Freelander เปิดตัวใหม่ในฐานะ “แบรนด์อิสระ” ที่โฟกัสเฉพาะ “New Energy Vehicle” พัฒนาแพลตฟอร์มใหม่ที่รองรับ BEV / PHEV รวมทั้ง EREV ไฮไลต์คือการจับมือกับ CATL พัฒนาแบตเตอรี่เฉพาะทางสำหรับ SUV EV สายลุย ที่มีจุดเด่นคือเทคโนโลยีการชาร์จระดับ 6C รองรับการชาร์จระดับ ultra-fast charge สูงสุด 360kW เป็นการชาร์จเร็วระดับ top-tier ของตลาด
ย้อนกลับไปในปี 1997 Freelander คือ SUV แบบ monocoque รุ่นแรกของ Land Rover ที่ทำให้รถลุยกลายเป็นรถที่ “คนทั่วไปเข้าถึงได้ง่าย” และกลายเป็น SUV ที่ขายดีที่สุดในยุโรปหลายปีติดต่อกัน แต่ในปี 2026 ชื่อนี้กลับมาอีกครั้ง ไม่ใช่ในฐานะ “รุ่นรถ” แต่ในฐานะ “แบรนด์ EV ใหม่ทั้งแบรนด์”
การกลับมาครั้งนี้ของ “ฟรีแลนเดอร์” เกิดจากความร่วมมือระหว่าง Chery และ Jaguar Land Rover ซึ่งไม่ใช่แค่การร่วมทุนกันธรรมดา แต่เป็นการ “รีเซ็ตแบรนด์” ใหม่ทั้งหมด โดย Freelander ถูกจับแยกออกจาก portfolio เดิมของ JLR (Range Rover, Defender, Discovery, Jaguar) และตั้งเป็นแบรนด์อิสระที่โฟกัสเฉพาะรถพลังงานใหม่ “New Energy Vehicle”
Concept 97 “Electric Intelligent Off-road SUV” : มากกว่าคอนเซ็ปต์ แต่คือ Blueprint ของอนาคตชื่อ “97” ไม่ได้ตั้งขึ้นมาเท่ ๆ แต่มันคือการอ้างอิงถึงปี 1997 ปีที่ Freelander รุ่นแรกถือกำเนิด Concept 97 จึงเป็นเหมือน “สะพานเชื่อม” ระหว่างอดีตกับอนาคต และที่สำคัญ มันคือรถที่ “พร้อมผลิตจริง” เร็วๆนี้
แพลตฟอร์มที่รองรับทุกพลังงาน แต่โฟกัส EV เต็มตัวFreelander พัฒนาแพลตฟอร์มใหม่ที่รองรับ BEV (ไฟฟ้าล้วน) PHEV รวมทั้ง EREV (Range Extender) ไฮไลต์คือ 800V High-Voltage Architecture ที่ชาร์จได้เร็วระดับ ultra-fast charge ช่วยลด heat loss และรองรับสมรรถนะระดับสูง
แบตเตอรี่ถูกออกแบบเพื่อให้ “ลุย” ได้ ไม่ใช่แค่ “วิ่งไกล”Freelander จับมือกับ CATL พัฒนาแบตเตอรี่เฉพาะทางสำหรับ SUV สายลุย ที่มีจุดเด่นคือ เป็นเทคโนโลยีการชาร์จระดับ 6C รองรับการชาร์จสูงสุด 360kW เป็นการชาร์จเร็วระดับ top-tier ของตลาด
- โครงสร้าง CTP Gen 3 (Cell-to-Pack) ทำให้ลดน้ำหนักได้มาก และเพิ่มความแข็งแรง
- Non-thermal propagation ป้องกันการลามไฟ
- เคลือบ FD Polymer และติดตั้งแผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถ
Boxy ดีไซน์ DNA ที่ไม่ได้มาเพื่อความเท่ แต่เพื่อการลุยภาพรวมของ Concept 97 คือ SUV ทรงเหลี่ยม (boxy) ที่ชัดเจนว่าได้รับแรงบันดาลใจจาก Defender รุ่นดั้งเดิม โดยมีองค์ประกอบสำคัญ คือ ไฟหน้าเหลี่ยมที่เป็น signature เส้นสายรอบคันตรง แข็งแรง และโลโก้ Freelander ขนาดใหญ่ด้านหน้าและท้าย
แต่สิ่งที่สำคัญกว่าความสวยคือ “ฟังก์ชั่น” ดีไซน์แบบนี้ช่วยเพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานสไตล์ออฟโรดครบทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น มุมไต่ (Approach angle) มุมจาก (Departure angle) เพื่อเพิ่มความสามารถในการแอดเวนเจอร์โดยเฉพาะ
นี่คือ EV ที่ลุยเส้นทาง Off-road ได้จริงSUV ไฟฟ้าส่วนใหญ่ในตลาดปัจจุบัน “ทรงเหมือนลุย” แต่ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเส้นทางที่โหดจริง แต่ Freelander Concept 97 เลือกเดินอีกทาง
i-ATS: มันสมองของการลุยยุคใหม่ระบบ Intelligent All-Terrain System (i-ATS) คือหัวใจของรถคันนี้ มันใช้ AI + เซนเซอร์ (sensor) วิเคราะห์สภาพพื้นผิวเส้นทางแบบเรียลไทม์ (real-time) เพื่อปรับแรงบิดและช่วงล่างให้ตอบสนองตามสภาพเส้นทางจริง
Hardware ที่สายออฟโรดต้องการมีให้มาครบทั้ง Differential Lock 3 จุด โช้คอัพแบบ predictive (อ่านสภาพพื้นผิวถนนล่วงหน้า) โครงสร้างรถรองรับการกระแทกหนัก ช่วงล่างออกแบบเพื่อการลุยสไตล์ off-road โดยเฉพาะ
เทคโนโลยีจัดเต็มแบบไม่กั๊กFreelander ร่วมมือกับ Huawei ติดตั้งระบบขับขี่อัจฉริยะ ADS 4.1, LiDAR 896 เส้น (ระดับ image-level) และ HarmonyOS เทคโนโลยีระดับเดียวกับรถ autonomous ระดับสูงในจีน ส่วนชิปประมวลผลใช้ Qualcomm Snapdragon 8397 ระดับ flagship automotive chip ที่รองรับ AI, cockpit, ADAS ครบ
ภายในที่ดีไซน์ให้เป็น “พื้นที่สำหรับการใช้ชีวิต” นี่ไม่ใช่ SUV สำหรับขับอย่างเดียว แต่มันถูกออกแบบภายในรถให้เป็น “พื้นที่สำหรับการใช้ชีวิต (Living Space)” ด้วย
Concept 97 เป็น SUV 6 ที่นั่ง (2+2+2) ที่ออกแบบตามแนวคิด “รถ = ห้องนั่งเล่นเคลื่อนที่” ไฮไลต์ คือ Zero Gravity seat แถวสอง เบาะแถวสามแบบ “นั่งได้จริง” ไม่ใช่ที่นั่งสำรอง มาพร้อม Dual-screen cockpit, Wireless charging 2 จุด, Column shifter และยังมีดีไซน์ประตูแบบพิเศษ (suicide doors ในคอนเซ็ปต์) ที่ในไทยนิยมเรียกว่า “ประตูแบบตู้กับข้าว”
Platform T1X: ความยืดหยุ่นที่ทำให้ scale ได้เร็วConcept 97 ใช้แพลตฟอร์ม T1X ของ Chery ซึ่งมีข้อดี คือ รองรับ SUV หลาย segment สามารถปรับ wheelbase ได้ และที่สำคัญ ช่วยลดต้นทุนด้าน R&D ซึ่งทำให้ Freelander สามารถ “ออกโมเดลใหม่ทุก 6 เดือน”
Freelander วาง roadmap ไว้ชัดเจน เริ่มจากเปิดตัวที่จีนก่อน แล้วค่อยส่งขายทั่วโลก โดยมีแผนเปิดโชว์รูม 60 แห่ง ใน 50 เมือง และเปิดตัวรถใหม่ 6 รุ่น ภายใน 5 ปี
นี่คือแนวคิดแบบ tech company: เร็ว / scale ได้ / iterate ตลอดเวลา
Freelander กำลังสร้าง Segment ใหม่ของโลก SUVถ้ามองลึก ๆ Concept 97 ไม่ได้ตั้งใจแข่งกับ SUV EV ทั่วไป แต่มันกำลังสร้าง segment ใหม่ในแบบฉบับ “Electric Intelligent Off-road SUV” ซึ่งมีองค์ประกอบ 3 อย่าง คือ สมรรถนะแบบรถ EV / ขับเคลื่อนด้วย AI ข้อสำคัญ ลุยน้ำ ลุยโคลน ได้จริง
ในอนาคต Freelander จะต้องเจอกับ SUV EV ระดับ premium จากจีน ต้องเจอแบรนด์ใหม่สาย adventure EV และแบรนด์ SUV ดั้งเดิมที่กำลังจะออกเวอร์ชั่น “ไฟฟ้า” มาแข่ง แต่จุดแข็งของ Freelander คือ “มันเกิดมาเป็น EV ตั้งแต่ต้น และมี DNA ออฟโรดพันธุ์แท้”
การลุยในยุค EV จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปในอดีต “รถลุย” ต้องเครื่องยนต์ใหญ่ ทอล์ค (torque) สูง แต่ในยุค EV ได้ Torque มาแทน แถมยังควบคุมได้ละเอียดระดับ software และมีการใช้ AI วิเคราะห์เส้นทางให้ล่วงหน้า Freelander จึงไม่ได้แค่รถ EV แต่มันคือ “นิยามใหม่ของการลุย”
คำถามไม่ใช่ “จะขายดีไหม” แต่คือ “มันจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของ SUV EV หรือเปล่า?”
อ้างอิงข้อมูลจาก : เว็บไซต์ Carnewschina