธ์ทางธุรกิจ ในทุกด้านเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง พร้อมทั้งเอื้อให้เกิดการตัดสินใจที่กล้าหาญและโปร่งใส

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้