X

วราวุธ เดินหน้ายกระดับยานยนต์ xEV พร้อมอัปสกิลแรงงานไทยสู่มาตรฐานสากล

Last updated: 22 ก.ค. 2569  |  176 จำนวนผู้เข้าชม  | 

“วราวุธ” เดินหน้ายกระดับยานยนต์ xEV พร้อมอัปสกิลแรงงานไทยสู่มาตรฐานสากล

กระแสการลงทุนในตลาดรถยนต์ไฟฟ้ากำลังเติบโตอย่างแรง โดยเฉพาะคลื่นการลงทุนระลอกใหม่จากจีนที่สนใจปักหมุดให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตที่สำคัญ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้เปิดเผยถึงทิศทางสำคัญก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (21 กรกฎาคม 2569) ว่า ประเทศไทยกำลังเร่งยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต (xEV) อย่างเต็มรูปแบบ

ทั้งนี้เป้าหมายใหญ่ไม่ใช่แค่การเป็นโรงงานรับจ้างประกอบ แต่เป็นการให้ความสำคัญกับการผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต (Next Generation Vehicles : xEV) ด้วยการเดินหน้ามาตรการสนับสนุนอย่างครบวงจร ครอบคลุมทั้งการส่งเสริมการลงทุน การขยายตลาดภายในประเทศ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสถานีอัดประจุไฟฟ้า และการสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่เอื้อต่อการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า

ประเทศไทยต้องเร่ง Up-Skill และ Re-Skill แรงงานฝีมือ

จากการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของคณะนายกรัฐมนตรีครั้งล่าสุด ภาพความสนใจของค่ายรถและผู้พัฒนานวัตกรรมชั้นนำระดับโลกที่มุ่งเป้ามายังประเทศไทยยิ่งชัดเจนขึ้น สิ่งนี้สะท้อนโจทย์ใหญ่ที่ไทยต้องเร่งแก้ทันที นั่นคือ “การ Up-Skill และ Re-Skill แรงงานไทย” ให้พร้อมรับระลอกการลงทุนครั้งใหญ่

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่าผู้ผลิตยานยนต์และเทคโนโลยีชั้นนำของจีนจำนวนมากสนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทย นอกจากภารกิจเร่งด่วนที่ต้องบริหารห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ให้เข้มแข็งแล้ว ไทยยังต้องอัปสกิลและรีสกิลแรงงาน และเตรียมความพร้อมด้านการรีไซเคิล (Recycle) และอัปไซเคิล (Upcycle) รองรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าให้ครบวงจรในอนาคต ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมจะดำเนินการให้มีความคืบหน้าและนำเสนอต่อที่ประชุมครม.ต่อไป

“วันนี้รถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้เป็นเพียงยานพาหนะ แต่เปรียบเสมือนคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่รวมเทคโนโลยีดิจิทัล ระบบควบคุมอัจฉริยะ แบตเตอรี่ มอเตอร์ไฟฟ้า และซอฟต์แวร์ไว้ด้วยกัน ช่างเทคนิคยุคใหม่ต้องมีความรู้ทั้งด้านวิศวกรรมไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ และ AI ดังนั้นการซ่อมบำรุงรถยนต์ในอนาคตจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง”

ปี 2569 ตั้งเป้าพัฒนาบุคลากร EV 200 คน ผ่าน 2 หลักสูตรสำคัญ

ปัจจุบันกระทรวงอุตสาหกรรมได้เตรียมผลักดันความร่วมมือกับกระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อร่วมกันยกระดับหลักสูตรการเรียนการสอนให้สอดรับกับความต้องการของอุตสาหกรรมยุคใหม่ โดยต่อยอดจากบทบาทของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ที่ได้เชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา และสถาบันวิจัยอยู่แล้ว

สำหรับในปีงบประมาณ 2569 ได้ตั้งเป้าพัฒนาบุคลากร EV 200 คน ผ่าน 2 หลักสูตรสำคัญ ได้แก่ หลักสูตรช่างติดตั้งและบำรุงรักษาสถานีอัดประจุไฟฟ้า และหลักสูตรช่างเทคนิคซ่อมบำรุงรถยนต์ไฟฟ้า มุ่งเสริมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี EV มาตรฐานความปลอดภัย การติดตั้งอุปกรณ์ และการซ่อมบำรุงตามมาตรฐานสากล ผ่านศูนย์อุตสาหกรรมภาคทั้ง 12 แห่งทั่วประเทศ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ผ่านการอบรมเข้าสู่การประเมินคุณวุฒิวิชาชีพในสาขายานยนต์ไฟฟ้าได้ต่อไป

ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี AI เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน

นอกจากนี้ยังมีอีกบทเรียนสำคัญจากจีนคือ การเร่งนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในทุกภาคส่วน ตั้งแต่ภาคการศึกษาไปจนถึงภาคธุรกิจ ซึ่งไทยจำเป็นต้องเร่งปรับตัวเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะการสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ให้เข้าใจและสามารถประยุกต์ใช้ AI ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ การวางแผนการตลาด การบริหารต้นทุน การจัดทำบัญชี และการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

“นักลงทุนรายใหญ่จำนวนมากมองเห็นศักยภาพของประเทศไทย ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่ง และบรรยากาศการลงทุนที่เอื้อต่อธุรกิจ สิ่งที่จะเป็นตัวตัดสินความสำเร็จในระยะยาวคือคุณภาพของกำลังคน หากเราสามารถสร้างแรงงานที่มีทักษะด้าน EV ดิจิทัล และ AI ได้เพียงพอ ไทยจะไม่ใช่แค่ฐานการผลิตรถยนต์ แต่จะก้าวสู่ศูนย์กลางเทคโนโลยีและนวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคตของภูมิภาคได้อย่างแท้จริง” นายวราวุธ กล่าวในที่สุด

ที่มา : กระทรวงอุตสาหกรรม

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้