Last updated: 18 พ.ค. 2569 | 143 จำนวนผู้เข้าชม |
AJA ประกาศเปลี่ยนผ่านธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า และ EV BIKE สู่ธุรกิจผู้ให้บริการด้านพลังงานสีเขียวและชีวิตอัจฉริยะ (Green Energy & Smart Living) ผ่านความร่วมมือบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก มุ่งสู่ระบบนิเวศยานยนต์ครบวงจรครอบคลุมทั้งยานยนต์ไฟฟ้า, ระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ สถานีอัดประจุและสลับแบตเตอรี่ และแพลตฟอร์มดิจิทัล พร้อเตรียมแผนดึงเงินลงทุนเบื้องต้นกว่า 200 ล้านหยวน
บริษัท เอเจ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) (AJA) ประกาศก้าวสำคัญด้วยการเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าและ EV BIKE สู่การเป็นผู้ให้บริการด้านพลังงานสีเขียวและชีวิตอัจฉริยะ (Green Energy & Smart Living) เต็มรูปแบบ ผ่านความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับรัฐวิสาหกิจชั้นนำของจีนและองค์กรในระดับ Fortune 500 เพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้แก่ระบบนิเวศพลังงานของภูมิภาคอาเซียน โดยความร่วมมือเชิงโครงสร้าง ผนึกกำลังพันธมิตรและนวัตกรรมชั้นสูง
ทั้งนี้ AJA ได้บรรลุข้อตกลงความร่วมมือเชิงลึกกับผู้นำอุตสาหกรรมระดับสากล เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันด้วยเทคโนโลยีที่เป็นเอกสิทธิ์ ดังต่อไปนี้
• Dongfeng Motor (Fortune 500): สนับสนุนบทบาทของ AJA ในการขยายตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะในไทย พร้อมแผนความร่วมมือศึกษาด้านการผลิตแบบ SKD ในอนาคต เพื่อยกระดับให้ประเทศไทยเป็นฐานยุทธศาสตร์ยานยนต์อัจฉริยะระดับภูมิภาค
• Wanxiang A123 (China 500): ผู้นำเทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) ระดับโลก เป็นความร่วมมือเพื่อจัดส่งอุปกรณ์แบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงที่ผ่านการรับรองมาตรฐานไทยให้แก่ AJA ขณะนี้อยู่ในระหว่างการพัฒนาความร่วมมือด้านเทคโนโลยีระบบบริหารจัดการพลังงาน (BMS) ร่วมกัน
• Boyang Energy (National High-Tech Enterprise): การสนับสนุนทีมงานจากนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำ นำโดย ดร.คัง โป่ เว่ย ร่วมสนับสนุนด้านเทคนิคและการบริหารจัดการงานวิศวกรรม (EPC) ครบวงจร โดยให้สิทธิทางการค้าเชิงยุทธศาสตร์แก่ AJA ในการรุกตลาดเครือข่ายพลังงานสะอาด
นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้ายกระดับระบบนิเวศการเดินทางอัจฉริยะร่วมกับ Guangdong Feierwei Technology Co., Ltd. (ผู้นำด้านการขับขี่อัจฉริยะระดับโลก, ลูกค้าหลักรวมถึง Spiro ผู้ให้บริการรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ในแอฟริกา): เตรียมพร้อมยกระดับระบบนิเวศการเดินทางอัจฉริยะ โดยมีการจัดส่งรถต้นแบบเพื่อเข้าสู่กระบวนการรับรองมาตรฐานของไทย และเตรียมแผนการขยายตัวสู่ตลาดในวงกว้าง
สำหรับความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม จากวิสัยทัศน์สู่การดำเนินงานจริงโครงการอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมและทยอยเข้าสู่ขั้นตอนการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมมีดังต่อไปนี้
• การก่อสร้างเครือข่าย กำลังจะดำเนินการก่อสร้างสถานีนวัตกรรมต้นแบบ ณ จุดยุทธศาสตร์สำคัญในกรุงเทพฯ และมีแผนขยายโครงข่ายสถานีอัดประจุและสลับแบตเตอรี่ (Charging & Swapping Station) ทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาว 4,000 แห่ง
• ความพร้อมด้านเทคโนโลยี มีอุปกรณ์หลัก อาทิ ระบบกักเก็บพลังงาน, อินเวอร์เตอร์ และโมดูลโซลาร์เซลล์ ได้ผ่านการพิจารณามาตรฐานและพร้อมสำหรับการเริ่มดำเนินการตามแผนงานที่วางไว้
• การก้าวกระโดดเชิงคุณภาพ โดยการมุ่งสู่ระบบนิเวศครบวงจรที่มีมูลค่ามหาศาล การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้ AJA ก้าวกระโดดสู่ธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตสูง (New S-Curve) ครอบคลุมทั้งยานยนต์ไฟฟ้า, ระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ และแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยมีแผนการดึงเงินลงทุนเบื้องต้นกว่า 200 ล้านหยวน เพื่อผลักดันขนาดสินทรัพย์และสร้างรูปแบบรายได้ที่หลากหลาย อาทิ ค่าบริการพลังงาน, การบริหารจัดการคาร์บอนเครดิต และการให้บริการข้อมูล ซึ่งจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่องค์กรอย่างยั่งยืนในอุตสาหกรรมพลังงานสีเขียวที่มีศักยภาพสูงในระดับภูมิภาค
ทั้งนี้ นายพิชัย ปัญจสังข์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AJA กล่าวทิ้งท้ายว่า “นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดของบริษัท เราได้วางรากฐานความร่วมมือทางยุทธศาสตร์และเตรียมความพร้อมด้านทรัพยากรไว้เพื่อก้าวสู่ระยะดำเนินการอย่างเต็มตัว เรามุ่งมั่นที่จะเติบโตร่วมกับพันธมิตรระดับโลก เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันและสร้างความสำเร็จที่มั่นคงในระยะยาว”
ที่มา: IR PLUS