X

เจาะลึกเทคโนโลยี REEV ต่อยอดความสำเร็จจาก JAECOO 6T REEV สู่ iCAUR V27 REEV

Last updated: 10 ก.ย. 2569  |  106 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เจาะลึกเทคโนโลยี REEV  ต่อยอดความสำเร็จจาก JAECOO 6T REEV สู่ iCAUR V27 REEV

เจาะลึกระบบ REEV เทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การเดินทางระยะไกลและประหยัดพลังงาน CHERY GROUP เตรียมรุกตลาดด้วยผลิตภัณฑ์หลากหลายรุ่น หลังประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามจากการแนะนำ JAECOO 6T REEV เข้าสู่ตลาดไทย ล่าสุดกำลังจะเปิดตัว iCAUR V27 REEV เร็วๆ นี้

CHERY GROUP เดินหน้านำเทคโนโลยี REEV (Range-Extended Electric Vehicle) เข้ามาให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสอย่างต่อเนื่อง โดยระบบ REEV สามารถขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% ควบคู่ไปกับเครื่องยนต์สันดาปขนาดเล็กทำหน้าที่เป็นเสมือนเครื่องปั่นไฟ เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าเข้าแบตเตอรี่ขณะขับขี่ ทำให้สามารถเดินทางระยะทางไกลกว่ารถยนต์ไฟฟ้า EV แบบปกติ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสถานีชาร์จ มอบความอิสระและความสะดวกสบายให้ผู้ขับขี่ ตอบโจทย์การใช้งานทั้งในเมืองและการเดินทางไกล ทั้งยังมอบประสบการณ์การขับขี่แบบรถไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ มาพร้อมการออกตัวที่ฉับไว  เงียบ และตอบสนองทันใจ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องข้อจำกัดด้านแบตเตอรี่และระยะทางอีกต่อไป 


CHERY GROUP ผู้นำและผู้บุกเบิกเทคโนโลยี REEV สำคัญของโลก

CHERY GROUP ได้เริ่มพัฒนารถยนต์ภายใต้เทคโนโลยี REEV ตั้งแต่ปี 2553 กับรุ่น Chery S18D ที่จำหน่ายในประเทศจีน และได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีนี้มาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีรถยนต์ที่ใช้ระบบ REEV หลากหลายรุ่น ในหลากหลายเซ็กเมนต์และเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายทั้งในประเทศจีนและในตลาดต่างประเทศ สำหรับประเทศไทย CHERY GROUP ได้แนะนำรถยนต์ REEV เข้าสู่ตลาดด้วยกันรวม 2 รุ่น ได้แก่ JAECOO 6T REEV และ iCAUR V27 REEV ที่กำลังจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในเดือนกันยายน 2569 รวมถึงยานยนต์ REEV รุ่นใหม่ ๆ ที่จะทยอยนำเข้าสู่ตลาดจากหลากหลายแบรนด์ภายใต้ CHERY GROUP อีกด้วย

เจาะลึกกลไกระบบ REEV จุดต่างที่ทำให้ขับสนุก อึด และเงียบราวขับรถไฟฟ้า

ระบบ REEV มีความโดดเด่นตรงที่มีการออกแบบเครื่องยนต์ให้ทำหน้าผลิตกระแสไฟฟ้า โดยในขณะที่แบตเตอรี่มีเพียงพอ จะสามารถขับขี่ด้วยระบบไฟฟ้า 100% ขณะเดินทางต่อเนื่องและแบตเตอรี่ต่ำ เครื่องยนต์จะทำงานและทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้า โดยมีระบบจัดการพลังงานอัตโนมัติที่จะส่งไฟฟ้าไปยังแบตเตอรี่เพื่อขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า หรือส่งไฟฟ้าไปยังมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อขับเคลื่อนรถตามแต่สถานการณ์ ทำให้สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ในรอบเครื่องยนต์ต่ำ ควบคู่กับการจัดการความร้อน ที่ช่วยลดทั้งความร้อนสะสมและแรงสั่นสะเทือนจากการทำงานของเครื่องยนต์ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงต่อความนุ่มนวลและความทนทานของระบบในระยะยาว


ที่สำคัญเทคโนโลยีนี้สามารถมอบสมรรถนะอันทรงพลัง แต่ยังคงความเงียบเสมือนการขับรถยนต์ไฟฟ้า โดยพลังงงานไฟฟ้าของระบบ REEV จะมาจาก 3 แหล่งสำคัญด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น การชาร์จพลังงานผ่านเครื่องยนต์ขยายระยะทาง การชาร์จพลังงานจากการเบรก และการเสียบปลั๊กเพื่อรับกระแสไฟฟ้าเข้าสู่แบตเตอรี่โดยตรง    


พฤติกรรมการเดินทางที่เปลี่ยนไป กับโจทย์ใหม่ของยานยนต์ไฟฟ้า

ผลสำรวจ Global Automotive Consumer Study ของ Deloitte ผู้ใช้รถยนต์ในประเทศไทยมีแนวโน้มเดินทางไกลมากขึ้นอย่างชัดเจน โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 4% เท่านั้น ที่ไม่ได้ขับรถจากบ้านไปไกลเกิน 100 กิโลเมตรในช่วงหนึ่งเดือนก่อนการสำรวจ ขณะที่กว่า 69% ขับรถจากบ้านระยะทางกว่า 100 กิโลเมตรอย่างน้อย 3 ครั้งต่อเดือน ในอีกด้านหนึ่ง แม้ผู้ขับขี่ในไทยจะเปิดรับรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ข้อมูลจาก Deloitte ระบุว่า 39% ของผู้ขับขี่มีความกังวลเกี่ยวกับระยะทางขับขี่ของรถยนต์ไฟฟ้าแบบ Battery Electric Vehicle (BEV) และ 46% ยังกังวลเกี่ยวกับความพร้อมของสถานีชาร์จสาธารณะ[1] ซึ่งยังเป็นอุปสรรคที่ทำให้ผู้บริโภคชาวไทยยังไม่ตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าแบบเต็มรูปแบบ

เทคโนโลยี REEV ทางเลือกที่มอบอิสระ ก้าวข้ามอุปสรรคของรถยนต์ไฟฟ้าอย่างชาญฉลาด

จากพฤติกรรมการเดินทาง และความกังวลที่ผู้บริโภคชาวไทยจำนวนมากมีต่อรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบัน CHERY GROUP ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยี REEV จึงเร่งผลักดันให้ REEVเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยได้อย่างตรงจุด นำเสนอประสบการณ์การขับขี่ที่คล่องตัวและไร้กังวลเรื่องระยะทาง ปัจจุบัน CHERY GROUP นำเทคโนโลยี REEV มาต่อยอดผ่านรถยนต์หลากหลายรุ่นในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น JAECOO 6T REEV ที่เหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวัน ด้วยระยะทางการวิ่งด้วยไฟฟ้าสูงสุดถึง 190 กิโลเมตร (รุ่น 2WD) และเป็นรถยนต์ REEV รุ่นแรกในไทยที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (รุ่น 4WD) ตอบโจทย์การขับขี่แบบออฟโรด พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ i-WD ที่สามารถสลับการทำงานระหว่างระบบขับเคลื่อนสองล้อและสี่ล้อโดยอัตโนมัติ และจัดสรรแรงบิดแบบเรียลไทม์ ให้กำลังสูงสุด 428 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 505 นิวตันเมตร และอัตราเร่ง 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 5.5 วินาที พร้อมโหมดการขับขี่ 9 รูปแบบ รองรับตั้งแต่การใช้งานในเมืองไปจนถึงเส้นทางที่มีความท้าทาย

JAECOO 6T REEV ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าชาวไทย ด้วยยอดส่งมอบสะสมมากกว่า 1,000 คัน และจะครบ 2,000 คันภายในเดือนกันยายนนี้ ตอกย้ำคุณภาพและความนิยมที่ผู้บริโภคชาวไทยมีต่อแบรนด์และเทคโนโลยี REEV ส่วน iCAUR V27 REEV ใช้เทคโนโลยี REEV ผสานกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ i-AWD ให้กำลังสูงสุด 455 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 505 นิวตันเมตร และสามารถเร่งจาก 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 6 วินาที ซึ่งจะเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยภายในเดือนกันยายนนี้ รวมถึงรถยนต์ REEV รุ่นใหม่จากหลากหลายแบรนด์ภายในเครือที่จะทยอยเปิดตัวอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย ตอกย้ำบทบาทของ CHERY GROUP ในฐานะผู้นำเทคโนโลยี REEV อย่างแท้จริง

นายเซดริก ซุย (Mr. Cedric Cui) ประธาน CHERY GROUP (ประเทศไทย) กล่าวว่า“CHERY GROUP บุกเบิกและพัฒนาเทคโนโลยี REEV มาอย่างต่อเนื่อง จนก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำด้านเทคโนโลยีนี้ในระดับโลก สำหรับประเทศไทย เราตั้งใจนำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญนี้มาต่อยอดผ่านรถยนต์หลากหลายรุ่นภายใต้ยนตรกรรมของแบรนด์ในเครือ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดยานยนต์พลังงานไฟฟ้าไทย เพราะเราเชื่อว่า REEV คือคำตอบที่ตอบโจทย์พฤติกรรมการเดินทางของคนไทยได้ดีที่สุด ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางไกลข้ามจังหวัด โดยที่ผู้ขับไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องระยะทางอีกต่อไป ทั้งนี้ CHERY GROUP จะเดินหน้าแนะนำผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ที่เป็นเทคโนโลยี REEV ภายใต้หลากหลายแบรนด์ในเครือสู่ตลาดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง



เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้