X

ถอดรหัส IAA 2026: ยุโรปจะแก้ปัญหาไฟไม่พอ และทำเงินจากสถานีชาร์จรถบรรทุกไฟฟ้าได้อย่างไร?

Last updated: 26 ต.ค. 2569  |  91 จำนวนผู้เข้าชม  | 

Kehua’s integrated PV-ESS-Charging solution

"ข้อมูลเชิงลึกจากงาน IAA TRANSPORTATION 2026" งานใหญ่ด้านการขนส่งซึ่งจัดขึ้นที่เยอรมนีเมื่อเดือนกันยายน 2026 ที่ผ่านมา ส่งสัญญาณชัดเจนว่า "รถบรรทุกไฟฟ้าขนาดใหญ่กำลังจะเปลี่ยนจากการวิ่งระยะทางสั้น ๆ ในพื้นที่ มาวิ่งขนส่งทางไกลข้ามเมืองกันแล้ว" ทำให้สถานีชาร์จต้องเปลี่ยนตาม จากเดิมที่แค่มีให้ชาร์จก็พอ ตอนนี้ต้องชาร์จได้แรงขึ้น เพื่อให้แบตเตอรี่เต็มไว และมีความคุ้มค่าในระยะยาว น่าติดตามว่ายุโรปจะก้าวข้ามปัญหา และทำเงินจากสถานีชาร์จรถบรรทุกไฟฟ้าได้อย่างไร? 

เรื่องนี้เริ่มต้นมาจากเทคโนโลยีรถบรรทุกไฟฟ้าที่เก่งขึ้น เช่น รถบรรทุกของ Volvo รุ่นใหม่วิ่งได้ไกลถึง 700 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ส่วนของ Renault Trucks วิ่งได้ 660 กิโลเมตร

จากข้อมูลการวิ่งจริงของรถบรรทุก 70,000 คันทั่วยุโรปพบว่า รถบรรทุกไฟฟ้ารุ่นใหม่ ๆ ตอบโจทย์การทำงานในแต่ละวันได้ถึง 80% และถ้าคนขับแวะชาร์จด่วนตอนจอดพัก 45 นาทีตามกฎหมาย ตัวเลขจะขยับเพิ่มเป็น 90% ทันที พอรถวิ่งได้ไกลขึ้นและชาร์จไวขึ้น รถบรรทุกไฟฟ้าจึงเริ่มใช้งานขนส่งทางไกลได้จริง ๆ

แต่พอรถวิ่งได้ไกลและแบตใหญ่ขึ้น สถานีชาร์จก็ต้องรับศึกหนักตามไปด้วย

ในงานนี้ ค่ายรถยักษ์ใหญ่ต่าง ๆ ร่วมมือกันโชว์ตัว "ระบบชาร์จพลังแรงสูงระดับเมกะวัตต์ (เรียกว่าระบบ MCS)" ที่ช่วยให้ชาร์จรถบรรทุกไฟฟ้าคันใหญ่เต็มได้ในเวลาสั้น ๆ ช่วงที่คนขับจอดพัก คาดกันว่ายุโรปต้องมีจุดชาร์จไวแบบนี้ถึง 35,000 จุดภายในปี 2030

แต่ข้อมูลล่าสุดในปี 2026 ทั่วยุโรปกลับมีสถานีชาร์จรถใหญ่ที่แรงพอ (350 kW ขึ้นไป) อยู่แค่ 730 แห่งเท่านั้น แปลว่ายังต้องสร้างเพิ่มอีกมหาศาล

ขณะเดียวกัน ฝั่งกฎหมายของสหภาพยุโรปก็มีคำสั่งเร่งให้ขยายเครือข่ายนี้ โดยกำหนดว่าภายในปี 2030 บนถนนเส้นหลัก สถานีชาร์จรถใหญ่ต้องมีทุก ๆ 60 กิโลเมตร ทั้งขาไปและขากลับ และแต่ละสถานีต้องจ่ายไฟรวมกันได้อย่างน้อย 3.6 MW

พอมีกฎออกมาแบบนี้ โจทย์สำคัญของคนทำธุรกิจสถานีชาร์จในยุโรปจึงไม่ใช่แค่ "จะสร้างกี่ที่" แต่คือ "จะหาไฟฟ้าแรงสูงจากไหนมาจ่ายให้รถพอ โดยที่ต้นทุนไม่บานปลายและทำแล้วได้กำไรดี"

จากสถานีชาร์จไฟแรง สู่การทำธุรกิจให้ได้กำไรจริง

สำหรับคนทำธุรกิจสถานีชาร์จ การสร้างเสร็จไม่ได้แปลว่าจะรวยทันที เพราะรถบรรทุกมักจะแห่มาเข้าชาร์จพร้อม ๆ กันในบางช่วงเวลา ถ้าไฟในพื้นที่นั้นไม่พอ ก็ไม่สามารถชาร์จรถหลายๆคันพร้อมกันให้เต็มไวได้ ครั้นจะรอให้การไฟฟ้ามาขยายสายไฟหรือเพิ่มขนาดหม้อแปลงให้ ก็ต้องจ่ายเงินก้อนโตและรอนานมาก นอกจากนี้ ปริมาณรถที่เข้ามา พฤติกรรมการชาร์จ และราคาค่าไฟที่ขึ้น ๆ ลง ๆ ในแต่ละวัน ล้วนส่งผลต่อกำไรของสถานีทั้งสิ้น

ดังนั้น การจะเลือกทำเลตั้งสถานีชาร์จรถใหญ่ จึงต้องดูจากเส้นทางที่รถวิ่งกันจริง ๆ เหมือนตัวอย่างในประเทศจีนที่เขาทำสำเร็จ โดยสร้างสถานีชาร์จตามท่าเรือ เหมืองแร่ หรือศูนย์โลจิสติกส์ โดยใช้วิธีไปจับมือเป็นพันธมิตรระยะยาวกับบริษัทรถขนส่งไว้ก่อน พอรู้แน่นอนว่าจะมีรถเข้ามาชาร์จวันละกี่คัน ธุรกิจก็มั่นคงและคาดการณ์รายได้ง่ายขึ้น แล้วค่อยนำระบบจัดการพลังงานกับเทคโนโลยีชาร์จอัจฉริยะเข้ามาช่วยบริหารไฟที่มีอยู่จำกัดให้คุ้มที่สุด

รวมร่าง "โซลาร์เซลล์ + แบตเตอรี่ + ที่ชาร์จ" แก้ปัญหาไฟไม่พอ

พอรู้ยอดรถที่แน่นอนแล้ว ปัญหาต่อไปคือ "ไฟจากการไฟฟ้าฯ" มักจะจ่ายให้ไม่พอขยายสถานี บริษัท "Kehua" จึงเสนอทางออกด้วย "โซลูชันแบบ 3-in-1" คือ เอาแผงโซลาร์เซลล์ ระบบกักเก็บพลังงาน (แบตเตอรี่) และหัวชาร์จมารวมไว้ด้วยกัน ในพื้นที่ที่แดดดี ๆ ตัวแบตเตอรี่จะช่วยจ่ายไฟเสริมให้ตอนที่รถแห่มาชาร์จพร้อมกันเยอะ ๆ เพื่อไม่ให้ดึงไฟจากโครงข่ายของการไฟฟ้ามากเกินไป ส่วนโซลาร์เซลล์ก็ช่วยผลิตไฟฟรีจากแสงแดดมาใช้ในสถานี

บวกกับค่าไฟในยุโรปนั้นราคาแกว่งขึ้นลงตลอดเวลา ถ้าผู้ประกอบการรู้ตารางรถเข้า รู้ปริมาณไฟในแบตเตอรี่ และบริหารสัญญาซื้อค่าไฟดี ๆ ก็จะเลือกซื้อไฟสะสมไว้ตอนราคาถูก แล้วนำมาใช้ชาร์จรถตอนไฟแพงได้ ช่วยเซฟเงินค่าไฟไปได้มหาศาลโดยไม่กระทบตารางวิ่งรถ อย่างไรก็ตาม วิธีนี้จะคุ้มมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับค่าไฟ ทรัพยากรแดด และต้นทุนแบตเตอรี่ของแต่ละพื้นที่ ซึ่งต้องคำนวณเป็นราย ๆ ไป

จัดสรรไฟอย่างชาญฉลาด ช่วยลดเวลาชาร์จ

ในตอนที่ไฟจากโครงข่ายไฟฟ้ามีจำกัด การแบ่งเค้กหรือกระจายไฟให้รถแต่ละคันอย่างมีประสิทธิภาพจึงสำคัญมาก Kehua ได้พัฒนา "ระบบชาร์จขนาด 800kW" ที่สามารถอัปเกรดความแรงเพิ่มเป็น 1.6 MW ได้ (โดยการต่อตู้จ่ายไฟสองตู้ขนานกัน) และใช้ได้กับหัวชาร์จทุกแบบทั้ง CCS และ MCS

ระบบนี้มีสมองกลอัจฉริยะคอยคำนวณว่า รถคันไหนต้องการไฟมากน้อยแค่ไหน แล้วดึงไฟที่มีอยู่ไปแบ่งให้รถแต่ละคันอย่างเหมาะสม แถมยังช่วยลดการสูญเสียพลังงานในระบบระหว่างแปลงไฟ ทำให้ใช้ไฟทุกหน่วยได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

ประโยชน์ที่คนขับรถบรรทุกจะได้รับคือ ต่อให้เลี้ยวเข้ามาพร้อมกันหลายคัน สถานีก็จ่ายไฟเฉลี่ยให้ได้อย่างฉลาด ช่วยให้ชาร์จเสร็จไว ไม่ต้องจอดแช่นาน รถหมุนเวียนได้เร็ว ส่วนเจ้าของสถานี พอระบบจ่ายไฟได้ดี มีประสิทธิภาพ และมีคนมาใช้บริการมากขึ้น ก็จะคืนทุนไวและได้กำไรมากขึ้น

ในโครงการที่ทำเลดีและเหมาะสม โซลูชันของ Kehua สามารถช่วยดันกำไรโดยรวมของสถานีชาร์จให้เพิ่มขึ้นได้ถึงประมาณ 30% เลยทีเดียว (ทั้งนี้ต้องประเมินจากสภาพหน้างานจริงประกอบด้วย)

สรุปก็คือ เมื่อรถบรรทุกไฟฟ้าเริ่มวิ่งกันระยะทางไกลข้ามเมือง การแข่งขันของธุรกิจสถานีชาร์จในยุโรปจะไม่ใช่แค่แข่งกันที่ "ความแรงของตู้ชาร์จ" อีกต่อไป แต่จะวัดกันที่ ความสามารถในการหาแหล่งไฟ การแบ่งไฟอย่างฉลาด และการบริหารสถานีโดยรวม ใครที่หาลูกค้าประจำได้ก่อน ผสมผสานพลังงานแสงอาทิตย์กับแบตเตอรี่กักเก็บไฟมาใช้ร่วมกับระบบจัดการอัจฉริยะได้ คนนั้นจะสามารถบริการชาร์จรถได้ไว ควบคุมต้นทุนได้อยู่หมัด และเปลี่ยนธุรกิจชาร์จรถบรรทุกไฟฟ้าให้เป็นขุมทองที่ทำกำไรได้อย่างยั่งยืน

เกี่ยวกับ Kehua

ด้วยประสบการณ์ 38 ปีในด้านอิเล็กทรอนิกส์กำลัง Kehua ยังคงพัฒนาเทคโนโลยีการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง และได้พัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุม ได้แก่ โมดูลการชาร์จที่มีความน่าเชื่อถือสูง เครื่องชาร์จ DC แบบครบวงจร ระบบชาร์จแบบแยกส่วนกำลังสูง โซลูชันการชาร์จระดับเมกะวัตต์ และโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์–ระบบกักเก็บพลังงาน–การชาร์จแบบบูรณาการ

ข้อมูลติดต่อ :

เว็บไซต์: www.kehuasz.com

อีเมล: info@kehuasz.com

 

ที่มา : Kehua

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้