Last updated: 15 ก.ค. 2569 | 181 จำนวนผู้เข้าชม |
GWM (Thailand) รายงานยอดขายครึ่งแรกของปี 2569 มีทั้งสิ้น 8,528 คัน เติบโต 19% แม้จะไม่มีการส่งมอบรถ EV ในไตรมาสแรก และเป็นบริษัทรถยนต์รายแรกที่ผลิตชดเชยภายใต้มาตรการ EV 3.0 โดยไม่มีการค้างสต็อกรถยนต์เก่าใช้งานศูนย์กิโลเมตร และกำลังจะเป็น OEM รายแรกที่เสร็จสิ้นกระบวนการผลิตชดเชยภายใต้มาตรการ EV 3.5 ภายในเดือนกรกฎาคมนี้ รวมทั้งมีแผนเปิดตัวรถใหม่ 3 รุ่น ครอบคลุมทั้งพลังงานไฟฟ้า เครื่องยนต์ไฮบริด และเครื่องยนต์ดีเซลเจเนอเรชันใหม่
กรุงเทพฯ 15 กรกฎาคม 2569 – "GWM (Thailand) รายงานตัวเลขยอดขายในครึ่งแรกของปี 2569" มีทั้งสิ้น 8,528 คัน เติบโตขึ้น 19% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า แม้จะไม่มีการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในไตรมาสแรกก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความสำเร็จในการขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” เพื่อสร้างการเติบโตท่ามกลางความท้าทายรอบด้านของตลาดยานยนต์ในปัจจุบัน
เจาะลึกสัดส่วนยอดขายครึ่งปีแรก เติบโต 19% พิสูจน์ความสำเร็จแนวคิด ‘All Powertrains’
ปัจจุบัน GWM นำเสนอผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ทั้งไฮบริด (HEV), ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV), รถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) และเครื่องยนต์ดีเซล ผ่าน 5 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ TANK, ORA, POER, HAVAL และ WEY โดยในครึ่งแรกของปี 2569 GWM มียอดขายรวม 8,528 คัน เติบโตขึ้น 19% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า (2568) นำโดยรถในกลุ่ม TANK ซึ่งมีทั้ง TANK 300 และ TANK 500 ขุมพลังดีเซลและไฮบริดที่ยังคงเป็นโมเดลยอดนิยม และรถในกลุ่ม ORA จากความสำเร็จของ ORA 5 EV และ ORA 5 HEV ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ตามมาด้วยรถกระบะ POER, รถยนต์ SUV HAVAL และเอ็มพีวีหรู WEY G9

สำหรับแผนการดำเนินงานในครึ่งปีหลัง GWM มีแผนแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ลงสู่ตลาดอย่างน้อย 3 รุ่น ครอบคลุมทั้งพลังงานไฟฟ้า เครื่องยนต์ไฮบริด และเครื่องยนต์ดีเซลเจเนอเรชันใหม่
GWM ชูกลยุทธ์ ยึดผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง มุ่งสู่แบรนด์จีนที่ผู้บริโภคไว้วางใจที่สุด
ยอดขายในครึ่งแรกของปีนี้ยังสะท้อนถึงความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมของแนวคิดการยึดผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง (User-Centric) โดย GWM ยังคงเดินหน้าสู่เป้าหมายการเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด หรือ “The Most Trusted Chinese Brand in Thailand” ผ่านกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ควบคู่ไปกับการสร้างชุมชนผู้ใช้ที่แข็งแกร่ง โดยปัจจุบัน ชุมชน “TANKER” หรือกลุ่มผู้ใช้ GWM TANK ได้เติบโตอย่างรวดเร็วจนมีสมาชิกมากกว่า 10,000 ครอบครัว ซึ่งเป็นฐานลูกค้าที่เหนียวแน่นและพร้อมขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
โดย GWM ยึดมั่นในการนำข้อมูลเชิงลึก และเสียงสะท้อนจากผู้ใช้จริงมาต่อยอดพัฒนาทั้งด้านผลิตภัณฑ์ กิจกรรมการตลาด และการยกระดับบริการหลังการขายเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น ผ่านการเดินสายจัดกิจกรรมในหลายจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ร่วมทดลองขับ และสัมผัสเทคโนโลยีอันล้ำสมัยของแบรนด์อย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ GWM ยังคงรักษามาตรฐานและวินัยทางธุรกิจที่เข้มงวด โดยเฉพาะความโปร่งใสด้านราคาและมาตรฐานเดียวกันในทุกพื้นที่ โดยเน้นการบริการพร้อมขยายการเข้าถึงผ่านเครือข่ายผู้จำหน่าย หรือ GWM พาร์ทเนอร์สโตร์ ทั้ง 71 แห่งทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายมุ่งสู่ 100 แห่งทั่วประเทศภายในสิ้นปี 2569 นี้ พร้อมทั้งเดินหน้าขยายศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานสากลให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

ในด้านบริการหลังการขาย GWM คว้าอันดับหนึ่งในกลุ่มแบรนด์รถยนต์จีนในประเทศไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 2* ตอกย้ำความแข็งแกร่งด้านบริการหลังการขายในประเทศไทยด้วยมาตรฐานการดูแลที่โดดเด่นรอบด้าน และเพิ่มความมั่นใจผ่านนโยบายการันตีจัดส่งอะไหล่ภายใน 7 วัน ซึ่งหากล่าช้ากว่ากำหนดจะได้รับมาตรการชดเชยเป็น GWM Point ทันที
ทั้งนี้ GWM ยังมุ่งมั่นสร้างโมเดลธุรกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกับสังคมไทย และพิสูจน์ความจริงใจและจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจในฐานะนักลงทุนที่น่าเชื่อถือและไว้วางใจได้ โดยเป็นบริษัทรถยนต์รายแรกที่ดำเนินการตามเงื่อนไขและเสร็จสิ้นกระบวนการผลิตชดเชยภายใต้มาตรการ EV 3.0 โดยไม่มีการค้างสต็อกรถยนต์เก่าใช้งานศูนย์กิโลเมตร และกำลังจะเป็นผู้ผลิตรถยนต์ (OEM) รายแรกที่เสร็จสิ้นกระบวนการผลิตชดเชยภายใต้มาตรการ EV 3.5 ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือนกรกฎาคมนี้ ซึ่งตอกย้ำถึงจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ ความรับผิดชอบต่อสังคม และความมุ่งมั่นในการลงทุนระยะยาวในประเทศไทย
เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ยอดขายในครึ่งปีแรกที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง เป็นเครื่องสะท้อนอย่างชัดเจนว่าแนวคิด ‘All Scenarios – All Powertrains – All Users’ ของ GWM สามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดไทย การที่เรามุ่งเน้นผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง ขยายประสบการณ์ลูกค้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศ และส่งมอบบริการหลังการขายที่โปร่งใส จนสามารถคว้าอันดับ 1 ทั้งด้านดัชนีประสบการณ์ลูกค้าผลิตภัณฑ์รถยนต์ในประเทศไทย (Product CXI No.1) และยังคงอยู่ในกลุ่มผู้นำความพึงพอใจด้านการบริการ (Service Customer Experience Index) ของแบรนด์รถยนต์จากประเทศจีนต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ตลอดจนความสำเร็จในการปฏิบัติตามมาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของภาครัฐเป็นรายแรก...
ทั้งหมดนี้คือสิ่งยืนยันว่า GWM คือแบรนด์ที่ทุกคนสามารถไว้วางใจได้และพร้อมยืนหยัดเป็นพันธมิตรในระยะยาวของประเทศไทย สำหรับในช่วงครึ่งปีหลังนี้ GWM จะยังคงเดินหน้ารักษาวินัยทางธุรกิจอย่างเคร่งครัด พร้อมนำเทคโนโลยีระดับโลกและทัพยานยนต์รุ่นใหม่เข้ามาเติมเต็มตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเราจะทำงานร่วมกับผู้จำหน่ายและพันธมิตรทุกภาคส่วนอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับผู้บริโภคชาวไทย”
แหล่งที่มาผลสำรวจความพึงพอใจ: บริษัท ดิฟเฟอเรนเชียล (ไทยแลนด์) จำกัด
ที่มา : GWM (Thailand)
10 ก.ค. 2569