Last updated: 3 ต.ค. 2569 | 114 จำนวนผู้เข้าชม |
กรมการขนส่งทางบกอัพเดตยอดจดทะเบียนสะสมรถยนต์ทุกชนิดเชื้อเพลิงในไทย ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 ว่ามีรถจดทะเบียนสะสมทั้งหมด 46,172,123 คัน ในจำนวนนี้เป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน หรือ รย.1 กว่า 12,859,959 คัน และเป็น "รถไฟฟ้าแบตเตอรี่ 100% หรือ BEV 434,899 คัน" สะท้อนว่า BEV เริ่มมีน้ำหนักในฐานข้อมูลรถยนต์นั่งแล้ว แต่ยังอยู่ในช่วงสร้างวอลุ่ม โดยคิดเป็น 3.38% ของรถยนต์นั่ง รย.1 ทั้งหมด
ในกลุ่มรถยนต์นั่งที่ใช้ระบบไฟฟ้าทุกรูปแบบ (xEV) มี 1,254,118 คัน หรือ 9.75% ของฐานรถยนต์นั่ง แยกเป็น HEV 722,131 คัน, BEV 434,899 คัน และ PHEV 97,088 คัน ดังนั้น HEV ยังเป็นกำลังหลักของรถยนต์นั่งไฟฟ้าในเชิงฐานสะสม คิดเป็น 57.6% ขณะที่ BEV มีสัดส่วน 34.7% และ PHEV 7.7%
รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ณ วันที่ 30 กันยายน 2569
ระบบขับเคลื่อน / ยอดสะสม (คัน) / สัดส่วนต่อรถยนต์นั่งทั้งหมด
HEV : 722,131 / 5.62%
BEV : 434,899 / 3.38%
PHEV : 97,088 / 0.75%
รวมรถยนต์นั่งระบบไฟฟ้า : 1,254,118 / 9.75%
รถยนต์นั่งทั้งหมด : 12,859,959 / 100.00%

เปรียบเทียบ BEV กับรถยนต์นั่ง ICE โดยตรง
หากรวมรถเบนซิน ดีเซล LPG CNG และเชื้อเพลิงสันดาปผสมตามรหัสในตาราง จะมีรถยนต์นั่ง ICE สะสม 11,603,153 คัน เทียบกับ BEV 434,899 คัน หรือ BEV มีขนาดราว 3.75% ของฐาน ICE และ ICE ยังมีจำนวนมากกว่า BEV ราว 26.7 เท่า
ถ้าดูเพียงตัวเลขรถยนต์เบนซินและดีเซล ซึ่งเป็นแกนหลักของตลาด ICE จะมีรวม 11,138,139 คัน ตัวเลขนี้ตอกย้ำว่า ตลาดรถใหม่อาจเห็นตัวเลขของ BEV โดดเด่นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แต่การเปลี่ยนโครงสร้าง “รถบนถนน” ต้องใช้เวลา เพราะฐานเดิมมีขนาดใหญ่และรถ ICE มีการใช้งานได้นาน
ในภาพรวมรถทุกประเภท ประเทศไทยมีรถไฟฟ้า 100% สะสม 562,029 คัน ขณะที่ HEV ทุกประเภทรวม 734,831 คัน และ PHEV ทุกประเภทรวม 97,183 คัน รวมรถระบบไฟฟ้า 1,394,043 คัน หรือประมาณ 3.02% ของรถจดทะเบียนทั้งหมด
ตาราง: รถจดทะเบียนสะสมทุกประเภท แยกตามกลุ่มเชื้อเพลิง
กลุ่มเชื้อเพลิง/ระบบ / ยอดสะสม (คัน)

10 จังหวัดที่มีรถยนต์นั่ง BEV สะสมสูงสุด
ข้อมูลที่ระบุชื่อจังหวัดชี้ว่า เชียงใหม่เป็นผู้นำที่ 17,002 คัน ตามด้วยชลบุรี 12,464 คัน และสงขลา 8,422 คัน
อันดับ / จังหวัด / BEV (คัน)