X

จับตา Toyota ส่ง Hilux BEV บุกยุโรป! เมื่อเจ้าพ่อกระบะโลกเริ่มเอาจริงกับ EV

Last updated: 13 มิ.ย. 2569  |  141 จำนวนผู้เข้าชม  | 

Toyota ส่ง Hilux BEV บุกยุโรป

หลังจากปล่อยให้คู่แข่งเปิดตัวรถกระบะไฟฟ้านำหน้าไปพักใหญ่ ในที่สุด Toyota ก็เริ่มขยับตัวอย่างจริงจัง เมื่อเปิดตัว "Hilux BEV" รถกระบะไฟฟ้า 100% รุ่นแรกในประวัติศาสตร์ของตระกูล Hilux ลงสู่ตลาดยุโรปอย่างเป็นทางการ

การเปิดตัวครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่มทางเลือกใหม่ให้ลูกค้า แต่เป็นสัญญาณสำคัญว่าผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลกกำลังเริ่มเดินเกม EV ในตลาดรถกระบะอย่างจริงจัง

Toyota เริ่มทำตลาด Hilux BEV ในหลายประเทศยุโรป โดยมีสหราชอาณาจักร เบลเยียม และเนเธอร์แลนด์เป็นกลุ่มแรกที่ประกาศราคาอย่างเป็นทางการ ราคาจำหน่ายอยู่ในระดับประมาณ 57,000-73,000 ยูโร หรือราว 2.6-2.8 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนชัดว่า Toyota ไม่ได้วางตำแหน่งให้เป็นรถกระบะไฟฟ้าราคาประหยัด แต่เป็นรถใช้งานเชิงพาณิชย์ระดับมืออาชีพสำหรับองค์กรและธุรกิจที่ต้องการลดการปล่อยคาร์บอน

สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้จะเปิดตัวรถกระบะไฟฟ้าเต็มรูปแบบ แต่ Toyota ไม่ได้เดินตามแนวทางของผู้ผลิตหลายรายที่มุ่งสู่ EV เพียงอย่างเดียว

ตรงกันข้าม Hilux ใหม่กลับกลายเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุดของกลยุทธ์ "Multi-path Way" หรือการเดินหลายเส้นทางพร้อมกันของ Toyota

ในไลน์อัพใหม่ ลูกค้าสามารถเลือกได้ตั้งแต่เครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร รุ่น Hybrid 48V แบบ Mild Hybrid, รุ่นไฟฟ้า 100% Hilux BEV และในอนาคตยังมีแผนเปิดตัว Hilux Fuel Cell พลังงานไฮโดรเจนภายในปี 2028 อีกด้วย

พูดง่ายๆ คือ Toyota กำลังเดิมพันกับทุกเทคโนโลยีที่เป็นไปได้ แทนที่จะเลือกข้างใดข้างหนึ่ง

แต่ถึงอย่างนั้น ดาวเด่นตัวจริงของงานยังคงเป็น Hilux BEV

นี่คือรถยนต์ไฟฟ้าแบบ Body-on-Frame รุ่นแรกของ Toyota ซึ่งถือเป็นโจทย์ทางวิศวกรรมที่ท้าทายกว่ารถ SUV หรือรถเก๋ง EV ทั่วไปอย่างมาก เพราะต้องรักษาความแข็งแกร่ง ความสามารถในการบรรทุก และสมรรถนะออฟโรดเอาไว้ให้ได้

Toyota จึงออกแบบระบบขับเคลื่อนใหม่ทั้งหมด โดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ eAxle หน้า-หลัง พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา (Permanent AWD) และติดตั้งแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 59.2 kWh ไว้ภายในโครงสร้างเฟรมโดยตรง



แม้ระยะทางวิ่งสูงสุดตามมาตรฐาน WLTP จะอยู่ที่ประมาณ 257 กิโลเมตร แต่ Toyota มองว่ากลุ่มเป้าหมายหลักคือองค์กรและธุรกิจที่ใช้งานในพื้นที่จำกัด เช่น สนามบิน ท่าเรือ งานก่อสร้าง หรือพื้นที่อุตสาหกรรม ซึ่งต้องการความน่าเชื่อถือมากกว่าระยะทางวิ่งระดับ 500-600 กิโลเมตรแบบรถ EV ทั่วไป

สิ่งที่น่าประทับใจคือ Toyota พยายามรักษา DNA ของ Hilux เอาไว้เกือบครบทุกด้าน

รถยังสามารถลุยน้ำลึกได้ 700 มิลลิเมตร มีมุมไต่ 29 องศา มุมจาก 24 องศา ลากจูงได้สูงสุด 1.6 ตัน และรองรับน้ำหนักบรรทุกกว่า 700 กิโลกรัม



กล่าวอีกนัยหนึ่ง Toyota ต้องการให้ลูกค้ามองว่านี่คือ "Hilux ที่ใช้ไฟฟ้า" มากกว่า "EV ที่มีหน้าตาเหมือน Hilux"

หากมองในเชิงการแข่งขัน Toyota กำลังก้าวเข้าสู่สมรภูมิที่เริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ในตลาดโลกมีทั้ง Ford F-150 Lightning, Chevrolet Silverado EV, GMC Sierra EV, Rivian R1T รวมถึงรถกระบะไฟฟ้าจากจีนอย่าง Radar RD6 ที่เริ่มขยายตลาดนอกประเทศ

อย่างไรก็ตาม Toyota เลือกเล่นคนละเกม

ขณะที่ผู้ผลิตอเมริกันแข่งขันกันด้วยแรงม้า ระยะทางวิ่ง และอัตราเร่ง Toyota กลับขายเรื่องคุณภาพ ความทนทาน และต้นทุนการใช้งานระยะยาว ซึ่งเป็นจุดแข็งที่สร้างชื่อให้ Hilux มาตลอดหลายทศวรรษ

ส่วนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะประเทศไทย คู่แข่งที่ Toyota ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดอาจไม่ใช่ค่ายจีน แต่คือ Isuzu

ปัจจุบัน Isuzu D-Max EV เริ่มเดินหน้าผลิตเพื่อส่งออกยุโรปแล้ว และถือเป็นหนึ่งในโครงการรถกระบะไฟฟ้าที่มีความคืบหน้ามากที่สุดของภูมิภาค

นั่นทำให้คำถามสำคัญในวันนี้ไม่ใช่ "Toyota จะทำรถกระบะไฟฟ้าหรือไม่"

แต่คือ "Toyota จะผลิต Hilux BEV ที่ไหน"

หากมองจากโครงสร้างอุตสาหกรรมในปัจจุบัน ประเทศไทยถือเป็นฐานการผลิต Hilux ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และเป็นศูนย์กลางการส่งออกกระบะของ Toyota มายาวนานหลายสิบปี

ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ไม่น้อยที่ประเทศไทยอาจกลายเป็นฐานการผลิต Hilux BEV ในอนาคต โดยเฉพาะหากความต้องการในยุโรปเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แม้ Toyota ยังไม่ประกาศแผนดังกล่าวอย่างเป็นทางการ แต่การมีซัพพลายเชนรถกระบะครบวงจร โรงงานขนาดใหญ่ และประสบการณ์ส่งออกไปกว่า 100 ประเทศ ถือเป็นข้อได้เปรียบที่หาได้ยากในภูมิภาคนี้

หากตลาดรถกระบะไฟฟ้าเริ่มเติบโตจริง Toyota Hilux BEV ก็มีโอกาสสูงที่จะกลายเป็นโปรเจกต์ EV ระดับโลกอีกหนึ่งโครงการที่ใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญ


อ้างอิง : ข้อมูลเปิดตัว Hilux เจเนอเรชันที่ 9 ของเว็บไซต์ Toyota Europe Newsroom

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้