Last updated: 3 ม.ค. 2569 | 137 จำนวนผู้เข้าชม |
แอปเรียกรถ Maxim ชี้แนวโน้มจัดส่งเดลิเวอรีปี 2025 จำนวนผู้ใช้บริการรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วประเทศเพิ่มขึ้นมากกว่า 90% สะท้อนให้เห็นว่าการเดินทางอย่างยั่งยืนกำลังก้าวขึ้นมาเป็นทางเลือกหลัก รถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมสูงสุดในการให้บริการ ได้แก่ Neta V 24.5% ถัดมาคือ MG4 EV 23.4% และ BYD Dolphin 14.8% ซึ่งมีต้นทุนการใช้งานต่ำ เหมาะสมกับการให้บริการในเขตเมือง และช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้แก่ผู้ให้บริการ ผลสำรวจพบว่าจังหวัดนครราชสีมาและอุดรธานี มีผู้ใช้บริการสูงสุด ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงมีสัดส่วนสูงถึง 64%
Maxim ประเทศไทย เปิดเผยแนวโน้มอุตสาหกรรมการเดินทาง และบริการจัดส่งเดลิเวอรีในปี 2025 พบว่าความต้องการใช้บริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผลสำรวจระบุว่าจำนวนผู้ใช้บริการรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วประเทศเพิ่มขึ้นมากกว่า 90% สะท้อนให้เห็นว่าการเดินทางอย่างยั่งยืนกำลังก้าวขึ้นมาเป็นทางเลือกหลักของผู้บริโภคในพื้นที่เปิดให้บริการรถยนต์ไฟฟ้า ได้แก่ เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ ขอนแก่น นครราชสีมา กรุงเทพมหานคร และอุดรธานี
การเติบโตของผู้ใช้บริการรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ไม่เพียงสะท้อนถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงผลักดันสำคัญต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในหลายพื้นที่ อาทิ การติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และการวางแผนเส้นทางที่เหมาะสมกับการให้บริการ EV นอกจากนี้ การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้ายังช่วยลดมลพิษทางอากาศและเสียง ลดต้นทุนด้านพลังงาน และเสริมสร้างภาพลักษณ์ของเมืองให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

จากผลสำรวจ พบว่าจังหวัดนครราชสีมาและอุดรธานีเป็นพื้นที่มีจำนวนผู้ใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า (EV) สูงที่สุด สะท้อนบทบาทของเมืองศูนย์กลางภูมิภาคในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่การเดินทางสีเขียว และการเป็นต้นแบบด้านโครงสร้างพื้นฐานการเดินทางที่สอดรับกับแนวโน้มยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศ ขณะเดียวกันในด้านโครงสร้างผู้ใช้บริการ พบว่า 64% เป็นผู้หญิง และ 36% เป็นผู้ชาย บ่งชี้ถึงความนิยมการเดินทางที่เงียบ สะดวกสบาย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน
รุ่นรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมสูงสุดในการให้บริการ ได้แก่ Neta V 24.5% ถัดมาคือ MG4 EV 23.4% และ BYD Dolphin 14.8% ซึ่งมีต้นทุนการใช้งานต่ำ เหมาะสมกับการให้บริการในเขตเมือง และช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้แก่ผู้ให้บริการ ทั้งนี้ความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นนั้นมีส่วนช่วยผลักดันการเติบโตของรายได้ สนับสนุนการขยายพื้นที่ให้บริการ และส่งเสริมความยั่งยืนให้แก่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการเดินทางและบริการจัดส่งเดลิเวอรี่
นายพงศ์พัฒน์ อักษราวรกานต์ กรรมการผู้จัดการ Maxim ประเทศไทย กล่าวว่า “Maxim ประเทศไทยมองว่าแนวโน้มการเติบโตของการเดินทางด้วยพลังงานไฟฟ้า ควบคู่กับการปรับตัวของอัตราค่าบริการ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมการเดินทางและการจัดส่งในอนาคต ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเมืองที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้โดยสาร และสร้างโอกาสทางรายได้ให้แก่ผู้ให้บริการในอุตสาหกรรมการเดินทางโดยรวม”
ที่ผ่านมา Maxim ประเทศไทย ได้ร่วมมือกับบริษัท ไทย ทีเอ็มโอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (Touch Car Rent) เดินหน้าโครงการนำร่อง “บริการเช่าแท็กซี่ไฟฟ้า (Taxi EV Rental)” เป็นครั้งแรกในจังหวัดนครราชสีมา นับเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ที่สนใจสมัครเป็นคนขับใหม่ รวมถึงคนขับพาร์ทเนอร์ ผ่านแพ็กเกจเช่าแท็กซี่ไฟฟ้าที่คุ้มค่า ยืดหยุ่น และมาพร้อมสิทธิประโยชน์รอบด้าน รองรับรูปแบบการทำงานยุคใหม่ และสนับสนุนระบบขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่17 พฤศจิกายน 2568
โครงการนำร่องนี้เปิดให้บริการแท็กซี่ไฟฟ้าจำนวน 20 คัน เพื่อให้ผู้ที่สนใจเป็นคนขับใหม่และคนขับพาร์ทเนอร์เข้าถึงรถไฟฟ้าคุณภาพสูงในราคาที่เหมาะสม รถทุกคันจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายเป็นรถยนต์รับจ้างบรรทุกผู้โดยสารไม่เกิน 7 คน (รย.6) เป็นการอำนวยความสะดวกให้ผู้เช่าไม่ต้องดำเนินการจดทะเบียนเอง นอกจากนี้ยังมาพร้อมประกันชั้นหนึ่งที่ครอบคลุมทั้งผู้ขับและผู้โดยสาร รวมถึงมีบริการรถสำรองในกรณีเกิดเหตุไม่คาดคิด โดยมีอัตราค่าเช่ารายวันอยู่ที่ 890 บาท
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้น Maxim ได้ขยายบริการรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในพื้นที่หาดใหญ่ เพื่อสนับสนุนการลดมลพิษทางอากาศ สร้างสภาพแวดล้อมเมืองที่สะอาด และเปิดโอกาสให้คนขับเลือกใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยบริการรถยนต์ไฟฟ้าของ Maxim ถูกออกแบบมาสำหรับผู้โดยสารที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและต้องการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได ออกไซด์ ออเดอร์แรกของการให้บริการที่หาดใหญ่ มาจากคนขับเพศชาย ใช้รถไฟฟ้า Neta V รุ่นผลิตในประเทศจีน ซึ่งรถยนต์ไฟฟ้ามีสมรรถนะในการวิ่งได้สูงสุดอยู่ที่ 384 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง