X

เลิกคิดว่าเป็นแค่ PICK UP EV! RIDDARA อัพเลเวลบุกตลาดรถกระบะเต็มตัว

Last updated: 11 ก.ย. 2569  |  16 จำนวนผู้เข้าชม  | 

 RIDDARA อัพเลเวลบุกตลาดรถกระบะเต็มตัว

เลิกมองแค่ตลาดปิกอัพไฟฟ้า! “RIDDARA ประกาศเข็มทิศใหม่ ปักหมุดตลาดรถกระบะไทยเต็มตัว” หลังทำยอดไต่ขึ้นอันดับ 4 ในตลาดปิกอัพดับเบิ้ลแค็บ 3 เดือนติด (มิ.ย. – ส.ค. 2569) เดินออกจากกรอบคิดเดิมที่เน้นทำตลาด “รถกระบะไฟฟ้า” มุ่งหน้าลงสนามใหญ่ ลุยตลาดรถกระบะไทยเต็มตัว

ถึงนาทีนี้ GEELY RIDDARA THAILAND มองว่า “พร้อมแล้วที่จะลุยเกมใหม่” การมีผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมตั้งแต่การใช้งานเชิงพาณิชย์ไปจนถึงไลฟ์สไตล์ EV ภายใต้แนวคิดที่ผสมผสานการใช้งานแบบรถกระบะ แต่สะดวกสบายแบบรถ SUV มีเทคโนโลยีการขับขี่ขั้นสูง สามารถใช้งานได้หลากหลาย ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ดี

ทิศทางต่อจากนี้ GEELY RIDDARA THAILAND จะเดินหน้าสร้างการรับรู้และประสบการณ์ร่วมกับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง พร้อมผลักดันให้รถกระบะพลังงานใหม่เข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานในวงกว้าง โดยการเจาะตลาดกลุ่มลูกค้าองค์กรทั้งของภาครัฐ เอกชน ลูกค้าบุคคล ผู้ประกอบการ รวมถึง SME

“เราไม่ได้ทำตลาดกระบะพลังงานใหม่เท่านั้น แต่จะทำให้รถพลังงานใหม่เป็น "ส่วนหนึ่งของวิวัฒนาการตลาดรถกระบะไทยในระยะยาว"” ริดดาราประกาศชัด



หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของ GEELY RIDDARA คือการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่  "ALL-NEW GEELY RIDDARA ECON L" ทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อและ ขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่งกระบะท้ายมีความยาวเพิ่มขึ้น 240 มิลลิเมตร  รวมความยาวเป็น 1,765 มิลลิเมตร ความจุกระบะท้ายเพิ่มขึ้นเป็น 1,380 ลิตร เทียบเท่ากับรถกระบะตอนเดียว หรือตอนครึ่งทั่วไป  รองรับน้ำหนักบรรทุกสูงสุด 1,235 กิโลกรัม เพื่อเพิ่มศักยภาพในการใช้งานและรองรับกลุ่มผู้ประกอบการเชิงพาณิชย์

และมีพื้นที่สำหรับผู้โดยสารแถวที่สองกว้างขวาง ซึ่งเป็นสิ่งที่รถกระบะแบบตอนครึ่งทั่วไปไม่มี ทำให้ผู้บริโภคได้รับทั้งความจุในการบรรทุก และความสะดวกสบายของผู้โดยสาร

ประเด็นสำคัญคือค่าใช้จ่ายด้านพลังงานต่อกิโลเมตรต่ำกว่ารถกระบะเครื่องยนต์สันดาปภายในทั่วไปถึง 20% ทำให้เป็นตัวเลือกที่ประหยัดสำหรับเจ้าของธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพและการลดต้นทุนในการดำเนินงาน

ส่วน NEW GEELY RIDDARA RD6 MY2026 ได้อัพเกรดเพื่อให้แตกต่างรุ่น RD6 และ ECON โดยมีกำลังขับ 315 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 595 นิวตันเมตร ระยะทางวิ่งสูงสุด 503 กิโลเมตร (NEDC) อัตราเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 4.5 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 190 กม./ชม. ติดตั้งกล้องมองรอบทิศทาง 540 องศา โหมดการขับขี่ 7 โหมด การขับขี่อัจฉริยะระดับ L2+ พร้อม ADAS 14 ฟังก์ชัน ที่มาพร้อมช่องจ่ายไฟขนาด 6 kW และประหยัดค่าใช้จ่ายเพียง 0.8-1 บาทต่อกิโลเมตร

ที่มา : GEELY RIDDARA THAILAND

ความท้าทายของ GEELY RIDDARA THAILAND จากผู้เล่นโหมดรถกระบะไฟฟ้าสู่ผู้ท้าชิงในจักรวาลรถกระบะ

การรักษาอันดับ 4 ในกลุ่มรถกระบะ 4 ประตู หรือ Double Cab ได้อย่างต่อเนื่องตลอด 3 เดือนที่ผ่านมาเกิดขึ้นท่ามกลางตลาดรถกระบะไทยที่มีการแข่งขันสูงและมีผู้เล่นดั้งเดิมที่แข็งแกร่ง

แต่การเลือกเปลี่ยนสนามแข่งขัน จากเดิมที่วัดกันในตลาดรถกระบะพลังงานใหม่ ซึ่งยังมีผู้เล่นไม่มาก ไปสู่ตลาดรถกระบะรวมที่ลูกค้าใช้เกณฑ์ตัดสินต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง “ไม่ใช่เรื่องง่าย” เพราะต้องเล่นในกติกาใหม่ ทั้งเรื่องความทนทาน เครือข่ายศูนย์บริการ อะไหล่ ความเชื่อมั่นด้านสินเชื่อ ราคาขายต่อ และความพร้อมทำงานทุกวัน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการที่รถหนึ่งคันไม่ใช่ของใช้ส่วนตัว แต่คือเครื่องมือทำมาหากิน

ในตลาดกระบะทั่วไป กลุ่มผู้นำยังเป็นกำแพงสูง Toyota Hilux และ Isuzu D-Max มีข้อได้เปรียบด้านฐานลูกค้า ความแพร่หลายของศูนย์บริการ อะไหล่ และราคาขายต่อ Ford Ranger ครองพื้นที่ของผู้ใช้ที่ให้ความสำคัญกับสมรรถนะ เทคโนโลยี และภาพลักษณ์การผจญภัย ส่วน Mitsubishi Triton วางตัวด้วยความสมดุลระหว่างการใช้งาน ความสามารถของระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ และความคุ้มค่า

RIDDARA ไม่ควรพยายามชนะทุกด้านในทันที แต่ควรชนะในโจทย์ที่คู่แข่งเดิมยังตอบได้ไม่เท่ากัน คือรถกระบะ 4 ประตูที่ช่วยลดต้นทุนพลังงาน ให้แรงบิดฉับไว และมีความเงียบสบายแบบรถยนต์นั่ง

อย่างไรก็ตาม คำว่า “อันดับ 4” ต้องอ่านให้ละเอียด เพราะเป็นอันดับในกลุ่มรถกระบะ 4 ประตูตามยอดจดทะเบียนสะสม ขณะที่หากนับยอดจดทะเบียนรถกระบะรวมทุกตัวถังในเดือนกรกฎาคม RIDDARA RD6 อยู่ลำดับ 5 ด้วย 409 คัน ตามหลัง Toyota Hilux, Isuzu D-Max, Ford Ranger และ Mitsubishi Triton ความต่างของฐานข้อมูลนี้ช่วยบอกความจริงว่า RIDDARA กำลังก้าวเข้าสู่กลุ่มท็อปไฟว์ ไม่ใช่ยึดตำแหน่งเหนือเจ้าตลาดทั้งตลาดแล้ว

สนามจริงของ RIDDARA คือทำอย่างไรให้ลูกค้าองค์กรเชื่อว่ารถหยุดใช้งานน้อย ซ่อมได้เร็ว อะไหล่พร้อม มีจุดชาร์จรองรับ และขายต่อได้ในมูลค่าที่คาดการณ์ได้ หากทำได้ การแข่งขันรถกระบะไทยจะเริ่มเปลี่ยนจากการเปรียบเทียบแรงม้าและส่วนลด ไปสู่การแข่งกันเรื่องต้นทุนต่อกิโลเมตร เวลาทำงานของรถ และคุณภาพชีวิตของผู้ขับ

คำถามคือลูกค้าธุรกิจไทยจะเริ่มคิดต้นทุนรถกระบะแบบเดียวกับที่คิดต้นทุนเครื่องจักรหรือไม่ หากคำตอบเริ่มเป็น “ใช่” RIDDARA ก็จะเขย่าเกณฑ์การแข่งขันของตลาดรถกระบะไทยทั้งตลาด

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้