Last updated: 24 ก.พ. 2569 | 121 จำนวนผู้เข้าชม |
ส.อ.ท. เผย "ยอดขายรถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้า (BEV) มกราคม 2569 ทำสถิติยอดขายสูงสุดใหม่ที่ 31,859 คัน" คิดเป็น 43.09% ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้ว 353.90% สูงสุดตั้งแต่มีการบันทึกยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ดันยอดจดทะเบียนสะสมรถยนต์นั่งไฟฟ้าล้วน ณ วันที่ 31 มกราคม 2569 เพิ่มเป็น 312,957 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ถึง 85.93%
ไฮไลต์สำคัญ :

วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยตัวเลขการผลิต ยอดขาย และการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เดือนมกราคม 2569 ว่าผลิตรถยนต์ได้ 118,386 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.53 ผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้า 2,471 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 48.41 ผลิตรถกระบะไฟฟ้า 459 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 100 ขาย 73,936 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 53.74 ขายรถยนต์นั่งไฟฟ้า (BEV) 31,859 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 273.38 ขายรถกระบะไฟฟ้า 79 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1,875 ส่งออก 58,405 คัน ลดลงร้อยละ 6.28 ส่งออกรถยนต์นั่งไฟฟ้า 1,265 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 100 ส่งออกรถกระบะไฟฟ้า 59 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 100
การผลิต
จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม 2569 มีทั้งสิ้น 118,386 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2568 ร้อยละ 3.98 และเพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 10.53 เพราะผลิตรถยนต์นั่งเพื่อส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 46.56 และผลิตรถกระบะเพื่อขายในประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 153.57 รวมทั้งผลิตรถบรรทุกเพื่อขายในประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 76.18 ตามการลงทุนของภาคเอกชนในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 และผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชดเชยการนำเข้ามาขายในปี 2567 – 2568 เป็นปีแรกจากโครงการ EV 3.5
รถยนต์นั่ง เดือนมกราคม 2569 ผลิตได้ 41,535 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 16.30 โดยแบ่งเป็น
• รถยนต์นั่ง Internal Combustion Engine (ICE) มี 17,991 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 12.65
• รถยนต์นั่ง Battery Electric Vehicle (BEV) มี 2,471 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 48.41
• รถยนต์นั่ง Plug-in Hybrid Electric Vehicle (PHEV) มี 1,725 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 20.32
• รถยนต์นั่ง Hybrid Electric Vehicle (HEV) มี 19,348 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 21.58
รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนมกราคม 2569 ผลิตได้ทั้งหมด 75,468 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 6.89 โดยแบ่งเป็น
• รถกระบะบรรทุก 10,795 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 5.08
• รถกระบะดับเบิลแค็บ 50,834 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 11.53
• รถกระบะดับเบิลแค็บ BEV 459 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 100
• รถกระบะ PPV 13,380 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 9.29
ยอดขาย
ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนมกราคม 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 73,936 คัน ลดลงจากเดือนธันวาคม 2568 ร้อยละ 1.58 และ เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 53.77 เพิ่มขึ้นจากการเร่งส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าในโครงการ EV 3.0 ซึ่งสิ้นสุดลง 2568 รวมทั้งเริ่มผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชดเชยในอัตรา 2:1 ของโครงการ EV 3.5 ส่งผลยอดขายรถยนต์นั่งและรถ SUV เพิ่มขึ้นร้อยละ 76.2 และ 93.6 ตามลำดับ จากมกราคม 2568 แต่รถกระบะยังคงขายลดลงร้อยละ 5.5 จากมกราคม 2568 เพราะสถาบันการเงินยังเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ จากเศรษฐกิจในประเทศที่เติบโตในอัตราต่ำ กำลังซื้อของประชาชนยังคงอ่อนแอ
รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ มีจำนวน 55,960 คัน เท่ากับร้อยละ 75.69 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 83.21
• รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์สันดาปภายใน (ICE) 10,485 คัน เท่ากับร้อยละ 14.18 ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วที่ร้อยละ 12.24
• รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้า (BEV) 31,859 คัน เท่ากับร้อยละ 43.09 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วที่ร้อยละ 353.90 สูงสุดตั้งแต่มีการบันทึกยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย
• รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสมแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) 899 คัน เท่ากับร้อยละ 1.22 ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 6.84
• รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ REEV (Range-Extended Electric Vehicle) 63 คัน เท่ากับร้อยละ 0.09 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 100
• รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสม (HEV) 12,654 คัน เท่ากับร้อยละ 17.11 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 19.23
รถกระบะมีจำนวน 11,507 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 6.12 รถกระบะไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 79 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 1,875 รถกระบะ REEV ไม่มียอดจำหน่าย
การส่งออก
รถยนต์สำเร็จรูป
เดือนมกราคม 2569 ส่งออกได้ 58,405 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 6.28 ต่ำสุดตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2565 หรือรอบ 45 เดือน จากการเลิกผลิตรถยนต์นั่งบางรุ่นเพื่อส่งออก และความเข้มงวดในการนำเข้ารถยนต์ที่ไม่มีอุปกรณ์ช่วยขับในด้านความปลอดภัยรวมทั้งการเข้มงวดการปล่อยคาร์บอน ส่งผลให้ส่งออกรถยนต์ลดลงในตลาดเอเชีย ตลาดแอฟริกา ตลาดอเมริกาเหนือ ตลาดอเมริกากลางและอเมริกาใต้
ประเภทรถยนต์ส่งออกเดือนมกราคม 2569 แบ่งเป็น ดังนี้
• รถกระบะ 36,478 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 62.46 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 5.23
• รถกระบะ BEV 59 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 0.10 ของการส่งออกทั้งหมด ในปี 2568 ไม่มีการส่งออก
• รถยนต์นั่ง ICE 6,770 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 11.59 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2568ร้อยละ 48.52
• รถยนต์นั่ง BEV 1,265 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 2.17 ของการส่งออกทั้งหมด ในปี 2568 ไม่มีการส่งออกรถยนต์นั่ง BEV
• รถยนต์นั่ง HEV 6,711 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 11.49 ของการส่งออกทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 170.93
• รถ PPV 7,122 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 12.19 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 13.17
ข้อมูลจดทะเบียนที่ใช้เชื้อเพลิงต่างๆ เดือนมกราคม 2569 (เฉพาะ รย.1)
เดือนมกราคม 2569 มียานยนต์ใช้เชื้อเพลิงประเภทต่างๆ จำนวน 83,281 คัน โดยแบ่งเป็น
• ประเภทไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 40,442 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 48.56 สูงสุดตั้งแต่บันทึกมา
• ประเภทน้ำมันเบนซิน มีจำนวน 10,935 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 13.13
• ประเภทน้ำมันดีเซล มีจำนวน 12,760 มีสัดส่วนร้อยละ 15.32
• ประเภทน้ำมันผสมไฟฟ้า (HEV) มีจำนวน 17,164 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 20.61
• ประเภทน้ำมันผสมไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) มีจำนวน 1,975 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 2.37
ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท BEV เดือนมกราคม 2569
เดือนมกราคม 2569 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 45,668 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคมปีที่แล้วร้อยละ 210.43 โดยแบ่งเป็น
• รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 42,136 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 239.89 แยกเป็น รถยนต์นั่งจำนวน 40,443 คัน / รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คนจำนวน 1,674 คัน / รถยนต์บริการธุรกิจจำนวน 10 คัน / รถยนต์บริการทัศนาจรจำนวน 9 คัน
• รถกระบะ รถแวนมีทั้งสิ้น 73 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 128.13
• รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 3,379 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 49.32
• รถยนต์สามล้อมีทั้งสิ้น 7 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 100
• รถโดยสารมีทั้งสิ้น 3 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคมปีที่แล้วร้อยละ 50
• รถบรรทุกมีทั้งสิ้น 70 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคมปีที่แล้วร้อยละ 311.76
ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท HEV เดือนมกราคม 2569
เดือนมกราคม 2569 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (HEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 17,224 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคมปีที่แล้วร้อยละ 27.16 โดยแบ่งเป็น
• รถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 17,177 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 27.55 ส่วนใหญ่เป็นรถยนต์นั่ง มี 17,164 คัน
• รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 47คัน ลดลงจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 39.74
ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท PHEV เดือนมกราคม 2569
เดือนมกราคม 2569 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (PHEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 1,975 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคมปีที่แล้วร้อยละ 83.89 เป็นรถยนต์นั่งทั้ง 1,975 คัน
ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท BEV ณ วันที่ 31 มกราคม 2569
ณ วันที่ 31 มกราคม 2569 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท BEV มีจำนวนทั้งสิ้น 418,046 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 72.69 โดยแบ่งประเภทได้ ดังนี้
• รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 322,655 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 88.01
o รถยนต์นั่งมีจำนวน 312,957 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 85.93
o รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คนมีจำนวน 7,412 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 191.70
o รถยนต์บริการธุรกิจมีจำนวน 250 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 204.88
o รถยนต์บริการทัศนาจรมีจำนวน 305 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 82.63
o รถยนต์บริการให้เช่ามีจำนวน 5 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 66.67
o รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มีจำนวน 1,726 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 241.11
• รถกระบะและรถแวนมีจำนวน 1,613 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 79.22
• รถยนต์ 3 ล้อมีจำนวนทั้งสิ้น 1,049 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 3.15
o รถยนต์สามล้อส่วนบุคคลมีจำนวน 137 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 21.24
o รถยนต์รับจ้างสามล้อมีจำนวน 912 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 0.88
• รถจักรยานยนต์มีจำนวนทั้งสิ้น 88,523 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 36.53
o รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลมีจำนวน 88,395 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 36.59
o รถจักรยานยนต์สาธารณะมีจำนวน 128 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 6.67
• อื่นๆ
o รถโดยสารมีจำนวนทั้งสิ้น 2,885 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 3.37
o รถบรรทุกมีจำนวนทั้งสิ้น 1,321 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 44.53
ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท HEV ณ วันที่ 31 มกราคม 2569
ณ วันที่ 31 มกราคม 2569 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท HEV มีจำนวนทั้งสิ้น 621,949 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 28.79 โดยแบ่งประเภทได้ ดังนี้
• รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 611,915 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 29.23 แยกเป็นรถยนต์นั่ง 610,128 คัน รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารฯ 514 คัน
• รถกระบะและรถแวนมีจำนวน 1 คัน เท่ากับช่วงเวลาเดียวกันปี 2568
• รถจักรยานยนต์มีจำนวนทั้งสิ้น 10,031 คัน
ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท PHEV ณ วันที่ 31 มกราคม 2569
ณ วันที่ 31 มกราคม 2569 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท PHEV มีจำนวนทั้งสิ้น 83,301 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 29.66 โดยแบ่งประเภทได้ ดังนี้
• รถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 83,301 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 29.66
เป็นรถยนต์นั่ง 83,218 คัน
อ่านข่าวฉบับเต็มคลิก : https://www.fti.or.th/News/details?id=1200
ที่มา : สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)