Last updated: 15 ก.ย. 2569 | 88 จำนวนผู้เข้าชม |
บีโอไอ ส่งเสริมการลงทุน Battery & ESS ครอบคลุมการผลิตแบตเตอรี่ระดับเซลล์ โมดูล และแพ็ค รวมถึงแบตเตอรี่ EV และการจัดการแบตเตอรี่หลังหมดอายุการใช้งาน จำนวน 57 โครงการ มูลค่ารวม 36,500 บาท พร้อมเผยความคืบหน้าระบบกักเก็บพลังงาน ESS
การเติบโตของตลาด EV และ ESS มีบทบาทสำคัญในการทำให้โอกาสในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการผลิตแบตเตอรี่ใหม่ แต่กำลังขยายไปสู่การนำแบตเตอรี่กลับมาใช้ประโยชน์และการจัดการหลังหมดอายุการใช้งาน ทั้งนี้บีโอไอ ได้เปิดเผยข้อมูลเดือนสิงหาคม 2569 มีโครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนในกลุ่ม Battery & ESS จำนวน 57 โครงการ มูลค่ารวม 36,500 ล้านบาท
การส่งเสริมการลงทุนครอบคลุมตั้งแต่การผลิตแบตเตอรี่ระดับเซลล์ โมดูล และแพ็ค ไปจนถึงกิจการจัดการแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงานที่ไม่ใช้แล้ว รวมถึงการลงทุนทั้งศูนย์บริการซ่อมแบตเตอรี่ใช้แล้ว และกิจการนำแบตเตอรี่ EV หรือ Energy Storage ที่ไม่ใช้แล้วมาจัดชุดใหม่ (Repack) หรือนำกลับมาใช้ใหม่ (Reuse)
สำหรับแบตเตอรี่ EV ที่จะนำกลับมาใช้ใหม่ การเปลี่ยนจากแบตเตอรี่บนรถมาเป็นส่วนหนึ่งของระบบกักเก็บพลังงานไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ แต่ต้องผ่านการตรวจสภาพ ประเมินอายุการใช้งานที่เหลือ คัดแยกแบตเตอรี่ และติดตั้งระบบบริหารจัดการที่เหมาะสม เพื่อให้มั่นใจทั้งด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัย ดังนั้นการนำแบตเตอรี่กลับมาใช้ใหม่จึงต้องอาศัยทั้งเทคโนโลยี วิศวกรรม และมาตรฐานการจัดการที่เชื่อถือได้
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาได้มีการส่งเสริมการลงทุนเกี่ยวกับแบตเตอรี่ใช้แล้ว เช่น บริษัท จีเอซี เอนเนอร์ยี่ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งลงทุนศูนย์บริการซ่อมแบตเตอรี่ EV รองรับรถยนต์ AION ในประเทศไทย โดยรับแบตเตอรี่ที่ชำรุดจากการใช้งานมาตรวจสอบและวิเคราะห์สาเหตุ ก่อนซ่อมแซมเฉพาะส่วนที่เสียหาย แทนการเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ทั้งแพ็ค โดยมีกระบวนการตรวจสอบและรับรองคุณภาพและความปลอดภัยตามมาตรฐานที่กำหนด
ขณะเดียวกันการจัดการแบตเตอรี่ที่เหมาะสม นอกจากจะช่วยยืดอายุการใช้ประโยชน์จากแบตเตอรี่แล้ว ยังช่วยลดปริมาณของเสียและความต้องการใช้วัตถุดิบใหม่ รวมถึงนำวัสดุที่ยังมีคุณค่าหมุนเวียนกลับมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า สอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนและการพัฒนาอุตสาหกรรม EV ที่ตอบโจทย์การรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
ดังนันการส่งเสริมการลงทุนด้านการจัดการแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าหลังการใช้งาน จึงเป็นอีกส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบนิเวศ EV ของไทยให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยบีโอไอมุ่งส่งเสริมการลงทุนตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม ให้กิจกรรมต่าง ๆ เติบโตและเชื่อมโยงกัน ตั้งแต่การผลิตยานยนต์ แบตเตอรี่และชิ้นส่วนสำคัญ โครงสร้างพื้นฐานและบริการที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงการซ่อม การนำแบตเตอรี่กลับมาใช้ใหม่ และการรีไซเคิล เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของ Supply Chain และต่อยอดบทบาทของไทยในฐานะฐานการผลิตและส่งออกยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาค
จาก EV สู่ ESS: เส้นทางใหม่ของแบตเตอรี่ใช้แล้ว
เมื่อแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV มีประสิทธิภาพลดลงจนไม่เหมาะกับการใช้งานบนรถ หลายคนอาจเข้าใจว่าแบตเตอรี่เหล่านี้หมดอายุและต้องกลายเป็นของเสียที่รอเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล แต่ในความเป็นจริง การหมดหน้าที่บนรถไม่ได้หมายความว่าแบตเตอรี่จะหมดศักยภาพในการใช้งานทันที โดยทั่วไป แบตเตอรี่ EV จะเข้าสู่จุดพิจารณาปลดประจำการเมื่อความจุเหลือประมาณ 70–80% ของความจุเดิม แม้อาจไม่ตอบโจทย์การใช้งานในรถยนต์ที่ต้องการกำลังและประสิทธิภาพสูง แต่ยังสามารถนำไปใช้กับงานที่มีความต้องการกำลังน้อยกว่าได้ หากผ่านการตรวจสอบสภาพ ประเมินอายุการใช้งานที่เหลือ และจัดการด้านความปลอดภัยอย่างเหมาะสม
หนึ่งในทางเลือกที่กำลังได้รับความสนใจ คือการนำแบตเตอรี่เหล่านี้กลับมาใช้ใน ระบบกักเก็บพลังงาน หรือ Energy Storage System (ESS) ก่อนเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล ทำให้เส้นทางของแบตเตอรี่ไม่ได้สิ้นสุดลงพร้อมกับการใช้งานบนรถ แต่สามารถสร้างประโยชน์และมูลค่าได้ต่อไป
แบตเตอรี่ใช้แล้ว พัฒนาสู่ระบบกักเก็บพลังงาน
ESS คือระบบที่ทำหน้าที่กักเก็บพลังงานไว้เพื่อนำกลับมาใช้ในช่วงเวลาที่ต้องการ โดย ESS มีหลายรูปแบบ และระบบที่ใช้แบตเตอรี่ในการกักเก็บพลังงานเรียกว่า Battery Energy Storage System หรือ BESS ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้ได้ตั้งแต่บ้าน อาคาร โรงงาน และชุมชน ไปจนถึงโครงข่ายไฟฟ้าขนาดใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม มีความผันผวนตามสภาพอากาศ ระบบกักเก็บพลังงานจึงเข้ามาช่วยเก็บไฟฟ้าส่วนเกินไว้ใช้ในช่วงเวลาที่การผลิตและความต้องการใช้ไฟฟ้าไม่สอดคล้องกัน
สำหรับในประเทศไทยเริ่มมีการใช้งาน BESS ในภาคอุตสาหกรรมแล้ว เช่น GETZ บริษัทในกลุ่ม GPSC ติดตั้ง BESS ขนาด 2 MWh ที่โรงงาน Siam DENSO จังหวัดชลบุรี เพื่อกักเก็บไฟฟ้าจากระบบโซลาร์ขนาด 7.8 MW ไว้ใช้ในช่วงที่ไม่มีแสงอาทิตย์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานสะอาดและสนับสนุนเป้าหมายลดคาร์บอนของภาคอุตสาหกรรม
ล่าสุด บริษัท นูออโว พลัส จำกัด (Nuovo Plus) และบริษัท อีซียู ซี เทค จำกัด (ECUTEC) ได้ร่วมพัฒนาระบบกักเก็บพลังงาน NV3.0 สำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม โดยวางระบบให้สามารถต่อยอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี เพื่อรองรับการนำแบตเตอรี่ EV ที่ผ่านการใช้งานแล้วกลับมาใช้ในระบบกักเก็บพลังงานในอนาคต
ที่มา : บีโอไอ