Last updated: 21 มิ.ย. 2569 | 111 จำนวนผู้เข้าชม |
การส่งมอบ “CHANGAN LUMIN” ที่รู้จักกันดีในนิคเนม “น้องง่วง” ล็อตแรก 25 คัน เข้าโครงการ “7-Eleven Delivery” ผ่านความร่วมมือระหว่าง Eternity At One และ DEEPAL Petra Rangsit อาจดูเป็นเพียงข่าวส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าทั่วไป แต่หากมองจากมุมของ 7-Eleven นี่คืออีกก้าวสำคัญของยุทธศาสตร์ Green Logistics ภายใต้วิสัยทัศน์ 7 Go Green ที่กำลังเปลี่ยนระบบขนส่งและเดลิเวอรีขององค์กรให้เป็นพลังงานสะอาดมากขึ้นเรื่อย ๆ
คำถามที่น่าสนใจกว่าคือ ทำไม 7-Eleven จึงเลือก LUMIN?
หากมองผิวเผิน LUMIN เป็นรถยนต์นั่งไฟฟ้าขนาดเล็ก 4 ที่นั่ง ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อขนส่งสินค้าโดยเฉพาะ
คำตอบอาจอยู่ที่ลักษณะการใช้งานจริงของ 7-Delivery
งานส่งสินค้าของ 7-Eleven ส่วนใหญ่เป็นการขนส่งระยะใกล้ในเขตเมือง วิ่งวันละหลายรอบ แต่ระยะทางต่อเที่ยวไม่มาก สินค้าส่วนใหญ่เป็นอาหาร เครื่องดื่ม ของใช้ในชีวิตประจำวัน และออร์เดอร์ขนาดกลาง ไม่ใช่งานขนส่งเชิงพาณิชย์หนักแบบโลจิสติกส์ระหว่างจังหวัด
ในบริบทเช่นนี้ LUMIN มีข้อได้เปรียบหลายด้าน ทั้งขนาดตัวรถที่ยาวเพียง 3.27 เมตร วงเลี้ยวแคบ คล่องตัวในซอยและหมู่บ้านจัดสรร สามารถหลบรถ ตีวง และหาที่จอดได้ง่ายกว่ารถตู้หรือรถบรรทุกขนาดเล็ก ฯลฯ ส่งผลต่อคุณภาพสินค้าและความปลอดภัยของพนักงานโดยตรง
นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นที่ทำให้ “น้องง่วง” เหมาะกับงาน 7-Delivery อีกหลายเรื่อง
กันแดดกันฝน: สภาพอากาศในไทยร้อนจัดและมีฝนตกชุก การใช้รถยนต์ไฟฟ้าช่วยให้พนักงานขนส่งไม่เหนื่อยล้า และสินค้าประเภทอาหาร/ไอศกรีมไม่ละลายหรือบูดเสียก่อนถึงมือลูกค้า
ตอบโจทย์ Order ขนาดใหญ่: มอเตอร์ไซค์ปกติจะติดปัญหาขึ้นมาทันทีเมื่อลูกค้าสั่งน้ำดื่มครั้งละ 3-5 แพ็ค หรือสั่งของชิ้นใหญ่ แต่ Lumin สามารถขนน้ำหลายแพ็คและข้าวสารได้สบายๆ
ในเชิงต้นทุน EV ยังคงได้เปรียบอย่างชัดเจน
หาก LUMIN ใช้พลังงานเฉลี่ยราว 10-12 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อ 100 กิโลเมตร ต้นทุนค่าไฟจะอยู่เพียงประมาณ 0.4-0.7 บาทต่อกิโลเมตร ขณะที่รถยนต์น้ำมันขนาดเล็กมีต้นทุนพลังงานเฉลี่ย 2-3 บาทต่อกิโลเมตร ความแตกต่างอาจดูไม่มากในหนึ่งวัน แต่เมื่อคูณด้วยการใช้งานตลอดปีของรถฟลีทหลายสิบหรือหลายร้อยคัน จะกลายเป็นเงินหลายล้านบาท
อย่างไรก็ตาม หากจะนำมาวิ่งส่งของในระบบ Fleet ของเซเว่นฯ คาดว่าต้องมีการปรับแต่งดังนี้:
ถอดเบาะหลังออกถาวร: เพื่อเปลี่ยนพื้นที่ด้านหลังให้เป็น "พื้นราบสำหรับบรรจุสินค้า" (Cargo Space) แทนการพับเบาะเฉยๆ ซึ่งจะช่วยให้วางตะกร้าใส่ของ (Tote Box) ของเซเว่นฯ ได้นิ่ง ไม่ล้ม และเพิ่มปริมาตรการบรรทุก
ติดตั้งแผงกั้นห้องโดยสาร (Partition): ติดตะแกรงหรือแผงกั้นระหว่างเบาะหน้ากับพื้นที่เก็บของด้านหลัง เพื่อความปลอดภัยไม่ให้กล่องสินค้าหรือขวดน้ำพุ่งมาโดนคนขับเวลาเบรกกะทันหัน
ติดตั้งกล่องเก็บอุณหภูมิ (Cooler Box): เนื่องจากต้องส่งทั้งของสด อาหารแช่แข็ง และเครื่องดื่มเย็น จำเป็นต้องมีการยึดกล่องเก็บความเย็นไว้ที่กระบะหลังเพื่อรักษาคุณภาพสินค้า
ติดสติกเกอร์และแร็ปสีตัวถัง (Livery): ปรับโฉมภายนอกด้วยการแร็ปสีเขียว-แดง-ส้ม พร้อมโลโก้ 7-Delivery เด่นชัด เพื่อสร้างการจดจำและเป็นสื่อโฆษณาเคลื่อนที่ไปในตัว
ติดตั้งระบบจ่ายไฟสำหรับอุปกรณ์ไอที: อาจต้องเพิ่มจุดชาร์จหรือแท่นยึดสมาร์ทโฟน/เครื่องกดรับออเดอร์ของพนักงานให้มั่นคงและชาร์จไฟได้ตลอดเวลา
LUMIN ไม่ใช่ EV คันแรกของ 7-Eleven!
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา 7-Eleven ภายใต้โครงการ 7 Go Green ได้ทดลองใช้ยานยนต์ไฟฟ้าหลากหลายรูปแบบ ทั้งมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าร่วมกับระบบสลับแบตเตอรี่ รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กอย่าง FOMM One รถสามล้อไฟฟ้า ตลอดจนการพัฒนาโซลูชันส่งสินค้ารูปแบบใหม่ รวมถึงการติดตั้งสถานีชาร์จ EV ตามสาขาต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อสร้างระบบนิเวศด้านพลังงานสะอาดควบคู่กันไป
ในอีกด้านหนึ่ง บริษัทในเครือ CP ALL อย่าง ALL NOW ยังเดินหน้า "โครงการ EV Vision" และการใช้รถขนส่งไฟฟ้าในการกระจายสินค้า โดยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่า 1,214 ตันคาร์บอนต่อปี ซึ่งสะท้อนว่า EV ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือทางการตลาด แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ขององค์กรขนาดใหญ่
มองในเชิงการแข่งขันทางธุรกิจ ข่าวนี้จึงไม่ได้สะท้อนเพียงการที่ CHANGAN ขายรถได้เพิ่มอีก 25 คัน แต่สะท้อนการแข่งขันของค่ายรถ EV ในการเข้าสู่ตลาด Fleet ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงและสร้างรายได้ระยะยาวมากกว่าตลาดลูกค้ารายย่อย
เพราะหาก LUMIN สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ว่าใช้งานจริงได้ดี ต้นทุนต่ำ และดูแลรักษาง่าย การสั่งซื้อครั้งต่อไปอาจไม่ใช่หลักสิบคัน แต่เป็นหลักร้อยคัน
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า LUMIN จะขายได้อีกกี่คัน แต่คือ 7-Eleven จะค้นพบหรือไม่ว่า 'รถ EV ขนาดเล็ก' คือคำตอบที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับการส่งสินค้าระยะสุดท้าย (Last-Mile Delivery) ในประเทศไทย เพราะหากคำตอบคือใช่ การทดลอง 25 คันในวันนี้ อาจกลายเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของระบบขนส่งสีเขียวในวันข้างหน้า
ที่มา/ภาพ : เพจ CHANGAN Thailand